[CS] MS: ก้าวเดิน

posted on 23 Oct 2009 21:52 by aki657  in CubicSchool

 

 

 

 

หมายเหตุ: เนื้อเรื่องเน้นๆ อยู่ที่ส่วนที่ [5.] – [7.] ครับ

 

 

 

 

[CS] MS: ก้าวเดิน

 

*********************************

 

[1.]

 

กนต์ธร นราโชติ กำลังนอนกลางวันอยู่บนต้นไม้...

 

เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นและหยีตาเมื่อพบแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านพุ่มไม้ใหญ่ที่เขาอาศัยร่มเงาอยู่ลงมา เด็กหนุ่มใช้มือยันกิ่งไม้ใหญ่ใกล้ตัวเพื่อเป็นหลักยึดในการเตรียมตัว ปีน ลงจากต้นไม้ หากเสียงฝีเท้าที่ผ่านมาใกล้ทำให้เขาชะงักการกระทำทั้งมวลลงไปเสียก่อน

 

อนิวรรต วสุธาธาร กำลังเดินตรงมาทางนี้ ท่าทางเรื่อยๆแบบนั้นทำให้กนต์ธรลงความเห็นไว้ในใจว่าอีกฝ่ายคงแค่เดินผ่านมาเพียงเท่านั้น ไม่ใช่ว่ามีธุระอะไรกับนักเรียนอย่างเขา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำนั่นมองคุณครูแนะแนวของตนพลางตัดสินใจว่าจะรอให้อีกฝ่ายเดินผ่านไปเสียก่อน ถึงจะได้ฤกษ์ลงไปจากต้นไม้ต้นนี้ เพราะการที่จู่ๆจะกระโดดตุบลงไปตัดหน้าอีกฝ่ายนั้น อาจเป็นการทำให้ตัวเองงานเข้าได้โดยใช่เหตุ

 

ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะรอ...

 

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด เมื่ออีกฝ่ายกลับหยุดเดินเอาเสียดื้อๆและล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นออกจากกระเป๋ากางเกง...ดูเหมือนว่าครูของเขาจะหยุดมองหน้าจอโทรศัพท์เพียงครู่ก่อนจะกดรับสายอย่างรวดเร็ว

 

ครับ พี่...

 

[………………………]

 

ดีเลยครับ...ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่เหมือนกัน

 

[………………………]

 

ครับ...ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่บ้าน เสาร์นี้นะครับ

 

[………………………]

 

ไว้เจอกันครับ...

 

สายโทรศัพท์ถูกกดตัด หากใบหน้าของครูแนะแนวกลับยังก้มนิ่งอยู่อย่างนั้น กนต์ธรไม่แน่ใจนักว่าดวงตาของอีกฝ่ายยังจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น หรือว่าเลยไกลไปกว่านั้นกันแน่? แต่ที่เขารู้สึกแน่ใจ คือภาพของอีกฝ่ายนั้นช่างดูแปลกตาไปจากที่เคยเห็นในห้องเรียนยิ่งนัก

 

หลังจากระยะเวลาได้ผ่านไปอีกราวสองสามวินาที กนต์ธรก็ได้ยินเสียงพึมพำว่า เอาล่ะ!” ดังมาจากกอีกฝ่าย ก่อนที่ใบหน้าได้รูปนั่นจะเงยขึ้นพร้อมกับอาการก้าวเท้ายาวๆจากไป...

 

หลังจากนั้นอีกราวสองสามนาที เด็กหนุ่มก็เอาตัวเองลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ที่แอบไปอาศัยเป็นที่ทานอาหารและงีบเอาแรงช่วงพักกลางวัน ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั่นจะหันมองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายเพิ่งเดินจากไป...

 

ไม่มีถ้อยสนทนาทักถามข้อสงสัย...

ไม่มีอาการเรียกรั้งอยากรู้คำตอบ...

 

มีเพียงแค่อาการมองตาม...

และปล่อยให้ภาพที่ตนเห็นเมื่อครู่หลุดหายไปกับสายลมเท่านั้น

 

.

.

.

 

[2.]

 

รวิระ วิญญรักษา กำลังนั่งเล่นอยู่บนระเบียง...

