[CS-OC] MS: คำขอ

posted on 08 Nov 2009 17:55 by aki657  in CubicSchool

 

 

[CS-OC] MS: คำขอ

 

Main Characters: คิโยโนบุ ครูเอม



- lyrics -

************************************

 

[1.]

 

ดวงตาสีน้ำตาลกำลังจับจ้องที่ปฏิทินตั้งโต๊ะ...

 

วงกลมสีแดงถูกวาดไว้ล้อมรอบตัวเลขแสดงชัดถึงกำหนดการเดินทางกลับญี่ปุ่นของเขา ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอยู่สองสามทีราวกับใช้ความคิดก่อนจะพลิกปฏิทินกลับมายังเดือนปัจจุบัน...

 

เดือนพฤศจิกายน...

 

อีกครั้งที่ดวงตาสีน้ำตาลนั่นเลื่อนเข้าจับจ้องตัวเลขบนนั้น ตัวเลขเดี่ยวที่อาจไร้ความสำคัญสำหรับบุคคลอื่น หากเป็นตัวเลขที่เขาจำได้ขึ้นใจ...

 

ทั้งวัน เดือน ปี รวมถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น...เขายังจำได้ชัดเจน ตราติดไว้กับดวงตาทั้งสองข้าง และอาจหมายรวมถึงหัวใจ ในเมื่อเหตุการณ์นั้น...เวลานั้น คือเวลาแห่งการสูญเสีย...

 

วันที่ 9 พฤศจิกายน...

 

วันเสียชีวิตของ ฟูจิโยะ อาเมะมิยะ...

วันเสียชีวิตของแม่...ของคนสำคัญ

 

ชายหนุ่มหลับตาลงเชื่องช้าเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และนั่นทำให้เขาประหวัดถึงห้วงเวลาที่เขาใช้ร่วมกับหญิงสาวชาวไทยอีกคน ที่สำคัญสำหรับเขาเช่นกัน...คนที่เปรียบเหมือนที่พักใจยามอ่อนแรง...

 

หลายเรื่องที่เขาตั้งใจทำก่อนการเดินทางกลับญี่ปุ่นล้วนเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปหมดแล้ว...หากจะมีเหลือ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น...

 

คิโยโนบุลืมตาขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปหาโทรศัพท์มือถือที่ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน...เขาใช้เวลาราวอีกสองสามวินาทีในการกดหมายเลขปลายทางที่คุ้นเคย และอีกราวสี่หรือห้าวินาทีในการรอเสียงสัญญาณ...จนกระทั่งในที่สุด เสียงของคนที่เขาต้องการสื่อสารด้วยก็ดังขึ้นให้ได้ยิน...

 

แม่แก้วครับ...

 

ชายหนุ่มเอ่ยเรียกอีกฝ่ายก่อนจะนิ่งไปราวกับต้องการเรียบเรียงคำพูดของตน

แล้วประโยคถัดมาก็ดังขึ้น...ชัดเจน

 

ผมมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา...

 

.

.

.

 

[2.]

 

คุณนายเอมอรชะโงกหน้าออกมาจากครัว...

 

เสียงรถยนต์ที่แล่นผ่านเข้ามาฟังดูคุ้นหูเสียจนอดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกไปมอง และเธอก็ยิ่งแน่ใจว่าสิ่งที่เธอเดาไว้นั้นไม่ได้ผิดพลาดเมื่อเสียงขององครักษ์พิทักษ์บ้านอย่างสมปองจะดังลั่นขึ้นมาแทรกกับเสียงจังหวะก้าวเดินอันคุ้นชิน

 

และนั่นทำให้เธอเริ่มเชื่อถึงหลักทฤษฎีที่รายการประเภท [[แม่บ้าน]] เลือกรับชมเคยเอามาพูดไว้หนหนึ่ง...ในรายการนั้นได้บอกเล่าไว้ว่า การได้ยินเสียงที่คุ้นชินเป็นเวลานาน ทั้งที่เป็นเสียงประเภทเดียวกัน แต่นั่นจะทำให้เราสามารถแยกแยะเสียงเหล่านั้นออกจากเสียงทั่วไปได้...อย่างเช่นเสียงรถของพ่อหนุ่มซามูไรนี่เป็นต้น

 

คุณนายเริ่มขมวดคิ้วเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเจ้าหนุ่มที่กำลังเดินมาหาเธอนั้นสัญญาไว้เสียดิบดีว่าจะเป็นคนตามรับตามส่งและดูแลลูกสาวคนเดียวของเธอ แต่เมื่อเช้านี้...ทั้งที่บอกว่าจบเรื่องงานวิจัยไปแล้ว แต่พ่อหนุ่มซามูไรนี่กลับหายตัวไร้วี่แววจนทำให้ยัยลูกสาวคนซื่อต้องกลับไปห้อยโหนรถเมล์ตามอย่างปกติ

