[HB] 003 : กาลครั้งหนึ่ง

posted on 06 Jul 2014 21:46 by aki657 in HB

 

 

 

This entry is (MAYBE) a part of Hummingbird Coffee Shop Project.

 


 

 

 

[HB] 003 : กาลครั้งหนึ่ง 

*************************

 

[1]

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึก

 

เสียงกรีดกริ่งปลุกให้ประสาทสัมผัสที่เคลิ้มหลับไปพักใหญ่แล้วกลับมาอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างการหลับกับการตื่น เด็กหนุ่มกวาดมือไปโต๊ะข้างหัวเตียงจนปะทะกับโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของห้องพัก เขาดึงมันออกจากแป้นขึ้นมาแนบหูของตนทั้งที่ยังคร้านเกินกว่าจะยกศีรษะขึ้นจากหมอนใบนุ่มด้วยซ้ำ หากอาการเรียกชื่อของเขาที่ดังลอดมาตามสายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้เขาเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งด้วยเข้าใจว่าเพื่อนสนิทของตนส่งข้อความมาล้อเล่นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

“....กูไม่เชื่อ” เขาแค่นหัวเราะ “เมื่อหัวค่ำกูยังโทรคุยกับเค้าอยู่เลย”

 

“ธันว์...กู...”

 

“หุบปากเลย กูจะนอน!” เขาไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ทั้งที่ในหัวใจเต้นระรัว “แม่ง เล่นกันแบบนี้ไม่ขำนะโว้ย”

 

“พิมพ์ตายแล้ว!” อีกฝ่ายส่งเสียงสวนกลับมาแทบจะตะโกน “ถึงมึงจะไม่เชื่อ แต่พิมพ์...เขาไปแล้ว กูอยากให้มึงกลับกรุงเทพฯ...มาส่งพิมพ์ เดี๋ยวนี้”

 

“ไอ้!” เขาสบถ “กูไม่ชอบเล่นแบบนี้นะมึง”

 

“อุบัติเหตุ...รถพ่วง...” อีกฝั่งปลายสายสั่นจนคล้ายเจือสะอื้น “มึงกลับมาเถอะ พิมพ์คงอยากเจอมึงก่อน”

 

“ไอ้....” เหมือนอะไรบางอย่างจุกที่คอ “กูไม่เชื่อมึง อย่าล้อเล่นแบบนี้ดิวะ”

 

“กูไม่ล้อเล่นเรื่องแบบนี้ ไอ้เชี่ยธันว์ ตั้งสติซะ!” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดกระชาก “มึงจะกลับมาเองหรือให้พวกกูไปรับ?”

 

“กู.....”

 

“พวกกูจะขับรถไป คงถึงพรุ่งนี้เช้า” อีกฝ่ายตัดสินใจให้เสร็จเมื่อได้ยินการตอบรับด้วยความเงียบแทนการตัดสินใจอย่างฉับไวอย่างทุกครั้ง “พวกกูไม่อยากเสียมึงไปอีกคน เข้าใจไหม?”

 

เสียงสัญญาณขาดหายไป กลายเป็นเสียงสัญญาณถี่ๆ บาดหู เด็กหนุ่มถือสายค้างไว้ ถ้อยคำขาดหายลอยคว้างในอากาศ เขาปล่อยให้หูโทรศัพท์ร่วงลงพื้น ก่อนที่ห้องทั้งห้องจะก้องไปด้วยเสียงสะอื้น สลับกับเสียงร้องเรียกชื่อของคนรักที่ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

 

ด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะขาดใจ...

 

.

.

.

 

[2]

 

นั่นคงเป็นคืนที่เขาร้องไห้หนักที่สุดในชีวิต

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงคิดถึงเหตุการณ์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่ทันจะรู้ตัว ความรู้สึกเศร้าลึกก็หย่อนเมล็ดพันธุ์ลงในใจของเขาและก่อร่างเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะทอดสายตาออกไปนอกร้านฮัมมิ่งเบิร์ด มองเห็นหยดน้ำจากฟ้ากดน้ำหนักลงบนพุ่มใบของต้นไม้ภายในสวน ขณะที่ท้องฟ้าสีหม่นจากสายฝนเริ่มเปลี่ยนเป็นสว่างใสมากขึ้นเมื่อฝนซา เขารวบข้าวของลงกระเป๋าประจำตัว ปล่อยให้กาแฟและขนมที่สั่งมาแทบไม่พร่องลงไปเลยไว้บนโต๊ะ จนสิปปภาสถึงขั้นเอ่ยปากถามในตอนที่เขาเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามาเก็บเงิน

 

“แค่ไม่ค่อยอยากอาหารน่ะ” เขายิ้มให้ทั้งที่รู้สึกฝืดฝืน “ฝากบอกคุณตากับคุณนนท์ด้วย ว่าทุกอย่างยังอร่อยเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง”

 

“แต่สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เด็กหนุ่มร่างสูงทัก “นั่งพักอีกสักครู่แล้วค่อยไปดีไหมครับ?”

 

“ขอบคุณมาก” ธันว์เอ่ยพลางลุกขึ้นยืน “แต่คงต้องไปแล้ว”

 

“งั้น...” สิปปภาสดูละล้าละลัง หากผู้สูงวัยกว่าแค่ตบบ่าอีกฝ่ายไปเบาๆ ก่อนจะเดินเลยออกนอกร้านไป

 

.

.

.

 

[3]

 

ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ธันว์เพียงแค่ออกมายืนอยู่หน้าร้าน

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้จะยังไม่หยุดตกดี แต่สายฝนที่พร่างพรมก็เบาบางเกินกว่าจะทันได้รู้สึก เขายื่นมือออกไปรองรับละอองฝนเบาบางนั้นอยู่ชั่วระยะ ก่อนที่เสียงทักทายจะดังขึ้นข้างตัว

 

“อ้าว คุณธั— เฮ้ย!” เสียงเรียกชื่อกลายเป็นการร้องเสียงหลง “ร้องไห้ทำไมคร้าบบบบ คุณธันว์!!!!”