 

เขารู้สึกปวดไหล่ซ้ายมากขึ้นจากปกตินิดหน่อยเมื่อน้องสาวใช้ไหล่ของเขาเกาะยึดเพื่อชะโงกดูอะไรบางอย่างที่ไกลออกไป หากเขาเองกลับไม่ได้สนใจมากนัก และยังคงนั่งหลับตานิ่งๆพลางนึกถึงเมนูอาหารที่จะใส่บาตรคราวนี้ว่าไม่ควรเป็นของที่มีไขมันมากเกินไปเพื่อสุขภาพของน้องเทียน(?)...หรืออีกนัยหนึ่ง เพื่อสุขภาพหัวไหล่ของเขาเองด้วย

 

แต่ความคิดที่กำลังแล่นอยู่ก็มีอันต้องสะดุดลงเมื่อตัวเขารับรู้ได้ถึงแรงกระชากตรงท่อนแขนข้างขวาของตน เด็กหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆก่อนจะคลายลงเมื่อหันกลับไปหาเจ้าของแรงกระชากนั้นซึ่งกำลังทุ่มความสนใจไปยังอะไรบางอย่างซึ่งอยู่ห่างออกไป

 

อย่ามัวแต่หลับสิยะ!”

 

อะไร? ป่วยการที่จะต่อล้อต่อเถียง รวิระจึงได้แต่เอ่ยขึ้นเรียบๆเท่านั้น

 

แว่นนั่นไม่ได้ช่วยเรื่องสายตานายให้มันดีขึ้นเลยใช่มั้ย?

 

ดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่คำตอบ...

แต่ก็ช่างเถอะ...

 

เด็กหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนจะหันตามสายตาของเธอไป ภาพที่เห็นนั้นนับได้ว่าอยู่ไกลจากจุดที่พวกเขานั่งกันอยู่พอสมควร แต่มันคงไม่ไกลเกินกว่าต่อมจินตนาการของทิฆัมพร เสรีนุรักษ์ซึ่งกำลังตื่นตัวอย่างเต็มที่ในเวลานี้

 

ภาพของกนต์ธรที่มองตามหลังครูอนิวรรตทำให้เด็กหนุ่มนึกรู้ความคิดของคนข้างกายขึ้นมานิดหน่อย เด็กสาวละสายตากลับมาที่เขาเมื่อเห็นกนต์ธรเดินจากไปในทิศทางตรงกันข้ามกับครูอนิวรรต ดวงตาคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดอย่างทุกครั้งที่เธอคิดว่าเธอเห็นอะไร เด็ดๆ มา

 

นายคิดว่ายังไง?

 

เรื่อง?

 

สรุปว่าสายตานายมันห่วยจนแว่นนั่นช่วยไม่ได้แล้วใช่มั้ย?

 

เขายักไหล่น้อยๆ แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรขึ้นมาเสียงของรุ่นน้องของพวกเขาก็ดังแทรกขึ้นมาก่อนเสียพอดี

 

อ้าว, พี่ฟ้า?

 

อื้อ, ตรี มาพอดีเลย...

 

ทิฆัมพรเอ่ยก่อนจะปลายตามาทางเขาเล็กน้อยในทำนองที่ว่า [[นายน่ะมันหมดประโยชน์แล้ว]] หรืออะไรทำนองนั้นมาให้ แล้วจึงหันกลับไปหารุ่นน้องพร้อมรอยยิ้มประหลาดที่เป็นคล้ายโค้ดลับภายในกลุ่ม สาวๆแบบพวกเธอและเสียงบอกเล่าสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่พร้อมความเห็นส่วนบุคคลกลัดติดไปด้วย...รวิระจึงถือโอกาสเอนหลังลงพิงราวระเบียงและหลับตาลงอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง...

 

พี่ธูปคะ...?

 

หืม?

 

เขาครางตอบจากในลำคอแสนเบาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวของตน แต่ดูเหมือนว่าวิญญรูป วิญญรักษาจะเงียบเสียงลงไปชั่วอึดใจเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่อย่างผิดปกติวิสัย ทำให้ผู้เป็นพี่ชายต้องหรี่ตามองลอดแว่นสายตา (ลงยันต์) ของตนออกไปมอง

 

เรื่องครูเคนน่ะค่ะ...

 

เสียงพึมพำที่ดังตามมาอีกทำให้รวิระเหลือบสายตาไปทางกลุ่มของทิฆัมพรเพื่อจะมองเห็นว่าเด็กสาวและรุ่นน้องกำลัง [[แสดงความคิดเห็น]] กันอย่างเมามัน เด็กหนุ่มจึงขยับกายและดึงแว่นสายตาของตนลงเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมาทางไหล่ซ้ายของตน

 

วิญญรูปละจากการเกาะไหล่ผู้เป็นพี่ชายมานั่งลงบนตักก่อนจะเริ่มเอ่ยตามที่ได้ยินมาจากพี่ผีสาวผู้รอบรู้เรื่องราวในโรงเรียน...