 

โดยแท้จริงแล้วเธอไม่ได้รังเกียจ หากจะต้องให้ลูกสาวคนเดียวต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิม...หรือไม่มีคนคอยตามรับตามส่ง แต่สิ่งที่ทำให้เธอนึกไม่พอใจน้อยๆนั่นกลับเป็นเพราะชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนี้ไม่รักษาสัญญาต่างหาก...แม้ลูกสาวเธอจะเอ่ยแก้ตัวแทนว่าเขาได้โทรมาบอกว่าติดธุระแล้วก็เถอะนะ

 

เพราะถึงอย่างไรแล้ว แม้เธอจะออกอาการ [[อยาก]] ให้ลูกสาวเร่งลงจากคานมากเท่าใดก็ตาม แต่หัวอกคนเป็นแม่นั้นก็ย่อมต้องการชายหนุ่มที่ [[ดี]] มากพอที่จะดูแลลูกสาวของเธอไปชั่วชีวิต

 

แล้วดูที่พ่อหนุ่มซามูไรทำสิ...

แบบนี้จะให้เธอไว้ใจได้อย่างไร...?

 

ในที่สุดแขกผู้มาเยือนก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งยกมือไหว้เสียเรียบร้อย คุณนายยกมือรับไหว้นั้นอย่างแกนๆพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก

 

เธอมาสายนะ พ่อหนุ่ม...ยัยเอมออกไปโรงเรียนแล้ว

 

เอ่อ, ครับ ต้องขอโทษด้วยครับ

 

ธุระอะไรกัน ถึงมารับยัยเอมไม่ได้?

 

คุณนายเอมอรเอ่ยต่อโดยไม่ใส่ใจต่ออาการค้อมกายลงราวกับเป็นการขอโทษอยู่กลายๆของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่น...และเมื่อสิ้นประโยคนั้น ดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายก็เหลือบแลขึ้นสบมองมาที่เธอก่อนที่ริมฝีปากนั่นจะขยับเป็นรูปคำ

 

ธุระสำคัญคือ...ผมมีเรื่องจะมาเรียนคุณเอมอรครับ

 

คำพูดนั้นทำให้คุณนายเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติของชายหนุ่มตรงหน้า...แม้หลายครั้งที่เธอจะได้เห็นชายหนุ่มในชุดแต่งกายอย่างสุภาพ หากแต่ไม่มีครั้งใดที่เหมือนครั้งนี้เช่นกัน...

 

ชุดสูทแสนสุภาพ...

ที่ราวกับชุดทางการ...

 

ด้วยสัญชาตญาณหรืออย่างไร แม้แต่ตัวคุณนายเอมอรเองก็ไม่แน่ใจนัก...แต่สิ่งที่เธอทำกลับเป็นเพียงแค่อาการพยักหน้าอย่างสงบและเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังเตรียมใจสำหรับสิ่งที่อีกฝ่ายจะเอ่ยออกมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้...

 

เข้ามาก่อนสิ...พ่อหนุ่ม

 

.

.

.

 

[3.]

 

สายลมอ่อนพัดผ่านบานหน้าต่าง...

 

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่านักเรียนดังลอยเข้าสู่ห้องพักครู ส่งให้เอมิกาขยับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันมาหัวเราะเบาๆให้กับมุกที่นัดดาวดีปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจ เธอเอ่ยทักทายและขยับหลบวิรัลและเมษาที่กำลังเดินออกไปจากห้องเพื่อไปรับประทานอาหารที่โรงอาหาร แล้วหญิงสาวจึงค่อยเดินก้าวเข้าสู่ห้องพักครู ตรงไปที่โต๊ะของตัวเอง โดยตั้งใจว่าจะใช้เวลาพักให้หมดไปกับหนังสือนิยายที่ดารันตร์เพิ่งจะนำมาให้ก่อนช่วงพักกลางวัน แต่แล้วดวงตาใต้กรอบแว่นก็ต้องฉายร่องรอยประหลาดใจเมื่อพบกับอะไรบางอย่างที่อยู่บนโต๊ะตน...

 

 

กระดาษโน้ตสีฟ้าอ่อนจางพร้อมกับลายมือที่เธอคุ้นตา

ถูกทาบทับไว้ด้วยดอกไม้ดอกเล็กสีขาวนวล...

 

...ดอกไม้ที่ทำให้เขาและเธอได้พบกัน...

...ดอกไม้แห่งความทรงจำ...