 

“ห๊ะ!?” เขาหันมองอีกฝ่ายงงๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้า แต่ก็พบเพียงความแห้งผากดุจเดิม “ไม่ได้ร้องอะไรนี่ กล้า”

 

“ถึงไม่ได้ร้อง หน้าตาคุณก็เหมือนคนจะปล่อยโฮรอมร่ออยู่แล้วล่ะครับ” กล้ารบขมวดคิ้วมุ่น ไร้ร่องรอยล้อเล่นเหมือนเคย “เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

“............แค่เรื่องเก่าๆ แวบเข้ามาในหัว” เขาตัดสินใจตอบตามความจริงก่อนจะถอนหายใจหนักๆ และเบนสายตาออกไปนอกร้าน “เรื่องปกติ สักพักก็หาย”

 

“เรื่องที่ทำให้ผู้ชายตัวโตๆ จะร้องไห้ได้นี่มันคงไม่ปกติล่ะมังครับ” เด็กหนุ่มเบ้ปาก “ดื้อเหมือนกันนะคุณน่ะ”

 

“ไม่อยากให้นายว่าแบบนี้เลยแฮะ” ชายหนุ่มหลุดหัวเราะ ดวงตาที่มองกลับไปยังอีกฝ่ายทอดอ่อนลงเล็กน้อย “เป็นห่วงรึไง?”

 

“ห่วงสิคร้าบบบบ แหม่!” อีกฝ่ายแสดงท่ากระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยแต่พองาม “นึกว่าผมจีบคุณทุกวันเพราะแค่เล่นๆ รึไง?”

 

“ก็เล่นๆ ไม่ใช่รึ?” เขาแกล้งเลิกคิ้วกลับ ส่วนกล้ารบก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างจริงจัง

 

“ก็เล่นๆ น่ะสิครั--- ชะเฮ้ย! คุณธ้านนนนนนน” ท้ายเสียงลากขึ้นสูง ขณะที่คนถูกเรียกชื่อหัวเราะหึหึ “ไม่เล่นแล้วก็ได้”

 

“งอนรึไง?” ชายหนุ่มเอ่ยล้อๆ หากกล้ารบกลับส่ายหน้าขวับแถมยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ผมหมายถึงต่อไปนี้ผมจะจริงจังต่างหาก”

 

สายตาวิบวับนั้นไม่ได้ทำให้บรรณาธิการหนุ่มใจอ่อนหรืออ่อนใจ แต่กลับยิ่งทำให้นึกขำกับท่าทางทะเล้นตึงตังของอีกฝ่ายเสียมากกว่า และก่อนที่กล้ารบจะทันตั้งตัว ธันว์ได้ยื่นมือออกไปขยี้พุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะละออกโดยไม่ละรอยยิ้มออกจากใบหน้า

 

“แล้วจะรอดูนะครับ”

 

.

.

.

 

TBC (?)

 
 
 
 
 
 
หมายเหตุ
- ยังไม่ได้รับอนุมัติ ทั้งคาร์ และโครงเรื่อง เพราะงั้นถือว่าเป็นเรื่องกึ่งๆ แฟนฟิคไปก่อนนะฮะ
- ครูเอมอนุมัติเมื่อไหร่ก็...นะ ^_____^
- ฝากเช็คคาร์ด้วยนะฮะ @376sec @irindel
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

แง..เกือบร้องไห้ตามคุณธันว์แล้ว แบบอิมแพคมากค่ะ ฮรืออออ   ดีนะได้น้องกล้ามาฉุดอารมณ์กลับไปสดใสอีกครั้งตอนจบ 

สรุปเจ้ากล้าเป็นตัวเรียกเสียงฮาให้ทุกคนสินะ(?) บทสนทนานั่น...นึกว่าคู่นี้หยอกกันเล่น แต่กลับกลายเป็นว่าเอาจริงเหรอเนี่ย แอร้ยยย...รอส่องดูคู่นี้ต่อไปจ้า  surprised smile

#5 By Adeya on 2014-07-09 15:59

ย้ากกกกกก น้องกล้ารบเอาจริงใช่มั่ยคะ โฮรวววว ประชากรชายหายไปสอง /หักไปสองนิ้ว


ที่เขียนตอนแรกมันอึมครึมมากเลยค่ะ ทำเอาหม่นเล็ก ๆ

แต่พอ้ารบมานี่แบบ เหมือนท้องฟ้าสาดแสงยังไงยังงั้นเลย 555555 นางพกความฮามาเต็มพิกัดมาก


แล้วมุกจีบนั่ยมันอะไรคะะ แล้วที่คุณธันว์ตอบนั่นอีก โฮรวววว



มันแอบก๊าวจนเหล่านอร์มอลต้องทำตาปริบ ๆ เชียว 555555


จะรอติดตามต่อตอนไปนะคะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-07-07 18:32

โอ๊ย สตันกับมุขจีบกล้าไปชั่ววินาที

จริงๆ ช่วงข้างบนเขียนดีนะคะ ดูหดหู่มืดมัวสิ้นหวังดี แต่เจอขุ่นน้องกล้าแล้วบั่บ...ความศร้งความเศร้าหายเรียบ ตายละ สงสัยฟ้ากำหนดมาให้ฉุดเขาจากฝันร้าย ๕๕๕๕

เราจะเกาะขอบจอดูด้วยนะคะ open-mounthed smile

#1 By *Alyssa* on 2014-07-07 15:47