 

คือว่า...

 

.

.

.

 

[3.]

 

คมเดช ตุลยาเดชานนท์ กำลังยืนอยู่ริมสนามบาส...

 

เขายอมรับว่าค่อนข้างแปลกใจที่เห็นบรรดาคุณครูแห่งโรงเรียนลูกบาศก์หลายต่อหลายคนลงไปส่งเสียงโหวกเหวกอยู่ในสนามพร้อมกับนักเรียนอีกสองสามคน ลูกกลมๆสีส้มๆกระเด้งกระดอนตามแรงส่งของโชติช่วงเข้ามือของจอมฟ้าที่รีบคว้าไว้และออกสปีดตรงไปยังใต้แป้นของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว...แต่ก็ไม่ทันนักเรียนชายที่ชื่อกรินทร์ซึ่งวิ่งเข้ามาตัดลูกได้ทันท่วงที...

 

วันนี้เป็นวันหนึ่งของช่วงฤดูกาลสอบปลายภาคของโรงเรียนลูกบาศก์...

 

ดังนั้น โดยปกติแล้วสนามกีฬามักจะเงียบสงบเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่เตรียมตัวคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือสอบ และเหล่าบรรดาครูๆทั้งหลายต่างพากันเร่งงานช่วงสุดท้ายของภาคการศึกษา...แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับเป็นในทางตรงกันข้าม เมื่อเขาพบว่าครูผู้ชายหลายคนกำลังลงเล่นในสนามอย่างสนุกสนาน...

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจกลับไม่ใช่การลงไปอยู่ในสนามของคุณครูทั้งหลายเท่านั้น...

หากเป็น [[คนต้นคิด]] ของเรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้เขาแปลกใจยิ่งกว่า...

 

คมเดชเลื่อนสายตาไปหา [[คนต้นคิด]] ซึ่งกำลังเป็นตัวบุกของเกมอยู่...ท่าทางสนุกสนานเกินกว่าที่เขาเคยเห็นจากเวลางานปกติทำให้คุณครูประจำวิชาพละแห่งโรงเรียนลูกบาศก์เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆพลางลากสายตาตามลูกบาสที่ลงห่วงไปพอดิบพอดีจากตำแหน่งสามแต้มที่ชายหนุ่มยืนอยู่ เสียงโห่ฮาประสานกับเสียงหัวเราะดังขึ้นก่อนที่อนิวรรตจะหันกลับมาเห็นเขาเข้า ใบหน้านั้นยกวาดรอยยิ้มขึ้นมาประดับใบหน้าก่อนจะเดินออกจากสนามตรงมาหาเขาเสียดื้อๆ โดยไม่ใส่ใจต่อเสียงโวยวายของภาณุรัตน์ที่เรียกให้กลับเข้าสนามและเสียงของธีระที่ให้สัญญาณเริ่มเล่นอีกครั้ง

 

สนใจร่วมวงไหมครับ ครูคมเดช?

 

ท่าทางคุณดูสนุก...

 

อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาสีนิลนั่นกลับไปจับจ้องที่ภาพในสนามอยู่ชั่วขณะ แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว...เมื่ออนิวรรตหันกลับมาสบสายตากับเขาแล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

ครับ...ผมสนุกมาก

 

ต้องยอมรับว่า...เป็นภาพแปลกตาสำหรับผม

 

อาจเพราะครูคมเดชไม่เคยเห็นผมตอนเล่นบาสมาก่อนล่ะมังครับ? อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ตอนกีฬาสีปีที่แล้วมีบาสผสมครูนักเรียน...ผมอยู่สีขาว...ตอนนั้นก็สนุกมากเหมือนกัน...

