CubicSchool

[CS: Ken] Shinobu

posted on 20 Jul 2011 15:12 by aki657 in CubicSchool

Ken’ Story

The old Character from Cubic School

 

Title:     Shinobu

Rate:    G

Author: aki

 

************************************************************

 

[1.]

 

เสียงกระแอมไอดังขึ้นเป็นระยะสลับกับเสียงเคาะแป้นพิมพ์ตรงหน้า อนิวรรต วสุธาธาร ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดศีรษะเสียสองสามที ราวกับต้องการขับไล่ความเมื่อยขบออกไป แล้วจึงตั้งต้นเริ่มเคาะแป้นพิมพ์ต่ออีกครั้ง

 

ตัวอักษรภาษาอังกฤษยาวเหยียดเต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะ อธิบายอาการของโรคทางจิตเวชบางอย่างเป็นการบ้านที่ชายหนุ่มพยายามศึกษามาตลอดในช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา...รายงานฉบับแรกของเขาค่อนข้างดี แต่ยังไม่ดีมากพอจึงถูกส่งกลับมาแก้อีกครั้ง ทำให้ช่วงนี้เขาค่อนข้างหมกมุ่นกับเนื้อหาในรายงานพอสมควร

 

อนิวรรตโน้มตัวเข้าหาจอแลปทอปตรงหน้าเล็กน้อยพลางรามือลงจากการรัวเคาะแป้นพิมพ์เมื่อครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาวราวกับประกาศยอมแพ้ แล้วจึงหยิบแก้วน้ำอุ่นข้างตัวยกขึ้นจิบเมื่อรู้สึกระคายคอเกินทน ดวงตาสีดำสนิทเพ่งจ้องเคอร์เซอร์ของเมาส์ที่กระพริบเป็นจังหวะเหนือหน้าจอสีขาว ก่อนที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเขาเบา ๆ จะดังขึ้น

 

“ยังไม่นอนอีกหรือ?”

 

ทันทีที่หันไป เสียงทักถามเป็นภาษาญี่ปุ่นง่าย ๆ ก็ดังขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะเปิดประตูทิ้งไว้ตอนออกไปหยิบน้ำอุ่นในครัวครั้งล่าสุด ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ ดังเคยก่อนจะตอบผู้เป็นเหมือนพี่ชายของตนด้วยภาษาญี่ปุ่นแหบแห้ง

 

“เหลือสรุปข้อมูลส่วนนี้อีกหน่อยน่ะครับ”

 

“นายไม่สบาย...?”

 

คิโยโนบุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของน้องชายที่แปลกแปร่งไปกว่าที่เคย ดวงหน้าขาวค่อนไปทางซีดพยักลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเป็นประโยคติดปากของตน

 

“แค่เจ็บคอ ไม่เป็นไรหรอกครับ”

 

“พักซะ”

 

คำสั่งสั้น ๆ ดังสวนขึ้นมาจากผู้เป็นพี่ชายทำให้อนิวรรตทำท่าจะเอ่ยปฏิเสธ หากดวงตาของอีกฝ่ายกลับฉายแววเอาจริงคล้ายจะเตือนให้รับรู้ว่าหากไม่ทำตาม คงไม่แคล้วโดนลากไปที่เตียงอยู่ดี ชายหนุ่มจึงได้แต่สั่นศีรษะไปมากับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดแลปทอปของตนลงอย่างว่าง่าย

 

“ดุชะมัด”

 

เมื่อได้ยินเสียงพึมพำจากน้องชาย คิโยโนบุจึงยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงและทีท่าสบาย ๆ

 

“ใครใช้ให้นายดื้อ?”

 

“ถึงไม่ดื้อ พี่ก็ดุอยู่ดีนั่นล่ะ”

 

อนิวรรตเถียงกลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องรีบใช้มือขวายันโต๊ะเอาไว้เมื่อรู้สึกถึงความดันที่ตกลงของตัวเอง ท่าทีเช่นนั้นทำให้ผู้เป็นพี่ขมวดคิ้วก่อนจะสำทับสั้น ๆ อีกครั้ง

 

“นอนซะ...พรุ่งนี้ก็ด้วย”

 

“แต่...”

 

“พรุ่งนี้พี่จะแจ้งลาที่แลปให้”

 

คำพูดสั้น ๆ จงใจตัดบทพร้อมทีท่าที่ไม่ยอมขยับไปไหน บ่งบอกให้ชายหนุ่มรู้ชัดว่า ตราบใดที่เขายังไม่นอน พี่ชายของเขาก็คงไม่เดินไปไหน อนิวรรตถอนหายใจน้อย ๆ อย่างนึกเกรงใจที่ตนเองต้องเป็นภาระให้อีกฝ่าย ก่อนจะก้าวตรงไปที่เตียงนอนของตนและซุกตัวลงไปอย่างว่าง่าย และนั่นทำให้คิโยโนบุเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากก่อนจะเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะสวิตซ์ไฟในห้องให้ดับลงอย่างเบามือ

 

“Good boy…”

 

.

.

.

 

[2.]

