[HB] 006: Holding on and Letting go

posted on 10 Sep 2014 23:25 by aki657 in HB

 

 

This entry is a part of Hummingbird Coffee Shop Project.

 

[HB] 006: Holding on and Letting go

 

Timeline: ต้นเดือนกันยายน

Main Character: ธันว์ ธีร์ กล้ารบ

 

*********************

 

[1]

 

ธันว์รู้สึกราวกับกำลังหายใจอยู่ใต้น้ำ

 

เขาตะเกียกตะกาย พยายามดิ้นรนจากสายน้ำที่พันธนาการกดร่างเขาให้ดำดิ่งลึกลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกอึดอัดเสียดแทงภายในปอด กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกรีดร้อง ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะหมดแรงเต็มที แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่สามารถตัดใจได้ เขาพยายามตะโกน ส่งเสียงเรียก เธอ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่ทำมาตลอดตั้งแต่วันนั้น

 

...พิมพ์!!!!...

 

.

.

.

 

แต่ถึงอย่างนั้น...

ไม่ว่าจะพยายามเหยียดยืดออกไปจนสุดแขนเท่าไหร่

 

สิ่งที่ไขว่คว้า...

กลับเป็นเพียงความว่างเปล่า

 

.

.

.

 

[2]

 

“มึงนอนบ้างรึเปล่า?”

 

ธีร์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิท ร่องรอยลึกโหลของดวงตาใต้กรอบแว่นฟ้องชัด แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายกลับเพียงแค่ยิ้มและเอ่ยตัดบทไปตามเรื่องตามราว

 

“ใกล้งานหนังสือ”

 

เขาเห็นอีกฝ่ายเดินไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะทรุดกายลงหน้าโน้ตบุ๊กและกองหนังสืออ้างอิงระเกะระกะ ดวงตาใต้กรอบแว่นคู่นั้นหลุบลงมองจอโน้ตบุ๊กราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ธีร์ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเดินไปในครัวเพื่อเปิดกล่องนมที่ตนเป็นคนซื้อทิ้งไว้เองออกมาดื่มพลางมองไปที่เพื่อนสนิทเงียบๆ

 

“กินอะไรมายัง?”

 

ธีร์ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากหน้าจอ เสียงรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์แม้ไม่เร็วเท่าเขา แต่ก็คล่องแคล่วมากพอจะบอกความเคยชินในการใช้งานโน้ตบุ๊กตรงหน้า

 

“ยัง” เขาตอบสั้นก่อนจะย้อนถาม “มึงหิว?”

 

เสียงเคาะแป้นพิมพ์เงียบลงไปชั่วขณะหายใจ ก่อนจะกลับมาดังอีกครั้ง

 

“ตอนนี้ยัง” ธันว์ตอบ “แต่ถ้ามึงหิว มีกะเพาะปลาในตู้เย็น เจ้มีนเอามาให้”

 

“อืม”

 

ธีร์พยักหน้ารับก่อนจะเบือนสายตาเลยไปยังปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังแล้วจึงเบนกลับมาหยุดลงที่ร่างของเพื่อนสนิท ท่าทางที่อ่อนล้าฉายชัดทำให้เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นสั้นๆ

 

“ฝันร้าย?”

 

เสียงเคาะแป้นพิมพ์ขาดช่วงลงอีกครั้ง หากคราวนี้ยาวนานกว่าครั้งแรก และคราวนี้ธันว์ไม่ได้หยุดสายตาเพียงแค่จอโน้ตบุ๊กอีกต่อไป แต่กลับเงยหน้าขึ้นมาหาเขา วูบแรกดวงตาใต้กรอบแว่นที่มองตรงมาฉายแววที่สับสนปนเป ทั้งตกใจและประหลาดใจ ก่อนที่มันจะสงบลงอย่างรวดเร็วจนแทบจับอาการไม่ได้

 

“แค่บังเอิญ...คิดถึงเรื่องเก่าๆ”

 

ในที่สุด ธันว์ก็เอ่ยตอบสั้นๆ ออกมาก่อนที่เสียงเคาะแป้นพิมพ์จะดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้ธีร์กลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ และไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก ปล่อยให้มีเพียงเสียงสัมผัสดังแผ่วเบาดังเคล้าคลอไปกับบรรยากาศหนักอึ้งในห้องเท่านั้น

 

.

.

.

 

[3]

 

ณ ตอนนี้โลกก็ยังคงหมุน...

 

มันไม่ได้แตกสลายลงเหมือนที่ธันว์รู้สึกเมื่อสิบห้าปีก่อน มันยังคงหมุนวนไป ขยับเคลื่อนคืนวันไปข้างหน้า บังคับให้เขาก้าวเท้าออกจากที่เดิม ผลักร่างให้หลุดออกจากหล่มโคลนเหนียวหนืดที่คอยฉุดรั้งเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้น บางครั้งบางคราว เมื่อเหลียวกลับมา น้ำหนักของอดีตยังคงกดทับให้หายใจไม่ออกได้เสมอ

 

ธันว์ระบายลมหายใจออกเชื่องช้า ขนาดยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ลมจากปากแม่น้ำพัดผ่านจนทำให้ปกเสื้อขยับเพยิบพะยาบ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจนัก ในเมื่อห้วงความคิดแล่นย้อนกลับไปในอดีตเมื่อสิบห้าปีก่อน

 

วันที่เขาสูญเสียเธอไปตลอดกาล

 