 

ดูเหมือนที่นี่มีเรื่องสนุกหลายอย่าง

 

ครับ... อนิวรรตเงียบไปครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ หลายอย่างเลยทีเดียว

 

คมเดชไม่ได้ต่อคำใดอีกนอกจากทอดสายตากลับไปยังเกมในสนาม ตอนนี้ลูกบาสอยู่ในความครอบครองของกันต์กวี ในเมื่อปกติเขามักจะเห็นท่าทางซุ่มซ่ามของอีกฝ่ายอยู่เป็นประจำ การที่เขาได้เห็นเหงื่อเม็ดเล็กที่ไหลระลงมาตามใบหน้าของคุณครูประจำวิชาภาษาอังกฤษและท่าทาง [[เป็นงาน]] ของอีกฝ่ายทำให้คมเดชอดนึกชมขึ้นมาไม่ได้ คุณครูประจำวิชาพลศึกษาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาหาอนิวรรตซึ่งกำลังมองไปที่กันต์กวีเช่นเดียวกันกับตน

 

ถ้าอย่างนั้นผมขอลองเรื่องน่าสนุกครั้งนี้ด้วยก็แล้วกัน...

 

.

.
.

 

[4.]

 

กันต์กวี รวีเรืองรอง เพิ่งวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ...

 

ชายหนุ่มไม่ได้แสดงสีหน้าใด นอกจากฉายความลังเลขึ้นในดวงตาขณะลอบมองอีกฝ่ายซึ่งกำลังเพลิดเพลินกับการกวาดสายตามองทิวทัศน์รอบตัว เสียงก้นแก้วกระทบพื้นโต๊ะทำให้คนตรงหน้าหันกลับมาหาเขา พึมพำขอบคุณ ก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับเขาตรงๆ...

 

กันต์กวีเคยชินกับนิสัยเช่นนี้ของอีกฝ่ายดี ชายหนุ่มตรงหน้าเขามักจะสบสายตาเวลาพูดคุยกับใครคนอื่น ดวงตาสีนิลนั่นมักฉายแววอบอุ่นจนกระตุ้นให้ผู้สนทนายอมเปิดเผยความในใจของตน...หรืออย่างน้อยก็ยอมระบายความคับข้องใจที่มีอยู่คับอกให้ฟัง

 

หากตัวเขาเสียอีกที่มักจะเป็นฝ่ายหลบสายตา เดินหนี หรือแม้แต่อะไรก็ตาม...เขายอมรับว่าลึกๆเขาคงขลาดกลัวต่อการเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา เพราะนั่นจะทำให้เขาหวนคำนึงถึงเพื่อนผู้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ...

 

เพื่อนคนสำคัญ...

 

กันต์กวีกระพริบตาเสียหนึ่งทีเพื่อขับไล่ความทรงจำเก่าแก่ให้ออกไปและหันกลับมามองคนตรงหน้าให้เต็มตาอีกครั้ง...ริมฝีปากนั่นยกวาดเป็นรอยยิ้มจางอย่างที่เขาคุ้นชินขณะที่มือขวาเอื้อมมาหยิบตำราภาษาอังกฤษที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อก่อนหน้าขึ้นมา...

 

แน่ใจแล้วหรือครับ?

 

อาจเป็นเรื่องแปลก แต่เป็นเขาที่เอ่ยขึ้นมาก่อน...และเป็นเขาอีกเช่นกันที่มองสบเข้าที่ดวงตาของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา เขามองเห็นรอยวูบไหวบนนั้นหากก็เพียงขณะเดียวก่อนที่มันจะกลับมานิ่งสงบและฉายแววอบอุ่นขึ้นเสียอีกครั้ง

 

ครับ

 

เสียงตอบรับดังขึ้นแผ่วเบา...

ก่อนที่เสียงนั้นจะดังขึ้นอีกครั้ง...

 

...อย่างหนักแน่น...

 

ผมตัดสินใจแล้วครับ...ครูกวี

 

.

.

.

 

[5.]

 

อนิวรรต วสุธาธาร กำลังขนของลงมาจากรถ...

 

รถคันนี้เป็นของจุลจักร หากแต่เจ้าของรถกลับบังคับยัดเยียดเอามาให้เขาใช้ออกไปซื้อของโดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกกว่าการเรียกแท็กซี่และยังรับอาสาเฝ้าบ้านเป็นเพื่อนคัคนานต์ซึ่งกำลังปั่นการบ้านให้ทันเส้นตายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ด้วย

 

เมื่อก้าวเข้าในตัวบ้าน เขาก็พบกับคิโยโนบุที่เดินออกมาพอดีก่อนจะตามมาด้วยจุลจักรที่เดินเอาอะไรบางอย่างไปวางไว้ที่ห้องรับแขก...ชายหนุ่มสนทนากับผู้เป็นพี่ชายเล็กน้อยแล้วจึงเอาของในถุงพลาสติกไปจัดการเก็บแยกในตู้เย็นตามบัญชาของผู้เป็นมารดา ดวงตาสีนิลนั่นเป็นประกายระยับยามเมื่อหยอกล้อกับน้องสาวและหัวคิ้วนั่นย่นเข้าหากันเป็นบางจังหวะเมื่อถูกแหย่จากพี่ชายและเพื่อนสนิท

 

ยังก่อน...