 

เธอหยิบดอกปีบดอกเล็กนั้นขึ้นไว้ในมือก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเพื่อดูเนื้อความที่เขาเขียนเอาไว้ก่อนจะต้องเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆด้วยความประหลาดใจ...

 

 

[ช่วงพักกลางวัน คุณมาพบผมที่ศาลาริมน้ำได้ไหมครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาคุณ]

 

เอมิกาคว้าหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นติดมือและเอ่ยขอตัวกับนัดดาวดีที่อยู่ร่วมห้องก่อนจะก้าวผ่านบานประตูออกไปอย่างรวดเร็ว...

 

...มีอะไรรึเปล่านะ?...

 

.

.

.

 

[4.]

 

เสียงของสายน้ำดังแว่วเข้าหู...

 

หนุ่มนักวิจัยกำลังนั่งอยู่ที่ศาลาริมทะเลของโรงเรียนลูกบาศก์ ซึ่งโดยปกติแล้วในยามพักกลางวันเช่นนี้ประตูทางเข้าจะถูกล็อกกุญแจแน่นหนา หากด้วย [[อิทธิพลมืด]] หรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนี้ถึงได้สามารถ [[ขอ]] ให้ยามยอดมาช่วยเปิดประตูให้ทุกครั้งที่เขาต้องการ...อย่างเช่นครั้งนี้เป็นต้น

 

ตอนนี้ คิโยโนบุ กำลังสูบบุหรี่...

 

คิโยฮารุ, น้องชายของเขามักจะรู้ทันอยู่เสมอว่าในยามที่เขาสูบบุหรี่นั้น ส่วนใหญ่มักจะหมายความว่าเขากำลังเครียดหรือกำลังคิดถึงเรื่องงานอยู่...ซึ่งนั่นก็มีส่วนถูกอยู่มากทีเดียว แต่สำหรับครั้งนี้ คงเป็นส่วนน้อยที่คิโดยฮารุไม่ได้คาดเดาเอาไว้

 

ใช่, เขากำลังเครียด...

แต่...ไม่ใช่เรื่องงาน...

 

และด้วยเสียงหวานที่เคยคุ้นเอ่ยเรียกชื่อจากทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มรีบกดดับบุหรี่ในมือลง ควันสีขาวหม่นของมันลอยอ้อยอิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะจางหายไปกับสายลมฉ่ำเย็นจากท้องทะเลกว้าง ดวงตาสีน้ำตาลสบเข้ากับดวงตาใต้กรอบแว่นที่มองมาอย่างเป็นห่วงก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายก้มศีรษะลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมาก่อน

 

ขอโทษที่ต้องรบกวนช่วงพักครับ

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...

 

เอมิกาขยับยิ้มบางบนใบหน้าก่อนจะก้าวเท้าเข้าหาเขามากขึ้น...วินาทีนั้น, อะไรบางอย่างในตัวของเขากระซิบบอกว่าช่างดีแค่ไหนที่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงหน้า...ชายหนุ่มยิ้มรับรอยยิ้มนั่นก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบราวกับกำลังพยายามควบคุมคำพูดของตัวเอง

 

ผมคงรบกวนไม่นานหรอกครับ...

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นขาดหายไปชั่วอึดใจก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง...

หากคราวนี้กลับหนักแน่นมากขึ้น...จริงจังมากขึ้น...

 

เมื่อเช้าผมไปบ้านเอมมาครับ

 

เสียงร้องอุทานอย่างประหลาดใจดังขึ้นแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยต่อ...

 

ผมขอโทษที่ถือวิสาสะ ไปถึงบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้าครับ

 

มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ คุณคิโยโนบุ?

 

หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างกังวลและผสมผสานไว้ซึ่งความประหลาดใจ...

 

ธุระสำคัญที่อีกฝ่ายโทรมาบอกเมื่อคืนนั้น...คือเรื่องนี้เองหรือ?

ถ้าอย่างนั้นแล้ว...ทำไมต้องเกี่ยวข้องกับแม่ของเธอด้วยล่ะ?

 

ผมไปขออนุญาตพบคุณเอมอรมาครับ...

 

ชายหนุ่มเอ่ยตอบก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของหญิงสาวเอาไว้...สัมผัสแผ่วเบาหากมั่นคงกอบกุมมือเล็กบางก่อนจะกระชับแน่นเข้าพร้อมกับคำพูดที่ถูกส่งผ่านออกมาเชื่องช้าและชัดเจนราวกับต้องการให้ทุกคำพูดนั้นถูกต้องอย่างที่สุด...

 

เพื่อขออนุญาต...ดูแล...ลูกสาวของคุณเอมอร...

