[CS : Another Side Story]
:: อากาศ ::
.
.
.
ปุณยนันท์ ศศบดี กำลังไม่แน่ใจว่าเขาควรทำตัวอย่างไร?
เขาลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆของตัวเองอย่างฝืดคอ
ขณะที่ภายในหัวสมองกำลังใคร่ครวญถึงเรื่องราวตลอดช่วงวันที่ผ่านมา...
บรรยากาศในห้องพักครูที่เคยสดใสมาตลอด และเขาเองก็มีส่วนอยู่ในบรรยากาศเช่นนั้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านของการทำงาน...
หากมาบัดนี้ มันกลับแปลกไปจากที่เคย...
เขาเงยหน้าขึ้นจากการบ้านของนักเรียนพลางลอบมองไปที่โต๊ะของครูคนอื่นๆก่อนจะหยุดลงตรงโต๊ะของครูแนะแนวที่เจ้าของโต๊ะกำลังนั่งมองอะไรบางอย่างบนโต๊ะมานานสองนาน...
มันคงไม่แปลก...ถ้าใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มจางๆเสมอไม่ได้ขึงตึงราวกับผ้าลินินเช่นนั้น
ทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตกแท้ๆ...
ไม่สิ...จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ถูกนัก ในเมื่อเขาเองก็รู้สึกได้ว่า
ความเงียบที่ก่อเกิด ไม่ได้เป็นบรรยากาศเช่นเดียวกันกับทุกคราวที่สายฝนเริ่มโปรยปราย...
ถ้าอย่างนั้น...มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?
ชายหนุ่มดึงสายตากลับมาที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆที่ต่างก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างอยู่ที่โต๊ะของตัวอย่างขะมักเขม้น...
ราวกับเป็นอากาศ...
ชั่วขณะ...ที่ความคิดแบบนั้นผ่านเข้าสู่สมอง
ปุณยนันท์สะบัดศีรษะตนไล่ความคิดเพี้ยนๆเช่นนั้นออกจากหัว
พลางนึกขำตัวเองอยู่เงียบๆ...แค่การที่ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาคุยกัน
หรือแม้แต่...ชวนเขาคุยตั้งแต่เช้า
มันจะทำให้เขาคิดอะไรประหลาดๆแบบนั้นออกมาได้เชียวหรือ?
บางสิ่ง...ที่ไม่ได้สัมผัสมาแสนนาน
ชายหนุ่มทอดถอนใจกับตัวเองเงียบๆ ก่อนจะหยิบตั้งหนังสือตรงหน้ามาใส่มือพลางยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง...
...ครืด...
เสียงเก้าอี้ลากกับพื้นทำให้ทุกสายตาในห้องพักครูเงยขึ้นจับจ้องคุณครูประจำวิชาภาษญี่ปุ่น...แต่ก็เป็นเพียงชั่วขณะเดียว
ก่อนที่ทุกสายตาจะหลุบต่ำลงทำงานของตนต่อไปโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ...
ไม่มี...แม้แต่ถ้อยความถามไถ่อย่างห่วงใย
ปุณยนันท์ ศศบดี ชะงักนิ่งอยู่เสี้ยววินาที
ด้วยว่าไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตนกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่?
น่าแปลก, ที่ทั้งที่ตลอดมาตนเองก็ไม่เคยใส่ใจกับสายตาของใครแท้ๆ
หากแค่ความเงียบในห้องพักครูแค่นี้ กลับสามารถทำให้หัวใจตนกระตุกได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินออกจากห้องพักครูโดยไร้คำพูดใด...
ก็แค่..อากาศ...
.
.
.
“ครูปราบครับ...”
เสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินจนชินหูตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง...คุณครูประจำวิชาแนะแนวยืนอยู่ไม่ห่างมากนัก
ดวงตาสีนิลคู่นั้นก้มมองหนังสือในมือของเขาที่เปิดคาไว้ตั้งแต่มานั่งที่ศาลาริมน้ำนี้ก่อนจะเงยขึ้นสบตาของเขา...