 

สัมผัสเย็นบนหน้าผากทำให้ชายหนุ่มกระพริบตาตื่น ดวงตาสีดำสนิทมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างงุนงงอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะขยับตัวหลบวูบไปยังอีกฟากเตียงเมื่อมองเห็นใครอีกคนที่กำลังก้มมองตัวเขาอยู่

 

คน ๆ นั้นเอ่ยปากพูดกับเขา...ประโยคสั้นๆ แต่ด้วยพิษไข้ ทำให้สมองของเขาไม่ประมวลผล ชายหนุ่มชาวไทยจับใจความภาษาญี่ปุ่นประโยคนั้นไม่ได้สักนิด ทำให้อีกฝ่ายถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษแทน

 

“You got a high fever”

 

แต่นั่นก็ยังไม่ดีขึ้น ในเมื่อสมองของคนที่กำลังเป็นไข้สูงอย่างอนิวรรตยังคงๆม่ทำงานเต็มที่ ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้จ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจนัก พร้อมกับขยับตัวหลบไปอีกด้านด้วยสัญชาตญาณ

 

“คุณเป็นใคร...?”

 

เสียงแหบแห้งดังลอดจากริมฝีปากของชายหนุ่มเป็นภาษาไทยด้วยความเคยชิน ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่นเมื่อสติของอนิวรรตเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่คนแปลกหน้ากลับเพียงแค่พยักหน้าให้กับตนเองเล็กน้อยและเอ่ยถึงสิ่งอื่นแทน

 

“ถ้าลุกได้ก็ดี...” สำเนียงเกียวโตช้าชัดอย่างพยายามให้คนที่นอนอยู่บนเตียงเข้าใจ “ผมเตรียมผ้าไว้ให้คุณเช็ดตัวแล้ว และต้องขอโทษที่ถือวิสาสะ หยิบชุดนอนใหม่มาให้คุณ”

 

อนิวรรตมองตามมืออีกฝ่ายที่โบกไปข้างตัว ตรงนั้นมีอ่างน้ำขนาดเล็กพร้อมผ้าขนหนูและชุดนอนที่เขาจำได้ว่ามันอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเขามาก่อน ซึ่งอีกฝ่ายคงถือวิสาสะหยิบมาให้เมื่อเห็นชุดนอนของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อขนาดนี้ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไป คนแปลกหน้าก็เดินออกไปจากห้องพร้อมปิดประตูให้โดยไม่พูดอะไรออกมาแม้สักคำ

 

.

.

.

 

[3.]

 

“ข้าวต้มไหม?”

 

เสียงทักเรียบ ๆ ดังมาจากคนที่นั่งพิมพ์งานอยู่บนโซฟา ทำให้อนิวรรตที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของตัวเองขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งโดยไม่ตอบคำถามก่อนหน้าของอีกฝ่าย

 

“คุณเป็นใคร?”

 

“ผม?”

 

อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อยคล้ายไม่เข้าใจคำถาม ก่อนจะก้มหน้าลงพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปบนแลปทอปของตัวเองต่ออยู่ครู่ แล้วจึงค่อยเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย

 

“เราเคยเจอกันแล้ว”

 

“เรา?”

 

“ใช่...เรา”

 

“ผมจำไม่ได้”

 

“ความจำสั้นนะ”

 

คนแปลกหน้าให้ความเห็นอย่างไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อนิวรรตลืมคำถามแรกของตนเองแต่อย่างใด

 

“คุณเป็นใคร?”

 

“ชิโนบุ”

 

“ชิโนบุ...” อนิวรรตทวนคำก่อนจะนิ่งค้างไปอีกอึดใจใหญ่ “ยูคิ...มูระซัง?”

 

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้” อีกฝ่ายพยักหน้าง่าย ๆ “หรือจริง ๆ แค่ชิโนบุก็พอ”

 

.

.

.

 

[4.]

 

และนั่นคือการพบกันอย่างเป็นทางการ ของอนิวรรต วสุธาธาร และ ยูคิมูระ ชิโนบุ

 

.

.

.

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

.

.

.

 

Fin.

 

 

 

 

Talk:

-       เปิดตัวชิโนบุ พระเอก ออริสืบสวนสอบสวนเรื่องใหม่ (ถ้ามีเวลาเขียนถึง)

-       อย่างงกับตอนจบ รู้สึกอยากทำอะไรที่แตกต่างกับมรรคปฏิบัติตามปกติบ้าง

-       คิดเห็นอย่างไร ติชมได้

 
 
 

[CS: Ken] You and Beautiful World

posted on 22 Jun 2011 15:37 by aki657 in CubicSchool
 
 
 
[CS: Ken] You and Beautiful World 
.
.
.
 
ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง...
 
วันนี้ไม่มีฝนตก ไม่มีหยดน้ำที่ร่วงลงมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีเมฆสีเทาทะมึนแผ่ระบายเต็มท้องฟ้า หากมีเพียงแสงแดดอ่อนๆของยามเช้าที่ทอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น ผมยืนพิงกรอบกระจกหน้าต่าง มองลงไปยังโลกเบื้องล่างที่ยังเงียบสงบ ก่อนจะยกแก้วกาแฟในมือขึ้นจิบ
 
รสขมจัดทำให้ตาสว่างมากขึ้น...
 