 

ดวงตาสีน้ำตาลสบนิ่ง...

ย้ำคำพูดตน...หนักแน่น...

 

...ไปตลอดเวลาที่เหลือในชีวิตของผมครับ

 

.

.

.

 

[5.]

 

เสียงนาฬิกาดังกังวานในความเงียบ...

 

คงเป็นอย่างที่เขาว่ากันว่ายามที่เรารอคอยอะไรสักอย่าง แล้วปล่อยให้ความเงียบผ่านเข้ามา...เสียงที่ได้ยินนอกเหนือจากนั้นจะทะลักบาดจนเสียดหู...

 

ตอนนี้คุณนายเอมอรกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง...

 

แม้ว่าเสียงนาฬิกานั่นจะไม่ได้ดังบาดหูเธอขนาดนั้น หากก็ทำให้นึกรำคาญขึ้นมาได้อยู่เช่นกัน...คุณนายเอมอรวางหน้านิ่ง มองดูชายหนุ่มตรงหน้าต่อสายโทรศัพท์ไปที่ไหนสักที่...ที่ๆเขาบอกว่ามีคนที่อยากให้เธอคุยด้วย...และโดยไม่ต้องรอนานมากนัก เธอก็มองเห็นชายหนุ่มกรอกคำพูดภาษาไทยลงไปสองสามคำก่อนที่เขาจะเปิดสปีกเกอร์และวางมันลงบนโต๊ะเตี้ยข้างหน้าเธอ...

 

สวัสดีค่ะ คุณเอมอร...

 

เสียงหวานจากอีกฝั่งสายดังขึ้นชัดเจน แม้จะมีเสียงสัญญาณแทรกบ้างจากการส่งสัญญาณข้ามประเทศ หากนั่นก็ไม่ได้ลด [[อะไรบางอย่าง]] ในน้ำเสียงของอีกฝ่ายลงได้เลย

 

ดิฉัน การะเกด อาเมะมิยะ...เป็นแม่เลี้ยงของคิโยโนบุค่ะ

 

คำพูดแนะนำตัวนั้นทำให้คุณนายเอมอรเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบไปอย่างมีไมตรีเช่นเดียวกัน

 

สวัสดีค่ะ ดิฉัน เอมอร เจนภพ ค่ะ...

 

ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่ดิฉันไม่สามารถไปพบด้วยตนเอง...พอดีเจ้าลูกชายเขาใจร้อนน่ะค่ะ เลยต้องคุยกันผ่านทางนี้แทน...

 

ไม่เป็นไรค่ะ...

 

คุณนายลอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นคิ้วเรียวของอีกฝ่ายขมวดนิดๆ...ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเหลือบมองมาทางเธอเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นแทรกเสียงหัวเราะเบาๆของแม่เลี้ยงตน ราวกับกลัวว่าตนจะกลายเป็นเป้าในการสนทนาครั้งนี้ไปเสียก่อน

 

แม่แก้วครับ...

 

จ้ะ แม่รู้แล้ว...ใจร้อนจริงเชียว น้ำเสียงหวานแสร้งบ่นอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะเอ่ยต่อ เรื่องที่ดิฉันขอรบกวนเวลาของคุณเอมอรวันนี้ ก็เป็นเรื่องหนูเอมิกาน่ะค่ะ...

 

เอ๊ะ? ยัยเอมไปทำเรื่องอะไรไว้เหรอคะ?

 

อ๋อ, เปล่าหรอกค่ะ...ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ

 

เสียงนั้นหยุดลงชั่วเสี้ยววินาทีราวกับกำลังยิ้มให้กับตนเอง ก่อนที่เสียงนั้นจะดังขึ้นอีกครั้งอย่างชัดเจน...

 

ดิฉันขอทาบทามสู่ขอหนูเอมิกา...ให้มาเป็นลูกสาวของบ้านอาเมะมิยะค่ะ

 

คำพูดนั้นทำให้คุณนายเอมอรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...ใบหน้านิ่งสงบ ขัดกับดวงตาที่ฉายแววกระวนกระวายของชายหนุ่มทำให้เธออดยิ้มออกมาไม่ได้...

 

สำหรับเรื่องนั้น...ดิฉันคงต้องแล้วแต่ยัยเอมน่ะค่ะ...

 

คุณนายเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...หากรอยในดวงตากลับเป็นประกายระยับขึ้นมาชั่ววินาที

 

เพราะคิดว่ายัยเอม...คงยังไม่ทราบเรื่อง

 

คำพูดนั้นทำให้อีกฝั่งสายเงียบไปครู่ก่อนที่จะเอ่ยเรียกชื่อลูกชายตนด้วยน้ำเสียงกึ่งตำหนิ...