หากไม่นับครอบครัว ชีวิตของเขามีคนอีกสองคนอยู่ในทุกเวลาของชีวิตเสมอ หนึ่งคือธีร์ธวัช และอีกหนึ่งคือพิมพ์จันทร์...หากคนหนึ่งคือเพื่อนรัก ที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาจนรู้จักกันและกันดียิ่งกว่าใคร อีกหนึ่งคือคนที่ครั้งหนึ่ง...เขาเคยตั้งใจว่าจะเรียนรู้การมีชีวิตไปด้วยกันตราบจนกว่าจะหมดลมหายใจ

 

แต่วันนั้นไม่มีวันมาถึงอีกต่อไป

 

ธันว์ระบายลมหายใจออกหนักก่อนจะทอดสายตาไปตามสายน้ำที่ไหลผ่านอยู่เบื้องหน้า ณ ตรงนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน เถ้ากระดูกของพิมพ์จันทร์ได้ปลิดปลิวไปตามกระแสลม ก่อนจะตกต้องลงบนผิวน้ำ และหลอมรวมไปกับธรรมชาติตรงหน้า เขาเม้มริมฝีปากเมื่อนึกถึงภาพเมื่อตอนเขามาร่วมพิธีส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย มันเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะทำใจได้ เมื่อร่างของผู้เป็นที่รัก...เป็นคนสำคัญหลงเหลือเพียงเถ้าธุลีเล็กจิ๋ว แต่เขาก็มายืนอยู่ตรงนี้ และมองส่งเธอจนลับสายตา

 

จำได้ว่าตอนนั้นธีร์ธวัชแทบจะขนข้าวของมานอนหอเดียวกันกับเขาอยู่นานหลายอาทิตย์ แม้ว่าจะอยู่คนละมหาวิทยาลัยกัน เพียงเพื่อต้องการให้แน่ใจว่า เขาจะไม่ทำอะไรบ้าๆ ลงไป

 

ธันว์ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงตอนนี้ เขารู้ว่าเขามีเพื่อนที่ดี และเพื่อนคนนั้นยังอยู่ที่เดิมเสมอไม่เปลี่ยน แต่หากให้สารภาพตามตรง เขาคงต้องบอกว่าเขายังคงไม่รู้ว่าเขาจะจัดการหลุมกลวงว่างเปล่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อสิบห้าปีก่อนได้อย่างไร

 

เขาจะเติมเต็มพื้นที่ว่างข้างกายที่เคยมีเธออยู่ได้อย่างไร...?

 

.

.

.

 

“คุณธันว์คร้าบบบบ”

 

เสียงเรียกอันแสนคุ้นหูดังขึ้นทำให้เขาหันกลับไปมอง ผมสีน้ำตาลทองของเด็กหนุ่มถูกสายลมพัดผ่านทำให้ดูยุ่งเหยิงกว่าเดิม หากดูเหมือนเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก ธันว์นิ่งมองอีกฝ่ายวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา ความรู้สึกประหลาด วิ่งวูบวาบผ่านไปในใจแล้วลับลาหายไปก่อนที่จะทันรู้ตัว

 

.

.

.

 

แล้วในตอนนั้นเอง...

ธันว์ก็ยิ้มออกมา

 

.

.

.

 

TBC.

 

 

 

สรุป 

- ครบรอบวันเสียชีวิตของพิมพ์จันทร์ แฟนเก่าธันว์

- ธันว์ฝันร้ายช่วงนี้...อันที่จริงจะฝันแบบนี้เป็นพักๆ อยู่แล้ว เพียงแค่ถี่ช่วงนี้

- ธีร์มาหาที่คอนโด เพราะรู้อยู่แล้วเรื่องอาการของเพื่อน (เป็นมาตั้งแต่พิมพ์ตาย)

- วันหยุดกล้ารบ @irindel พอดี มีเหตุให้เจอกันกับธันว์(?) เลยมาที่ลอยอังคารของพิมพ์ด้วยกัน

 

 

 

Talk

- อันที่จริง วันนี้มีเพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 17.30 น. ของวันนี้

- ความรู้สึกเป็นหลุมกลวงเปล่านั่นเกิดขึ้น และทำให้เขียนพาร์ทที่ 3 ของเรื่องนี้ออกมาแบบนั้น

- ถึงแม้จะไม่ใช่เพื่อนสนิทมากมาย แต่ก็ทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ

- เพราะงั้นฟิคนี้คงเป็นเหมือนการทำใจของเราเองล่ะค่ะ

- ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์นะคะ

 

 


Comment

Comment:

Tweet

อย่างแรกเลย ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ รอบๆตัวเราก็มีคนจากไปด้วยโรคมะเร็ง 2 คนแล้วปีนี้ ถึงจะเป็นคนใกล้ชิดแต่ก็ไม่ถึงขั้นสนิทกัน แต่ยังไงก็ยังมีความผูกพัน กับความทรงจำดีๆ เก็บไว้เมื่อนึกถึงพวกเขาค่ะ...

ฟิคนี้ออกโทนสีเทาหม่นๆนะคะ สงสารคุณธันว์จังค่ะ     บีบหัวใจ ฮรือออออ ความเศร้าโศกในอดีตตามหลอนเป็นฝันร้ายเลย ดีนะ น้องกล้าเข้ามาแต้มสีสันให้ จากนี้คุณธันว์จะได้ผ่านเรื่องนี้ไปได้สินะ big smile

#1 By Adeya on 2014-09-11 13:19