[CS] MS: At the world’s end…

posted on 03 Nov 2009 23:06 by aki657  in CubicSchool

 

สืบเนื่องจากเอนทรี [CS] MS - Before the world ends... 

 

[CS] MS: At the world’s end…

 

Main Characters: ครูเคน ครูปราบ เจ

 

*************************************

 

[1.]

 

จุลจักร จักราธร กำลังสูบบุหรี่...

 

ควันสีเทาหม่นลอยสูงก่อนจะขยับปลิวหายลับไปในท้องฟ้ายามค่ำ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผืนฟ้าสีดำมืดและไร้ซึ่งดวงดาวของเมืองหลวงก่อนจะดึงมวนบุหรี่ออกจากริมฝีปากและลดสายตาลงจับจ้องที่ประกายสีแดงวาบของมัน

 

ตอนนี้เขากำลังปล่อยสมองให้โล่ง...

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเมื่อช่วงกลางวันทำให้เขาตัดสินใจไม่กลับห้องพักในช่วงเย็นดังเช่นปกติ แต่เลือกที่จะจอดรถไว้ติดริมน้ำเจ้าพระยา เฝ้ามองดวงไฟหลากสีที่เคลื่อนผ่านบนผิวน้ำรวมถึงผู้คนมากมายที่ขึ้นจากท่าเรือเพื่อกลับสู่การพักผ่อนแสนสงบยามค่ำคืนในแหล่งพักพิงของตนเองแทน

 

เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกระเป๋าดังขึ้นหลังจากเข็มสั้นของนาฬิกาเคลื่อนผ่านเลขเก้ามาได้เล็กน้อย ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเพ่งมองหน้าจอที่กระพริบวูบวาบตามจังหวะเพลงก่อนจะกดรับสายโดยไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้คำ...

 

เจ...

 

คลื่นสัญญาณถูกส่งมาเพียงเท่านั้น...คำสั้นๆ หากคนฟังกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงในน้ำเสียง...มือแกร่งทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นก่อนจะกดดับมันด้วยพื้นรองเท้าหนาหนักของตนพลางกรอกเสียงตอบรับห้วนสั้นลงไปอย่างรวดเร็ว

 

รอฉัน! เคน!”

 

.

.

.

 

[2.]

 

จุลจักร จักราธร วางกระป๋องน้ำผลไม้ลงตรงหน้าอีกฝ่าย...

 

เขาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อนสนิทพลางยกกระป๋องของตนขึ้นดื่ม ไร้คำพูด ไร้การซักถาม มีเพียงความเงียบงันที่ลอยตัวกลมกลืนไปกับอากาศภายในห้อง...จุลจักรวางกระป๋องน้ำของตนลงบนโต๊ะก่อนจะลากปลายนิ้วไปบนโลหะเย็นเฉียบนั้นเป็นเส้นตรงแล้วจึงดึงมือกลับมาพาดไว้บนตักของตน

 

จบแล้วล่ะ...

 

คำพูดเรียบๆดังมาจากฝั่งตรงข้ามทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายกำลังจับจ้องที่กระป๋องน้ำผลไม้บนโต๊ะโดยไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นแตะต้องมันทำให้เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะหยิบกระป๋องของตัวเองขึ้นดื่มและเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

อยากเล่ามั้ย?

 

อนิวรรตส่ายศีรษะน้อยๆกลับมาแทนคำตอบ ท่ามกลางความเงียบที่ล่องลอย เขามองเห็นดวงตาที่เหม่อจ้องเลยไปไกลกว่ากระป๋องน้ำผลไม้ที่ตั้งตรงหน้า...เลยไปไกลกว่านั้นมาก หากเขาเองก็ไม่อาจทราบว่ามันไปสิ้นสุดลงตรงไหน อาจเป็นแค่พื้นโต๊ะ หรือาจย้อนเลยไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำนั่นก็ได้...จุลจักรเอียงกระป๋องน้ำผลไม้ไปมาจนได้ยินเสียงคลื่นแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ

 

ถ้าอยากพูดเมื่อไหร่ก็บอก ฉันรออยู่ตรงนี้

 

...ขอบใจ เจ

 

ไม่เป็นไร

 

เขาลุกขึ้น วางมือบนไหล่ของเพื่อนสนิทตนก่อนจะตบลงไปเบาๆอยู่สองสามครั้งแล้วจึงเดินผ่านออกมาที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มก้มหยิบรีโมทเครื่องเสียงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาก่อนจะกดเปิดมัน...เสียงเพลง November rain ของ Guns ‘N’ Roses ดังขึ้นจากแผ่นซีดีที่เขาใส่ค้างไว้ในเครื่อง จุลจักรเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะทรุดกายลงบนโซฟาตัวนุ่มตามลำพัง

 

มีอะไรให้ช่วยก็บอก!”