 

คิโยโนบุ...

 

ก็...แม่แก้วบอกให้คุยกับคุณเอมอร

 

ถึงอย่างนั้น ลูกก็ควรจะ...

 

อีกฝั่งสายเงียบไปอีกราวสองสามวินาทีคล้ายกลับกำลังหลบไปถอนหายใจก่อนที่จะกลับมาเอ่ยขึ้นกับคุณนายเอมอรอีกครั้งหนึ่ง

 

ดิฉันต้องขอโทษจริงๆนะคะ บางทีบทเขาจะซื่อ เขาก็ซื่อถึงขั้นซื่อบื้อเลย...

 

แม่แก้วครับ... คิโยโนบุส่งเสียงแทรกคล้ายกำลังแก้ตัวในชั้นศาล ผมไม่รู้ธรรมเนียมไทย แม่แก้วบอก...ให้มาขออนุญาตคุณเอมอร

 

เรานี่นะ...

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ก่อนหน้านี้ก็ข้ามขั้นคล้ายๆแบบนี้อยู่เหมือนกัน

 

ตายจริง, ต้องขอโทษจริงๆเลยนะคะ

 

น้ำเสียงที่ส่งมาไม่ได้ตกอกตกใจอย่างที่ควรเมื่อคุณนายเอมอรส่งเสียงหัวเราะเบาๆกลัดติดไปกับประโยคเมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว...

 

ไม่ได้เรื่องเลยนะ คิโยโนบุ

 

แม่แก้วครับ...

 

จ้ะๆ...แม่รู้แล้ว

 

น้ำเสียงที่อ่อนลงแบบที่ไม่เคยได้ยินของหนุ่มชาวญี่ปุ่นทำให้คุณนายเอมอรเผลอยิ้มออกมาอีกหน ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจฟังเมื่อปลายสายส่งเสียงอีกครั้ง

 

คุณเอมอรคะ, ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทานขนมเสน่ห์จันทร์นะคะ...

 

คำพูดแฝงนัยนั้นทำให้คุณนายยิ้มอย่างรู้ทันก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยแววยินดี

 

ดิฉันเองก็หวังว่าจะได้ทานขนมฝักบัวเคียงกับชาญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ คุณการะเกด

 

ขอบพระคุณที่ไว้ใจลูกชายดิฉันนะคะ...

 

นั่นเพราะเจ้าตัวด้วยนั่นล่ะค่ะ

 

ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นค่ะ เสียงหัวเราะดังลอดผ่านมาตามสายอีกครั้ง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี ดิฉันจะไปจัดการตามประเพณีนะคะ

 

แล้วดิฉันจะเตรียมขนมทั้งสองเอาไว้รับรองค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ อีกฝ่ายเงียบลงก่อนจะเอ่ยเรียกลูกชายตนอีกครั้ง คิโยโนบุ, ที่เหลือก็หน้าที่ของลูกแล้วนะ

 

ครับ...

 

คุณนายเอมอรมองดูชายหนุ่มที่ตอบรับคำ ทั้งที่เพิ่งขมวดคิ้วน้อยๆยามที่ได้ยินชื่อขนมไทยทั้งสอง...และหลังจากที่ตัวเธอได้เอ่ยร่ำลากับแม่เลี้ยงของคนตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสียงสัญญาณถี่ๆก็ดังขึ้นให้ได้ยิน...

 

ชายหนุ่มจ้องมองโทรศัพท์อยู่ครู่ราวกับรวบรวมสมาธิก่อนจะหยิบมันขึ้นตัดสายแล้วเก็บมันเข้ากระเป๋า ใบหน้าคมคายนั่นเงยขึ้นสบสายตากับคุณนายเอมอรที่มองตอบกลับไปเช่นกัน...

 

ดูเหมือนความเงียบจะโรยตัวลงชั่วขณะก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มศีรษะลง...

และเอ่ยออกมา...

 

ผมขออนุญาตดูแลคุณเอม...ด้วยเวลาที่เหลือในชีวิตของผมครับ

 

.

.

.

 

[6.]

 

คิโยโนบุ อาเมะมิยะ ได้ยินเสียงของเหล่านักเรียนดังแว่วมาจากที่ไกลๆ...

 

ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ถนัดภาษาไทยนัก ถึงจะสามารถพูดได้คล่องและสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่หลายครั้ง ความแตกต่างทั้งในแง่ความหมายของคำและวัฒนธรรมต่างๆของไทยก็เป็นปัญหาสำหรับชายหนุ่มอยู่เช่นกัน ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องที่สำคัญแล้ว ชายหนุ่มจึงมักเลือกสรรถ้อยคำและเรียบเรียงมาอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นได้

 

แต่ดูเหมือนการกระทำนั้นจะไร้ผลในคราวนี้...