“มีอะไรเหรอครับ?”
ในที่สุด ปุณยนันท์ ก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่เริ่มโรยตัวนั้นลง...ใบหน้าของ
อนิวรรต วสุธาธาร ยังคงไร้รอยยิ้มประดับ
หากบางอย่างในสายตากลับดูอ่อนลงกว่าที่เขาสัมผัสได้ในห้องพักครูเมื่อครู่นี้...
ไม่มีคำตอบใดจากริมฝีปากของคนตรงหน้า...หากดวงตาสีนิลนั้นกลับทอดเลยออกไปไกล...ไกลจนไม่รู้ว่าปลายสายตานั้นหยุดลงตรงที่ใด...ปุณยนันท์
ขมวดคิ้วน้อยๆด้วยความไม่เข้าใจ แต่ครั้นพอจะเอ่ยปากถาม
อีกฝ่ายก็กลับดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นพร้อมถ้อยความห้วนสั้น
“ไปกันเถอะครับ...”
.
.
.
ปุณยนันท์ ศศบดี กำลังไม่แน่ใจว่าเขาควรทำตัวอย่างไร?
ในตอนแรกที่เขาเดินออกมาจากห้องพักครูนั้น
เขาเพียงแค่ต้องการที่สงบๆในการคิดอะไรเรื่อยเปื่อยสักพัก...ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้
และเรื่องที่เคยเกิดก่อนหน้าแสนนาน...
ความหมางเมินที่สัมผัสได้...
หากแต่จู่ๆ ครูอนิวรรต
แห่งวิชาแนะแนวกลับเดินมาหาเขาถึงที่พร้อมทั้งออกแรงลากแขนเขาเดินดุ่มๆโดยไม่ให้คำอธิบายใดๆซ้ำเสียอีก...
เขาตัดสินใจจะไม่โวยวาย เพราะนั่นเท่ากับเรียกความสนใจจากเหล่านักเรียนที่ยังไม่กลับบ้านให้หันกลับมามองมากกว่าเดิม...
แต่ถึงแบบนั้น...มันก็น่าอายชะมัด!
“เดี๋ยวครับ ครู...”
ถ้อยความทั้งหมดถูกกลืนหาย
เมื่อร่างของเขาถูกดันเข้ามาในห้องแนะแนวแบบไม่ทันให้ตั้งตัว...ม่านมู่ลี่ทุกด้านปิดสนิท
เช่นเดียวกับประตูที่ถูกบดบังสายตาจากภายนอกโดยสิ้นเชิง...
แล้วเสียงของใครบางคนก็เริ่มต้นเปล่งขึ้นเป็นบทเพลง...
…Happy Birthday…
“สุขสันต์วันเกิดครับ ครูปราบ...”
“มีความสุขมากๆนะครับ...”
“อย่ามาคุบ่อยนักนะครับ ฮ่ะ ฮ่ะ…”
“รีบๆเป่าเทียนเลยสิคะ...”
เสียงประสานเซ็งแซ่ของเหล่าครูๆในโรงเรียนลูกบาศก์ดังขึ้นหลังเพลงจบ
พร้อมกับแสงสว่างวูบไหวจากเปลวเทียนที่ปักอยู่บนหน้าเค้กช็อกโกแลต...ที่เขาเดาว่าน่าจะมาจากฝีมือครูกฤตเป็นแน่...
ชายหนุ่มอ้ำอึ้งอยู่นาน ก่อนที่เสียงของครูซันจะสะกิดเตือนอีกครั้ง...
“เป่าเลยครับ ครูปราบ แล้วก็อย่าลืมอธิษฐานด้วยนะครับ...”
ปุณยนันท์ กวาดสายตามองไปรอบตัว แม้จะอยู่ในความมืด
แต่แสงจากเล่มเทียนเล็กๆบนหน้าเค้ก ก็มากพอจะทำให้มองเห็นประกายตาของเพื่อนร่วมงานแต่ละคนที่มองตรงมาที่เขาอย่างอบอุ่น...
