[KHR FanFiction: XS] Wait for Sleep

posted on 10 Oct 2010 19:12 by aki657 in FanFic

Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction

 

Title:    Wait for Sleep

Rating: PG-13

Author: aki

 

*******************************

 

แซนซัสเกิดและเติบโตในดาวน์ทาวน์...

 

ผู้คนแถบนั้นเคยชินกับการเห็นเด็กชายผู้มีดวงตาสีแดงเพลิงนั่งอยู่ติดริมหน้าต่างของห้องโกโรโกโสชั้นบนของตึก เด็กคนนั้นมักทอดสายตามองโลกเบื้องล่างด้วยแววตาของผู้ที่อยู่เหนือกว่า...แววตาซึ่งหยามเหยียดมนุษย์ทุกผู้ให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า หลายต่อหลายคนรำคาญใจกับสายตาแบบนั้น แต่กลับไม่มีใครแม้สักคนเดียวที่อาจหาญกล้าแตะต้องเด็กชาย

 

ไม่ใช่เพราะความเป็นเด็ก...เมืองแบบนี้ไม่มีเหตุผลยกเว้นสำหรับความเป็นเด็กอยู่แล้ว เมืองเล็กโสโครกด้วยความบาปทุกประการที่ทับซ้อนเป็นชั้นในอากาศห่มคลุมทั้งเมืองให้ผู้คนสูดหายใจเข้าไป เมืองประเภทที่อำนาจเท่านั้นที่จะเป็นเกราะป้องกันกายให้ตนเอง

 

ใช่แล้ว, เหตุผลที่ไม่มีใครแตะต้องเด็กคนนั้น คือ อำนาจ

 

อำนาจที่สะกดให้ผู้อื่นก้มหัวลงด้วยความหวาดกลัว...เด็กชายมักใช้มันอย่างเงียบงัน ไร้คำพูดตวาดก้อง หรือถ้อยคำเสียดสี มีเพียงสายตาที่มองผ่านกดข่มทุกผู้คนให้ศิโรราบอย่างง่ายดาย...

 

จนกระทั่งวันนั้น...

วันที่หิมะโปรยปรายลงมา

 

แซนซัสถูกพาให้ออกมาจากบ้านอย่างเร่งรีบ ไอขุ่นขาวผ่านพ้นริมฝีปากจากความหนาวเย็น ดวงตาสีแดงเพลิงฉายแววไม่พอใจที่ถูกจับลากให้ก้าวเดิน แต่เด็กชายไม่ได้สะบัดมือนั้นออก...

 

อาจเพราะมือนั้น คือ มือของ ‘แม่’

 

แซนซัสแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของตัวเอง เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มันเป็นภาพเลือนจางในสายหมอกหนา...สิ่งที่เขาพอจะจำได้ คือเสียงที่สั่นเล็กน้อย เจือด้วยความยินดีและฝ่ามือเย็นเฉียบที่ดันแผ่นหลังของเขาให้ก้าวเดินออกมาข้างหน้า

 

“ฉันตั้งชื่อเขาว่า Xanxus...ตัว X ที่หมายถึงเลขสิบ”

 

คำพูดนั้นเป็นคำพูดที่แม่ของเขาเอ่ยออกมากับร่างสูงตรงหน้า ชายผู้มีเค้าของความเมตตาก้มมองลงมาก่อนจะทรุดกายลงนั่งให้อยู่ระดับเดียวกับสายตา เมื่อเห็นเปลวไฟปรากฏขึ้นบนมือของเด็กชาย...

 

...เปลวไฟของเพลิงพิโรธ....

 

เปลวไฟ...ที่คนตรงหน้าบอกว่าเป็นไฟของวองโกเล่

คนที่เขาเรียกว่า “พ่อ”

 

“ไม่ผิดแน่...เธอคือลูกชายของฉัน”

 

คำพูดอ่อนโยนถูกเปล่งออกมาก่อนที่ผ้าพันคอผืนหน้าจะถูกคล้องลงมา เด็กชายรู้สึกอุ่นวาบในอก...เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้

 

และนั่น...คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งมวล

 

.

.

.

 

ความมืดมิด...

 

เป็นความมืดที่ยิ่งกว่าความมืดใดที่ชายหนุ่มเคยเห็น เป็นความมืดเหนียวหนืดที่โอบล้อมรอบกายจนขยับร่างไม่ได้..ความรู้สึกเหมือนถูกกดทับ บดขยี้ด้วยความว่างเปล่าหากหนักอึ้งนั้นเจ็บปวดจนต้องร้องตะโกนออกมา...แต่ตัวเขากลับไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง

 

และนั่นเพิ่งทำให้แซนซัสตระหนักว่าเขาอยู่ท่ามกลางความเงียบ...