 

ในเมื่อตอนนี้ในหัวของเขาแทบจะว่างเปล่า ฝ่ามือเย็นเฉียบกระชับมือบอบบางของหญิงสาวให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ส่วนคำพูดที่ได้ตระเตรียมไว้ก็กระเจิงหายไปกับสายลมที่พัดผ่านเมื่อครู่ไปเรียบร้อย

 

เพราะฉะนั้น...คำพูดที่กำลังจะเอ่ยต่อ...

จึงล้วนซื่อตรงมาจาก...หัวใจ

 

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสีน้ำตาลจ้องตรงไปยังดวงตาใต้กรอบแว่นที่บัดนี้เบิกกว้างจากประโยคเมื่อครู่ของเขา หนุ่มนักวิจัยขยับยิ้มบนใบหน้าก่อนจะเอ่ยต่อเชื่องช้า

 

ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกับผม...ผมทราบว่าคุณมีสิ่งสำคัญอยู่ที่นี่...ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า...คุณสำคัญสำหรับผมมากแค่ไหน

 

หญิงสาวตรงหน้าก้มหลบสายตาของเขาลง และจากมุมมองของเขา เขาพอจะมองเห็นใบหูแดงเรื่อของอีกฝ่ายได้ชัดเจน...เขายิ้มก่อนจะกระชับมือของเธอให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อยืนยันคำพูดของตน

 

ถ้าสิ่งที่ผมทำ ทำให้คุณลำบากใจ ผมต้องขอโทษด้วย

 

มะ...ไม่ใช่นะคะ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบสายตาชายหนุ่มเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเสหลบไปอีกครั้ง แต่ว่า...

 

คุณคงต้องการเวลาคิด... ชายหนุ่มยิ้มบางบนใบหน้าก่อนจะละมือลง ไม่จำเป็นต้องตอบตอนนี้ก็ได้ครับ

 

ขอบคุณค่ะ

 

เมื่ออีกฝ่ายกระซิบตอบเสียงแผ่ว คิโยโนบุจึงผงกศีรษะเล็กน้อยเป็นการตอบรับก่อนจะถอยห่างออกไปราวครึ่งก้าว...เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเอ่ยออกไปเป็นเรื่องใหญ่...เรื่องสำคัญ เพราะมันคือการผูกพันสองชีวิตให้เดินเคียงข้างกันไปจนกว่าเวลาหรือลมหายใจของทั้งสองจะหยุดลง

 

ไม่ว่าคุณ...จะตอบรับหรือปฏิเสธ... ชายหนุ่มเอ่ย ผมจะยอมรับทุกคำตอบของคุณ

 

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องตรง...แน่วแน่...

 

ในเมื่อคนตรงหน้าเป็นคนสำคัญ...

ไม่ว่าจะเกิดอะไรหรือเป็นอย่างไร...

 

คนๆนี้ก็ยังคงสำคัญ...

ยังคงมีความหมายสำหรับเขา...

 

...ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...

 

.

.

.

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุป

  1. พี่คิโยได้กำหนดกลับญี่ปุ่นแล้ว ตรงกับวันที่ 26 ธันวาคม
  2. เลยคิดว่าควรจัดการอะไรบางอย่างให้เรียบร้อย
  3. นั่นคือการ[[ขอแต่งงาน]]
  4. และพี่ท่านก็ข้ามขั้นตอน (อีกแล้ว) ด้วยการไปขอกับผู้ใหญ่ก่อน ให้แม่แก้วโทรคุยข้ามประเทศให้
  5. คุณนายเอมอรเขา....(อ่านตอนแถมครับ)
  6. แล้วเลยไปขอครูเอมเอาวันที่ 9 พฤศจิกายน (ตรงกับวันเสียชีวิตของแม่ฟูจิโยะ...แม่แท้ๆ)
  7. ครูเอมยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ พี่คิโยก็ยังไม่เอาคำตอบ...แค่ขอให้ตอบก่อนเขากลับญี่ปุ่นก็พอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ของแถม

.

.

.

 

คุณนายเอมอรนิ่งมองชายหนุ่มตรงหน้า...

 

อีกฝ่ายกำลังก้มศีรษะนิ่งหลังจากเอ่ยประโยคนั้นออกมา ทำให้เธออดนึกเอ็นดูคนๆนี้ขึ้นมาไม่ได้...หากแต่เธอก็ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเสียทั้งหมด เพราะถึงอย่างไรแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของ [[คนสองคน]] อยู่ดี...