ริมฝีปากบางขยับแย้มเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ...
ขอบคุณ...ที่ผมไม่ใช่อากาศ
ภาพของสมาชิกห้องพักครูเล่นผ่านให้ย้อนรำลึกอีกครั้ง...
พร้อมกับคำอธิษฐานที่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยออกมา...
และขอให้ทุกคนมีความสุข...
.
.
.
Fin?
แถม
“เพราะครูเลนั่นล่ะครับ ที่คิดแผนแบบนี้ขึ้นมาน่ะ...”
“อ้าวๆ อย่ามาโยนกันแบบนี้สิ ครูปราชญ์ คุณเองก็เห็นด้วยไม่ใช่เหรอไง?”
“อย่าเถียงกันเลยค่ะ กฤตว่าเรามาทานเค้กดีกว่านะคะ”
ปุณยนันท์ ศศบดี มองบรรดาครูๆทั้งหลายที่ทยอยรับจานเค้กที่ถูกตัดแบ่งแจกจ่ายให้กับทุกคนก่อนจะก้มหน้าลงมองจานเค้กในมือตนบ้าง
น่าขำอยู่เหมือนกัน เมื่อมารู้ทีหลังว่าท่าทีเย็นชาจากทุกคนนั้นเป็นแผนแกล้งเขาก่อนจะจัดเซอร์ไพรซ์วันเกิดให้ล่วงหน้าวันเกิดจริงถึงสองวันแบบนี้...
“ครูปราบครับ...”
เสียงทุ้มที่เคยคุ้นเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง
ครูเคนส่งยิ้มจางๆให้เขาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆอย่างถือวิสาสะ
“วันนี้ ขอโทษด้วยนะครับ”
ร่างสูงเอ่ยขึ้นก่อนจะวางจานเค้กลงข้างตัวโดยที่ไม่ได้แตะต้อง “ที่ต้องทำท่าทางแบบนั้นใส่คุณน่ะ...”
“อ่า, ครับ...ไม่เป็นไร” ปราบรับคำก่อนจะเอ่ยต่อ “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณทุกคน...”
...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ทุกคนมอบให้...
...ไม่ใช่แค่งานวันเกิด...
...หากเป็นอะไรที่มากกว่านั้น...
ใบหน้าขาวนั้นก้มลงเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากบางจะพึมพำอะไรบางอย่างออกมา...
“...ขอบคุณครับ...”
ท่าทางแบบนั้นทำให้ครูเคนต้องเลิกคิ้วน้อยๆก่อนที่รอยยิ้มจางๆตามนิสัยจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง...
และแน่นอน...ว่าก็เหมือนกันกับเหล่าครูๆทั้งหลายที่พร้อมใจกันหันมามองคุณครูสอนภาษาญี่ปุ่นแห่งโรงเรียนลูกบาศก์โดยไม่ได้นัดหมาย...
...น่ารัก!...
คำสั้นๆคำเดียวผุดเข้าหัวของทุกคนอย่างพร้อมเพรียง...และแน่นอนว่า
ไม่มีใครแม้สักคนจะกล้าเอ่ยออกมาให้เจ้าของงานได้ยิน...
ดูเหมือนว่า...อากาศได้เปลี่ยนไปแล้ว...
.
.
.
Fin.
หมายเหตุ
[1.]
สุขสันต์วันเกิดครูปราบฮะ (ล่วงหน้าน่ะ)
[2.]
ขอบคุณแมวบ้านครูปราบที่ช่วยเหลือตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง
[3.]
ถ้างานวันนั้น มีใครหลุดคำว่า “น่ารัก” ออกมาจริงๆ จะเป็นยังไงนะ?
[4.]
แค่คิดก็สยองแล้วแฮะ...(-- --“)