 

เขาตะโกนฝ่าเสียงเพลงกลับไป และได้ยินเสียงขอบคุณเป็นการตอบรับดังกลับมา นั่นทำให้เขาเอนหลังลงพิงพนักโซฟาพลางหลับตาลงเชื่องช้า ปล่อยให้อนิวรรตได้ใช้เวลากับตนเองตามแต่จะพอใจ

 

แล้วเวลาก็เคลื่อนผ่านไป...

 

.

.

.

 

[3.]

 

นาฬิกาชี้บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม...

 

เสียงเพลงเปลี่ยนไปบทแล้วบทเล่า หากกลับไม่มีเสียงอื่นใดหรือความเคลื่อนไหวจากคนในห้อง...แต่แล้วจุลจักรก็ขยับกายเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ข้างโซฟาขึ้นมากดหมายเลขปลายทางอย่างคุ้นเคย

 

เจ้าหญิง...

 

เขากรอกเสียงลงไปพลางเหลือบมองกลับเข้าไปในห้องครัว...

 

เคนอยู่กับพี่ ไม่ต้องห่วง...

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวตรงไปหาเพื่อนสนิทที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม...

 

ดึกแล้ว คงค้างที่นี่ล่ะ...ฝากบอกคุณแม่ด้วยนะ...ล็อกบ้านดีๆ แล้วมีอะไรก็โทรมาบัญชาได้นะขอรับ เจ้าหญิง

 

ดวงตาสีนิลของเพื่อนสนิทเหลือบมองมาทางเขาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอ่อนๆออกมา เขาพูดกรอกเสียงลงตามสายอีกสองสามประโยคก่อนจะเอ่ยลาฟากสายปลายทางและยกมือขึ้นกอดอกพลางเอนกายพิงผนังห้องครัวเย็นเฉียบจากอุณหภูมิห้องที่ลดต่ำลงจากเมื่อตอนกลางวัน

 

ขอบใจ...

 

ไม่เป็นไร...

 

ไม่ไหวเลย...ทำให้นายลำบากไปด้วย

 

ถ้านายพูดอย่างนั้น ฉันจะโกรธนาย เคน

 

...อืม

 

อีกฝ่ายครางรับในลำคอก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาจับจ้องที่กระป๋องน้ำผลไม้ตามเดิม จุลจักรมองตามสายตานั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วค่อยก้าวเข้ามาดึงกระป๋องน้ำนั้นไปไว้ในมือตน

 

ถ้าไม่กินก็ไปนอนได้แล้ว...

 

แล้วนาย?

 

ทำงาน...

 

ดึกแล้ว ยังจะทำอีกเหรอวะ?

 

เรื่องปกติ...ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล...

 

ฮ่ะ ฮ่ะ...

 

ห้องติดกัน...มีอะไรเรียกได้...

 

ขอบใจ...

 

บ่อยแล้ว เปลี่ยนคำมั่งดิวะ

 

อือ, โทษที...ไว้จะหาคำอื่นมาบอก

 

เออ

 

จุลจักรหยิบกระป๋องน้ำผลไม้กลับเข้าตู้เย็นก่อนจะดันร่างเพื่อนสนิทตนส่งเข้าห้องนอนให้เรียบร้อยพลางกำชับอีกครั้งว่าสามารถเคาะประตูห้องมืดสำหรับทำงานของเขาได้ทุกเวลาที่ต้องการ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากอนิวรรตได้เป็นอย่างดี...

 

เจ...

 

เสียงเรียกชื่อดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ประตูห้องนอนจะปิดลง ชายหนุ่มมองเห็นว่าเพื่อนสนิทตนก้มหน้าลงเล็กน้อยคล้ายใคร่ครวญบางอย่าง ทำให้เขาหยุดฟังเงียบๆมากกว่าจะเอ่ยอะไรออกไปในตอนนี้

 

นายว่า...ถ้าฉันหรือครูปราบเอ่ยคำว่ารักกันเร็วกว่านี้...พวกเรา...

 

คำพูดขาดค้างก่อนจะลอยหายไปกับอากาศรอบกาย...หายวับขาดช่วงคล้ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เกิดปัญหากะทันหัน...จุลจักรวางมือบนไหล่เพื่อนสนิทตนก่อนจะเริ่มเอ่ยขึ้นช้าๆ

 

เคน, ฟังนะ... เขาเริ่มต้น ภาพถ่ายที่สมบูรณ์...มันต้องมีองค์ประกอบภาพที่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่ใช่แค่ความสมบูรณ์ ถ้านายกะเวลากดชัตเตอร์พลาด แม้จะแค่นิดเดียว...ภาพนั่นก็อาจจะไม่ได้อย่างที่นายต้องการ

 

ถ้าเร็วกว่านี้...ก็อาจสูญเสีย

ถ้าช้ากว่านี้...ก็อาจเจ็บปวด

 

แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย...

...เฟรมนั้นก็จะว่างเปล่า

 

มันก็แค่จังหวะเวลา...

 

เขาย้ำก่อนจะปล่อยมือ และต้องรออีกชั่วครูกว่าที่อนิวรรตจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มจางอย่างที่เคยเห็นจนเจนตา

 

...แล้วประตูห้องนอนก็ปิดลง...

 

.

.

.

 

[4.]

 

อนิวรรต วสุธาธาร ยอมรับว่ารู้สึกอุ่นวาบในหัวใจยามได้ยินคำบอกรักจากอีกฝ่าย...

 

เขาเคยรู้สึกเศร้าและเจ็บปวดในยามที่ได้ยินคำยอกย้อนของปุณยนันท์ถึงอินทิรา...ผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนรักและเป็นผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างเขามาตลอด แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้กับลมหายใจที่สะดุดขาดห้วงจนแทบขาดใจในยามที่มองเห็นอีกฝ่ายก้าวเข้าไปใกล้กรอบหน้าต่างและปลดเทรุจังลงมาโดยไร้สุ้มเสียง...เขารู้สึกราวกับได้ยินเสียงร่ำร้องของเทรุคุง ที่พยายามจะเอ่ยบอกอีกฝ่ายว่า อย่าไป อย่าไป...แต่สิ่งที่ทุกคนในห้องพักครูมองเห็น ก็เป็นแค่เพียงการขยับไหวของตุ๊กตาไล่ฝนตัวน้อยที่ต้องแกว่งไกวใต้สายลมแผ่วอย่างเดียวดาย

 

เพราะฉะนั้นเขาจึงปลดเทรุคุงลงมาในเย็นวันนั้น...

 

กรอบหน้าต่างที่ว่างเปล่า เฉกเช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์ที่ค่อยเคลื่อนห่างกันทีละน้อย...เขาไม่รู้ว่าเรื่องราวทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีรอยยิ้มที่ถูกส่งให้กันก็ช่างดูฝืดฝืนจนเกินทน

 

เขารู้สึกเกลียดตัวเอง...

 

หากยิ่งลบเลือน เรื่องราวของอีกฝ่ายยิ่งแจ่มชัด และหากยิ่งพยายามจดจำ เรื่องราวนั้นกลับมืดหม่นเกินกว่าจะเพ่งมองลงไป...และเจ็บปวดเกินกว่าจะเปิดใจมองให้เต็มตา

 

เรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากคำว่า [[รัก]]...

และจบลงด้วยคำว่า [[รัก]] เช่นเดียวกัน...

 

เขาเคยคิดเช่นนั้น...

จนกระทั่งเมื่อเที่ยงวันนี้...

 

ผมรักคุณครับ

 

คำเอ่ยแสนสั้นแต่ส่งความรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ...เขาขยับตัวหมายจะพูดอะไรสักอย่างตอบกลับไป หากมันกลับเป็นเพียงแค่ลมหายใจเป่าผ่านหายไปในอากาศ...สายตาสองคู่แลสบกันท่ามกลางความเงียบอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งใครบางคนก้าวผ่านเข้ามาในห้องและส่งเสียงทักทายอย่างร่าเริง

 

อ้าว, ครูปราบก็อยู่ด้วยเหรอครับ?

 

ตอนนั้นเองที่คนทั้งสองเพิ่งจะได้สติกระวีกระวาดเข้าช่วยไปรับกองแฟ้มเอกสารที่ภาณุรัตน์ถือเข้ามาเต็มสองมือมาไว้บนโต๊ะทำงาน และในตอนนั้นเองที่อนิวรรตได้หันไปเอ่ยพอให้อีกฝ่ายได้ยินเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

ครูปราบ, เย็นนี้รอผมด้วยนะครับ

 

ดวงตากลมคู่นั้นหันกลับมามองอนิวรรตอย่างตื่นๆก่อนจะพยักหน้ารับเงียบๆและเอ่ยขอตัวออกจากห้องแนะแนวอย่างรวดเร็ว...ภาพที่เห็นนั้นทำให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองพร้อมรอยยิ้มที่ถูกจุดติดขึ้นที่มุมปากอย่างเบาบาง หากนั่นก็ถือได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่ฝืดฝืนน้อยที่สุดในช่วงเวลาหลายเดือนมานี้เลยทีเดียว

 

เพราะอย่างน้อย...เขาก็อยากใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้...

เพื่อลดช่องว่างระหว่างกันลง...

 

จนกลับมาเดินด้วยกันได้...

...เช่นดังเดิม

 

.

.

.

 

TBC.

 

 

 

 

สรุป+TALK:

  1. เคนขอใช้ห้องเจเป็นที่เคลียร์เรื่องของ 0106 เจเลยระเห็จ(?)ออกมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาและรอจนกว่าเคนโทรกลับมาเรียก
  2. ปรากฏว่าเสียงเคนดูแปลกๆไป...?
  3. นั่นก็เพราะ...เรื่องนี้ไม่ได้ตามใจแม่ยก 0106 น่ะครับ
  4. ต้องขอภัยจริงๆ
  5. บทสรุปของ 0106 จะไปปรากฏในเอนทรีสุดท้ายของเคนในโรงเรียนลูกบาศก์ครับ
  6. อนึ่ง, เรื่องราวในตอนนี้เกิดขึ้นราวต้นเดือนพฤศจิกายนนะครับ
  7. อสุดท้าย, (<<เล่นมุกอะไรเนี่ย?) ทำงานมาสองปี พี่เจเพิ่งได้บทพระเอกกับเขาก็ตอนนี้นี่แหละ (ฮา)

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

7. อสุดท้าย, (<<เล่นมุกอะไรเนี่ย?) ทำงานมาสองปี พี่เจเพิ่งได้บทพระเอกกับเขาก็ตอนนี้นี่แหละ (ฮา) <<< ทำงานหนักมานานนี่หรือผลตอบแทนของพระรอง(???) TT[]TT!!!! แล้วไม่ใช่ว่าได้ฉายเดี่ยวแค่ตอนเดียวนะ...กรี๊ดดดดดดดดดดดด ฮือออ เจซามะ คมบาดเลนส์มาก

ถ้าพี่เอตามใจแม่ยก...ผมคงว่าวันนั้นจขบ.นี้คงป่วย(?)/ขำ

หมั่นไส้ครูเคน รู้ดีเรื่องคนอื่นแต่เรื่องตัวเองนี่ไม่ได้เรื่อง! คิดว่าอะไรมันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้รึไง.... ช่างเถอะOTL ถ้ามั่นใจก็จะคอยดูนะฮะ เหอๆๆๆๆๆ แล้วสนใจคนที่มองอยู่บ้าง /กระซิก เจซามะของเค้าอ๊าาาา

นี่เป็นซีรี่ยส์รักคุดประหนึ่งหนังเกาหลีสี่ฤดูนั่นรึไง! กร๊าซซซซซ (พ่นไฟ)

ไม่ว่าภาพถ่ายหรือภาพวาด ก็ต้องมีSpace... เพราะฉะนั้นจะยอมให้เป็นพระรองไปก่อนก็ได้นะฮะเจซามะ = =b

เคารพการตัดสินใจของครูเคน แต่ตัวครูเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ...ว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แล้วพูดแบบนั้นออกมานี่ไม่สมเป็นครูเคนเลยนะฮะ (หรือเพราะช่วงเฮิร์ต? ,,, ให้คนห้องข้างๆนั่นปลอบสิ /me ยิ้มหวาน)

รอร๊อรอIS...

------

“ดึกแล้ว ยังจะทำอีกเหรอวะ?”

“เรื่องปกติ...ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล...”
------

ทำไม...อ่านแต่คำพูดแล้วมันเรทพิกล...

#1 By sarail on 2009-11-03 23:32

พี่เจพระเอกจริงๆ แหละงับในตอนนี้cry

อ่านถึงเทรุจังกับเทรุคุงแล้วแอบเศร้า

หวังว่าจะได้มาเดินด้วยกันเหมือนเดิมนะฮะ^^

#2 By Ruii on 2009-11-03 23:34

ตบโต๊ะ!!!!!

TBC... อ๊ากกกก อยากบอกว่าอย่าให้รอนาน แต่คงไม่เหมาะ เอาเป็นว่าจะตามรออ่านอย่างใจจ่อค่ะ

#3 By Lynx on 2009-11-04 10:24

กรี๊ดมาก กับเสียงเรียกสั้นๆของครูเคน ...เจ..
ยังกับลูกแมวมาอ้อนยังงั้นล่ะ กรี๊ด

ถึงจะบอกว่ารอ(อ่าน)
แต่ก็พอจะรู้ตอนจบ

จริงๆแล้วแคแรกเตอร์สองคนนี้ค่อนข้างซับซ้อนและลึกซึ้งนะ
ดีที่ไม่มาถามความเห็นหมอโชค มันคงตอบสั้นๆว่า
"อ้าว...แล้วมันจะมีปัญหาอะไรล่ะครับ"
แล้วก็คงงงกับพฤติกรรมของสองคน

#4 By mutsuki on 2009-11-04 13:15

เจพระเอกเปฌ็นกับเค้าด้วยล่ะ!!!

ประโยคนั้นน่ะ รับโล่ไปเลย!!!


หมั่นไส้ครูเคน!! หมั่นไส้!!

#5 By -((666 Error))- on 2009-11-05 19:34

จะเริ่มคอมเม้นท์ยังไงดีล่ะ ก็ตอนแรกครูเคนเล่นเปิดตัวมา เรียกชื่อพี่เจซะเว้าวอนแบบนั้น ตั้งหลักกันไม่ถูกเลยนะเนี่ย

อ่านแล้วทำให้คำว่า "พยายามแก้ไขในสิ่งที่สายเกินไป" ผุดขึ้นมาในหัว
บางที มันก็น่าเศร้า ที่มันมีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนสองคนอยู่ด้วยกันไม่ได้ ทั้งที่ใจตรงกัน ทั้งที่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร อย่างที่หมอโชคบอกไว้ในเม้นท์ของหมอบีก็ได้

สำหรับเจ้าปราบ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง การที่สามารถกลับไปพูดคุยเป็นปรกติกับครูเคนได้ อาจจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวหวังอยู่ก็ได้ อย่างน้อย ก็คงไม่อยากจะให้จากกันไปทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วห่างกันไปแบบนี้
เพราะยังไงซะ ความรู้สึกดีๆที่มีให้มันก็เป็นของจริง และนั่นก็เป็นสิ่งที่ปราบไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไงก็ได้ เพราะความรักจากมุมมองปราบ คือการทำอะไรไปเองฝ่ายเดียว ดังนั้น ต่อให้ตัวเองจะรู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย ก็คงไม่ได้หวังอะไรจากความปรารถนาดีของตัวเอง ว่ามันจะได้รับการตอบรับล่ะมั้ง....

น่าเสียดาย...อดคิดแบบครูเคนไม่ได้ว่า ถ้าหากบอกว่ารักกันเร็วกว่านี้ อะไรๆมันอาจจะไม่ใช่การสูญเสียก็ได้

แต่ก็นะ...บางที อะไรหลายๆอย่างที่ทำให้โลกนี้มันหมุนวนไป มันก็คือจังหวะเวลาที่ไม่ตรงกัน พลาด...ในหลายๆสิ่งเพราะจังหวะเวลาที่คลาดเคลื่อน....แต่ก็ในทางตรงกันข้าม ก็อาจจะได้อะไรๆมาเพราะการณ์นั้นก็ได้....

#6 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-11-08 21:52