ผมเบนสายตากลับเข้าไปในห้อง พี่คิโยไปเมืองไทยได้หลายวันแล้ว ทำให้ผมถือโอกาสปั่นงานทั้งเรื่องเรียนและเรื่องวิจัยในแลปได้โดยไม่มีคนคอยดุที่ผมทำงานโต้รุ่งไม่ยอมนอน ผมยิ้มขำให้ตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าเพลียแสนเพลีย แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ทุกที...และไม่ใช่แค่ผม แม้แต่ตัวคนที่ดุผมเรื่องนี้ หลายต่อหลายครั้ง ถ้าจำเป็น พี่คิโยเองก็ดูเหมือนจะใช้เวลา "โต้รุ่ง" เหมือนกับผมเช่นกัน
 
พอคิดถึงตอนนี้ ผมก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่รู้จะเสียมารยาทไปหรือไม่ แต่ผมคิดว่าทั้งผม ทั้งพี่คิโยต่างมีบางจุดที่เหมือนกัน...อย่างเช่น การดูแลเอาใจใส่คนอื่นมากกว่าเรื่องของตนเองที่มักปล่อยให้เป็นเรื่องง่ายๆ หรือ..."ช่างหัวมันก่อน" เหมือนที่พี่คิโยชอบพูดบ่อยๆจนแทบติดปากในภาษาไทยไปแล้ว
 
ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร...
 
คำพูดติดปากของผมยังคงค้างบนริมฝีปากทุกครั้ง...มันเป็นเหมือนเวทมนต์ที่ทำให้ผมผ่านเรื่องยุ่งยากมาได้ และยังเป็นเวทมนต์ที่ผมพยายามเอาไว้ช่วยให้คนอื่นผ่านเรื่องเลวร้ายด้วยเช่นกัน แม้บางครั้งเวทย์มนต์นี้จะไม่ได้ผลบ้างในบางสถานการณ์ แต่ผมก็ยังคงหวังว่ามันก็จะ "ไม่เป็นไร" อยู่ดีนั่นล่ะ
 
ความคิดนี้ทำให้ใจของผมแล่นผ่านม่านความทรงจำในอดีต ถึงค่ำคืนที่เคยพูดคุยโทรศัพท์กับใครบางคน และเป็นค่ำคืนที่ผมพูดคำว่าไม่เป็นไรออกไปจนอีกฝ่ายทักถาม...ผมยิ้มให้ตัวเองอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังอ่างล้างจานเพื่อล้างแก้วในมือ และปล่อยให้ความทรงจำเสี้ยวเล็กๆนั้นวาบผ่านไปกับสายน้ำที่รดราดผ่านมือ
 
แต่ที่ไม่ได้ผ่านไปเหมือนกับสายน้ำและความทรงจำนั้น...
คงเป็นความปรารถนาดีที่ทำให้ผมกระซิบอธิษฐานให้ "เขาคนนั้น" ประสบแต่เรื่องดีๆในชีวิต
 
ขอให้เขา...มีความสุข....
สมหวัง...ในรัก...
 
เพราะผมไม่ใช่โลกของเขา...และเขาไม่ใช่โลกของผม...
ทางสองเส้นที่มิอาจหวนบรรจบ...
 
แต่ถึงอย่างนั้น...
ผมก็ยังหวัง...ให้โลกของเขามีความสุขและสวยงาม...
 
ตราบจนหมดลมหายใจ...
 
 
.
.
.
 
 
Fin...?
 
 
 
 

ด้นสด....เพราะนึกถึงภาพและสัมผัสจากมือของใครบางคนเมื่อวันก่อน
ขอบคุณที่ยิ้มให้ในเสี้ยววินาทีนั้น....
 
 
ขอบคุณครับ...
 
 
 
 
 
 


[CS: FA] ลูกชาย...?

posted on 04 Jun 2011 22:27 by aki657 in CubicSchool

แบบว่าเห็นเอนทีนี้ >> [CS: FA] ลูกสาวใครน่ะ?
 
แล้วแบบคันไม้คันมืออยากเล่นมั่ง...
 
เลยออกมาเป็น...
 
แบบนี้...
 
.
.
.
 
 
.
.
.
 
 
"ผมจะชนะจุนจังให้ได้! คอยดูสิ!"
 
.
.
.
 
ก็เด็กน่ะน้า...// ไม่รู้ไม่ชี้
 
ก็คงเป็นตากล้องเหมือนอามันนั่นล่ะ...
 
อื้อ, อาคนที่มันประกาศปาวๆว่า "จะเอาชนะ" นั่นล่ะ
 
จริงๆก็นับถือเขาอยู่หรอกใช่มั้ยล่ะ อย่ามาซึน!
 
*โดนขวดหมึกกลิ้งทับ*
 
.
.
.
 
หมดธุระอัพบล็อกแต่เพียงเท่านี้ 
 
รอฟิค...รอบหน้า...
 
สวัสดี...
 
.
.
.