 

มันเป็นความเงียบที่ยิ่งกว่าความเงียบใดที่เขาเคยรู้จัก มันเป็นความเงียบที่ทำให้เขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตน ชายหนุ่มพยายามตะโกนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากความเงียบที่ตอบรับยังคงเป็นความเงียบรูปแบบเดิมไม่แปรเปลี่ยน...

 

เช่นเดียวกับความหนาวเย็นที่โอบล้อมกาย

 

เป็นความหนาวที่กรีดแทงลงมาบนผิวเนื้อ กัดกินลึกลงสู่กระดูก และกัดกร่อนลงสู่หัวใจ...ชายหนุ่มติดกับอยู่ท่ามกลางสามสิ่งนี้ยาวนานนับปี มันเป็นบทลงโทษที่แสนสาหัส

 

เป็นบทลงโทษสำหรับการกบฏต่อท้องฟ้า...

 

ท้องฟ้าที่ลวงหลอกต่อความรู้สึกของเขา...ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าสดใส เป็นเป้าหมายอันน่าชื่นชมสำหรับเขาในอดีต หากแต่ในวันที่เขาได้เห็นบันทึกเล่มนั้น วันที่เขาถูกผลักให้อยู่เบื้องหลังท้องฟ้า...ลงสู่ความมืดอันไร้จุดสิ้นสุดที่ชื่อว่า ‘วาเรีย’ วันนั้นเองที่ความโกรธเกรี้ยวรุนแรงได้โหมกระหน่ำเปลวไฟในร่างให้ลุกกระพือจนยากเกินการควบคุม

 

เผาทำลายทุกสิ่ง...

ลากท้องฟ้าอันน่าชังให้ตกลงมา...

 

แซนซัสต้องการให้ท้องฟ้านั้นลิ้มรสของความเจ็บปวด...ลิ้มรสของการถูกทรยศ ความเชื่อใจต่อความอบอุ่น ความเชื่อใจต่อจุดหมายปลายทางที่เขาวาดไว้ พังทลายเพียงเพราะความใจดีอันว่างเปล่า ชายหนุ่มไม่ได้ต้องการความเห็นใจ เขาไม่ได้ต้องการสิ่งที่น่าสมเพชอย่างนั้น เพราะมันช่างไร้ค่าเมื่อเทียบกับบัลลังก์แห่งท้องฟ้า...จุดสูงสุดที่เขาจะขึ้นไปเหยียบย่าง

 

อำนาจแห่งการครอบครองที่แท้จริง...

 

แต่การกบฏนั้นก็สูญเปล่า...เขาไม่สามารถลากท้องฟ้าให้ลงมายังพื้นดินได้ ท้องฟ้านั้นสูงเกินไป ยิ่งใหญ่เกินไป...ด้วยอำนาจที่เขามี ด้วยสายเลือดที่เขามี เขาไม่อาจแตะต้องท้องฟ้านั้นได้...แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะยอมแพ้

 

เมื่อไม่ได้มา เขาก็จะแย่งชิง

ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม...

 

ชายหนุ่มถูกกดข่มให้หลับใหลภายใต้ความมืดมิด ความเงียบงัน และความหนาวเย็นเกินกว่าจะจินตนาการได้...แต่นั่นไม่ใช่การถูกผูกมัด ในเมื่อเขาจุดเพลิงพิโรธให้ตนเอง...ให้มันพัดพาทุกสิ่งให้หายไป

 

จนกว่าเขาจะลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง...

 

คราวนี้ เขาจะลากท้องฟ้าให้ลงมาย่อยยับ...

และก้าวขึ้นครองบัลลังก์แห่งนภา...

 

ด้วยเพลิงพิโรธนี้...

จะพัดผลาญทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง...

 

กดข่มให้ท้องฟ้าจอมปลอมนั้น...

...หลับใหลไปชั่วนิรันดร์...

 

.

.

.

 

Wait for sleep

 

 

 

 

 

 

Author’s talk:

-          มันคือ short version ของอะไรบางอย่าง...

-          อะไรบางอย่างที่ว่านั้น คือ ของรางวัลสำหรับคนที่ร่วมสนุกกับ Lucid Dream

-          แน่นอนว่า long version ยังไม่เสร็จ (ฮา)

-          แต่น่าจะเสร็จทันกำหนดแน่นอน

-          อนึ่ง, long version ไม่ได้มีแค่แซนซัสที่มีบทหรอกนะ แต่สายฝนสีเลือดก็ต้องตกต้องลงมาด้วยเหมือนกัน (หึ)

-          เพราะฉะนั้น ร่วมสนุกและส่งคำตอบมากันได้ภายใน 22 ธันวาคมนี้ ที่ hiberlnation [at] hotmail.com นะครับ

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet