[CS] MS: บทสุดท้าย...

posted on 16 Jan 2010 00:52 by aki657 in CubicSchool

 

 

 

 

[CS] MS: บทสุดท้าย...

 

 

***********************************

 

 

[1.] Farewell…

 

 

เราเลิกกันเถอะครับ

 

ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ปรับให้เรียบนิ่ง ราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกที่จะต้องเกิดขึ้น...ผมไม่เคยบอกเลิกใครมาก่อน แต่ก็พอรับทราบได้ด้วยสามัญสำนึกว่าคำพูดประเภทนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้กับอีกฝ่ายมากเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อคนตรงหน้าไม่ได้ทำผิดอะไรต่อผมหรือต่อใครเลยแม้แต่น้อย

 

ผมไม่อยากให้คุณต้องเป็นฝ่ายคอย...มันไม่มีอะไรแน่นอน...

 

ผมให้คำอธิบายเพิ่มเติม...หรือจะพูดในอีกแง่ ก็เพื่อความสบายใจของผมเอง การบอกเลิกใครสักคนอาจเป็นเรื่องง่ายดายด้วยคำพูด หากการตัดสายสัมพันธ์ที่เป็นดั่งเส้นใยบางเบานั้นกลับเป็นเรื่องยากแสนยาก...ผมมองหน้าเธอ ฝ่ามือชื้นเหงื่อของผมถูกซุกเข้าในกระเป๋ากางเกง ผมเม้มริมฝีปาก...รู้สึกลังเลขึ้นมาเมื่อเห็นดวงตากลมโตนั้นสบกลับมาราวกับว่าเธอกำลังตั้งคำถามใส่ผมว่าแน่ใจในสิ่งที่พูดออกมาแล้วหรือ

 

ผมขอโทษครับ อิน...

 

เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับไปยังกลุ่มคนที่มาส่งผมซึ่งยืนจับกลุ่มกันห่างออกไปแล้วจึงค่อยเลื่อนสายตากลับมาหาผม...ดวงตาเธอหลุบลงต่ำชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่ริมฝีปากจะขยับเป็นรอยยิ้มบางเบา

 

จับมือกันหน่อยได้ไหมคะ?

 

ผมลังเลหากก็ยื่นมือขวาออกไป เธอรับมือผมไปประคองไว้ในฝ่ามือเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอ...เธอกุมมือผมเอาไว้ทำให้ผมเผลอกระชับมือตอบกลับไป...เราสองคนยืนนิ่งอยู่แบบนั้นโดยไร้คำพูดอยู่หลายนาที จนกระทั่งเธอได้เอ่ยขึ้นมาก่อน

 

มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษหรอกค่ะ...อินเข้าใจเคนนะ...

 

ริมฝีปากนั้นขยับยิ้มในตอนที่ผมกระชับมือเข้าหาเธอราวกับจะบอกว่าเธอไม่เป็นไร...ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายที่ชวนให้อุ่นหัวใจในตอนที่เงยขึ้นสบสายตากลับมายังผม...และนั่นทำให้ลมหายใจผมสะดุดลงไปเล็กน้อย

 

แต่ถึงอย่างนั้น...อินก็ยังอยากเป็นคนกางร่มให้เคนเวลาที่เคนเป็นทุกข์...อยากเดินไปข้างๆเคน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...

 

เธอไม่ได้ร้องไห้...ไม่มีน้ำตาลงมาแม้เพียงหยด...แม้แต่เสียงของเธอนั้น ก็ไม่ได้สั่นเครืออย่างที่ผมกังวลใจ หากผมกลับรู้สึกได้ถึงแรงบีบรัดภายในหัวใจของเธอ...

 

แต่ถ้าเคนไม่อยากให้อินต้องรอคอย...อินก็จะไม่คอย...

 

เสียงของเธอสะดุดลงเป็นครั้งแรกภายในบทสนทนาอันแสนเจ็บปวดของเรา...ผมยกมืออีกข้างขึ้นกุมมือเธอเอาไว้แทนคำปลอบใจที่ผมไม่อาจเปล่งเสียง เธอยิ้มและกระชับมือตอบกลับมาก่อนจะเอ่ยต่อ

 

แต่ถ้าเคนกลับมาแล้ว...และเราสองคนยังไม่มีใคร...อินอยากให้เราสองคนได้มีโอกาสเรียนรู้กันและกันอีกครั้ง...ได้ไหมคะ?

 

อินครับ...

 

ค่ะ...อินรู้ว่าเคนไม่อยากให้อินคอย...แต่สำหรับอิน คำขอนี้ไม่ใช่การรอคอย...

 

ดวงตาคู่สวยของเธอที่สบกลับมาฉายแววแน่วแน่เหมือนตอนที่เธอตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่างลงไปแล้ว

 

มันคือการได้พิสูจน์ว่าความรู้สึกของอิน...เป็นแค่ความหลงใหลชั่ววูบ...หรือมากกว่านั้น

 

หลงใหลชั่ววูบ...อย่างนั้นเหรอ?

 

ผมชะงัก นิ่งอึ้งกับคำพูดของเธอที่เปรียบเหมือนก้อนหินที่กระแทกลงมาบนหัวของผมแรงๆ...เธอสบสายตาผม แววตามุ่งมั่น เอาจริง หากไม่ได้คาดคั้น...

 

เธอกำลังรอคำตอบจากผม...

 

.

.

.

 

[2.] Take the time…

 

 

อื้ม...

 

เสียงของคนตรงหน้ารับคำสั้นๆเมื่อผมเล่าเรื่องจบ ผมมองตามมือของเขาที่กำลังวางถ้วยกาแฟสีขาวซึ่งพาดตราสัญลักษณ์สีเขียวของร้านกาแฟชื่อดังกลับคืนที่ และเมื่อเห็นผมเงียบเสียง เขาจึงเงยหน้าขึ้นสบสายตากับผม...สายตาคมปลาบที่พุ่งตรงราวกับกำลังฉายรังสีตรวจตราความคิดภายในใจ

 

แล้วนายก็เลยให้คำตอบคุณอิน

 

ครับ

 

อีกฝ่ายพยักหน้ารับโดยไม่ซักถามอะไรต่อ...ผมก้มลงมองแก้วกาแฟเย็นชืด...อาหารมื้อแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น...คราบกาแฟแตะบนขอบแก้ว เหลือร่องรอยของริมฝีปากที่สัมผัสไว้ ทำให้ผมอดหวนนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาไม่ได้...

 

ผม...สับสนครับ

 

เขายังคงเงียบ...พี่ชายของผมเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยเร่งเร้า หากรอคอยให้ผมเปิดปากพูด...ผมก้มลงมองมือตัวเองที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน...

 

ผมไม่เข้าใจตัวเอง...ทั้งที่ผมเคยจัดการอะไรๆได้ดีกว่านี้ แต่ทุกอย่างดูเสียศูนย์ไปตั้งแต่ผมรู้สึกตัว...