 

คุณนายยิ้มจางเมื่อนึกถึงชื่อของขนมที่เพิ่งได้ยินและตนเพิ่งได้เอ่ยออกไป...[[เสน่ห์จันทร์]] และ [[ขนมฝักบัว]] ทั้งสองล้วนเป็นขนมสำหรับงานพิธีมงคลสมรส...สำหรับเธอแล้ว ทางบ้านอามะมิยะนั้นถือว่าฉลาดและใช้ได้ทีเดียวที่เลือกวิธีการพูดเช่นนี้...

 

ถ้าจะฝากฝังลูกสาวของเธอไว้กับอีกฝ่ายล่ะก็...

 

เรื่องนี้แล้วแต่ยัยเอมเถอะ... ผู้สูงวัยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ฉันไว้ใจเธอ...คิโยโนบุ

 

ครับ! ขอบคุณมากครับ!”

 

.

.

.

ถ้าจะฝากฝังลูกสาวของเธอไว้กับอีกฝ่ายล่ะก็...

ความสุข...ก็คงไม่หลุดหายไปไหน

.

.

.

 

Fin.(?)

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอดโอยย น้ำตาลทะลักแล้วฮะ!
ถ้าทำได้ ผมอยากจะ *เอามือปิดปาก* *วิ่งไปเปิดหน้าต่าง* *กรีดร้องให้ลั่นซอย* แต่เกรงจะได้กะละมังมาอุดปาก เลยทำไม่ได้ฮะ

คู่นี้... ไม่ไหวแล้วฮะ หวานทะลัก พี่คิโยรุดหน้าเร็วมากฮะ เขินแทนครูเอมอ่ะ... TwT
แต่... เร็วจริงๆ นั่นแหละฮะ เร็ว... อ่ะ... sad smile

ชอบฟีลเพลงจังเลยฮะ รู้สึกว่าเข้าอ่ะ XD
(ยังไม่ได้อ่านเนื้อ แหะ)
กรีดร้องลั่นบ้านตามไปติดๆ อร๊ากกกก พี่คิโยได้ใจ แต่ว่า อ่านแล้วบทสนทนาของแม่ๆแย่งซีนไปโขเลย แม่แก้วน่ารักจัง เข้าใจหยอด ส่วนคุณเอมอรก็เข้าใจตบลูกกลับ ดูรู้ทันกันจริงๆ

ติดใจนิดนึง คำพูดแม่แก้วช่างได้อารมณ์สมกับคนที่ไปอยู่ญี่ปุ่นมานานจัง ลักษณะคำพูดดูเป็นลักษณะการพูดของคนญี่ปุ่นมากกว่าคนไทยเสียอีกค่ะ

โอย เขิน งานนี้ครูเอมงาน(แต่ง?)เข้าซะแล้วสิ จะทำอย่างไรกันล่ะนี่

#2 By Asana Fay on 2009-11-08 19:06

มดไต่จออีกครั้ง


พี่คิโยคะ สุโก้ยยย
ขอบพระคุณที่จะสอยครูเอมไป

ครูเอมจะว่าไงค้า

#3 By ป.ปุ้น,,, on 2009-11-08 20:02

ต๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~~~~~~~~~

ขออนุญาตสาวแตกดังๆ วิ่งตามคุณวินน์ไปติดๆ
(โชคดีกว่านิดหน่อยรึเปล่าที่หลังบ้านเราเป็นทุ่งนา แหกปากได้ตามใจ? ฮา)

วิธีทำน้ำตาลวันนี้นะนักเรียน ปริ้นท์เอนทรี่นี้ไปแช่น้ำ อัตราส่วน 1แผ่น ต่อ น้ำ 1สระ แช่ไว้ 5 นาที ได้บ่อน้ำตาลหวานเจี๊ยบ...
/โดนเตะ

หวานจนน่าอิจฉา เครี๊ยกกกกกกกก

พี่คิโยก็ อะแหม...ขอแต่งงานได้หวานไม่ไหวจะเคลียร์ ถึงจะบอกว่าพ่อคุณไม่เก่งภาษาไทยก็เถอะนะ แต่แหม ที่ขอเค้าไปนั่นก็ โคตรโรแม้งเลยรู้ตัวไหมครับ!!

แต่ชอบนะที่ขอแบบนั้น ไม่ได้ดูโอเวอร์(โอเค...ปฏิเสธไม่ได้ว่าหวานเว่อ--น่าอิจฉา!)ดูอ่อนโยนดีด้วยล่ะ ไม่ต้องคุกเข่าโชว์แหวนก็ก๊าวได้ เผลอๆดูดีซะกว่าด้วยนะ เอร๊ยยย

แม่แก้วกับคุณนายเอมอรตบลูก(?)กันได้แจ่มมาก!! ดูเป็นผู้ใหญ่และแยบคายชะมัดเลยล่ะ


เหมือนจะเร็วเนอะ เผลอแป๊บเดียวคู่รักกาสะลองก็ขอแต่งงานกันแล้ว ฮริ้วววววววววว

รอคำตอบจากสาวเจ้าด้วยใจระทึกopen-mounthed smile

#4 By -((666 Error))- on 2009-11-08 20:25

จะมีขันหมากไหมหนอ??

#5 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-11-09 18:24

หวานแม๊กซ์.........
นี่ตามมาคอมเม้นหลังจากที่อ่านไปได้สองวันเนื่องจากเนตที่หอมันไม่อำนวย
ชอบซีนที่คุณนายแห่งสองบ้าน ฟาดฟันกันทางจิตวิทยา ยังกับกุนซือสองอาณาจักรกำลังเล่นสงครามประสาททีเดียว55 แต่ก็น่ารักดีนะ
พี่คิโยก็แบ๊วอ่ะ เป็นหนุ่มใส ..เลยคราวนี้

แซว

“ผมขออนุญาตดูแลคุณเอม...ด้วยเวลาที่เหลือในชีวิตของผมครับ”

ชายหนุ่มพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นมอง

"อ้อ ผมเหลือเวลาอีกแค่ 2 นาทีนะครับ ช่วยคิดเร็วหน่อย"

แต่ว .... แซวเล่นนะ 55

#6 By mutsuki on 2009-11-10 16:26

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก โคตะระอิมแพค

รอดูคำตอบของครูเอมครับ confused smile
โอ้ว ถ้าครูเอมไม่รับ อีฟคว้าไปละนะคะ

ผู้ชายอะไร้ หวานเนียนเหลือหลาย หวานขนาด

คุณแม่สองคนก็ช่างเจ้าคารมเสียจริง ดูแล้วครอบครัวจะเข้ากันได้ดีนะคะเนี่ย

รอคำตอบในตอนต่อไปกันต่อไปละนะconfused smile

#8 By everine on 2009-11-12 22:26

^
^
ก๊ากกก เอางั้นเลยนะ ครูอีฟ

คำตอบคือ... ไม่ได้ค่ะ...

ผู้ชายคนนี้พี่ขอ

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

-------------------

อ่านแล้วถึงกับต้องเอากำปั้นมาอุดปากกลั้นเสียงกรี๊ด ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งพรวด นี่ขนาดพอรู้โครงคร่าวๆแล้วนะคะ แต่ได้อ่านของจริงแล้วมันช่างเกินกว่าที่คาดไว้เยอะเลยล่ะค่ะ เล่นเอาเขินม้วนไปหลายตลบ ถึงจะไม่ใช่คนที่ถูกขอก็เหอะ 555

หลังจากกรีดร้องกับซีน"ขอ"แล้ว พออ่านมาถึงตอนซีนที่พวกแม่ๆ"เฉือนคม"กันก็กรีดร้องไปอีกตลบค่ะ เป็นฉากที่ได้ใจเอามากๆเลย ถึงท่านอากิจะบ่นว่าคุณนายเอมอรเขียนยาก (อา..ตรงนี้ต้องขอโทษด้วยนะคะ ^^") แต่ก็เขียนออกมาได้ดีมากเลยล่ะค่ะ ดีกว่าเจ้าของเข้าทรงเองซะอีก ให้เราเขียนเอง ชาติหน้าก็เขียนฉากแบบนี้ออกมาไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีกตรงที่เอามุกขนมไทยมาเล่นด้วย ละเอียดอ่อนแล้วก็แยบยลมากเลยค่ะ

บางทีบทเขาจะซื่อ เขาก็ซื่อถึงขั้นซื่อบื้อเลย

ชอบประโยคนี้อย่างแรงค่ะ หลังจากเห็นแต่ด้านที่พี่คิโยเนียนมาตลอดรายการ ได้เห็นมุมน่ารักๆของพี่คิโยแบบนี้บ้างยิ่งชวนให้กรี๊ดหนักเข้าไปอีก 555

ว่าแต่...จะให้ครูเอมตอบยังไงดีเนี่ย... งานเข้าทั้งผปค. ทั้งลูกสาวเลยนะนั่น...

ขอบคุณนะคะท่านอากิที่ช่วยให้เรื่องของลูกสาวเดินหน้ามาไกลถึงขนาดนี้ แล้วจะรีบปั่นมาตอบโดยไวค่ะ

#9 By irindel on 2009-11-18 01:39