เขายังไม่อยากพูดเรื่องนั้นตอนนี้...

 

อาหารเย็นถูกเตรียมขึ้นอย่างง่ายๆโดยมีแกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้ของโปรดของคิโยโนบุ และไข่เจียวของจุลจักรเป็นพระเอกของโต๊ะอาหาร เสียงหัวเราะดังขึ้นสลับกับเสียงพูดคุยของคนทั้งห้าเป็นช่วงระหว่างคำเคี้ยว อนิวรรตมองภาพตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา...

 

ยังก่อน...

ขอเวลาเขาอีกสักนิด...

 

มื้อเย็นเลยผ่านเช่นเดียวกับท้องฟ้ายามค่ำที่เริ่มเข้ามาเยี่ยมเยือน...ผลไม้ถูกจัดเตรียมไว้บนจานหน้าโต๊ะรับแขก หากอนิวรรตกลับรับอาสาเป็นฝ่ายจัดการล้างจานเสียแทนที่จะนั่งร่วมวงอยู่ด้วยกันกับคนอื่นๆ เสียงจานกระเบื้องกระทบกันดังแผ่วแทรกเสียงหัวเราะที่แว่วผ่านจากห้องนั่งเล่น...ชายหนุ่มระบายยิ้มจางบนใบหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก...

 

หมดเวลาแล้วสินะ...?

 

น่าแปลก, ทั้งที่ไม่ได้ลังเลอะไรแล้วแท้ๆ...

แต่เขากลับพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยสิ่งที่จะพูดออกไป...

 

ชายหนุ่มวางจานใบสุดท้ายลงในตะแกรงก่อนจะหมุนตัวกลับมายังห้องนั่งเล่น...ดูเหมือนคัคนานต์จะหันกลับมามองเขาก่อนใคร ใบหน้าใสนั้นขยับยิ้มซุกซนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับไป คีตกาลขยับตัวเว้นที่นั่งบนโซฟาก่อนจะตบลงบนเบาะข้างตัวเบาๆพร้อมส่งเสียงเรียกลูกชายให้ลงมานั่ง หากอนิวรรตกลับไม่ขยับตัวแม้เพียงนิด...ดวงตาสีนิลนั่นเลื่อนไปจับที่ใบหน้าของแต่ละคนก่อนจะเอ่ยออกมาช้าชัดและดังพอให้ได้ยินโดยทั่วกัน...

 

ผมจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นครับ

 

ดูเหมือนจุลจักรจะหันกลับไปมองหน้าหนุ่มนักวิจัยชาวญี่ปุ่นอย่างรวดเร็วแต่อนิวรรตไม่ได้สนใจอาการนั้นหากกลับเอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

 

ระยะทุนถึงปริญญาโทเป็นอย่างต่ำ แล้วก็ทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยแล็ปเดียวกับพี่คิโยไปด้วย...ผมเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว เหลือแค่เดินเรื่อง...สิ้นเทอมนี้ผมจะยื่นใบลาออกที่โรงเรียนลูกบาศก์...แล้วคงอยู่สอนถึงเทอมหน้าเพื่อให้ทางโรงเรียนหาคนมาแทน...

 

อนิวรรตสบตากับผู้เป็นพี่ชายที่พยักหน้าให้น้อยๆก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นน้องสาวและมารดาของตนเอง คัคนานต์เพียงแค่ยิ้มน้อยๆและกุมมือของคีตกาลที่หันกลับมานิ่งมองลูกชายตน น้ำเสียงอบอุ่นแสนคุ้นหูมาตลอดชีวิตดังขึ้นแทรกเสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ตรงมาที่ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

แม่ถามคำถามเดียวได้ไหมจ๊ะ?

 

ครับ

 

ลูกแน่ใจแล้วนะ?

 

ครับ

 

คำตอบสั้นหากชัดเจนทำให้คีตกาลระบายรอยยิ้มจางบนใบหน้าก่อนจะเอ่ยช้าชัดเช่นเดียวกับผู้เป็นลูกชาย

 

งั้นก็ไปเถอะจ้ะ

 

.

.

.

 

[6.]

 

จุลจักร จักราธร กำลังไม่พอใจ...

 

ก่อนหน้านี้เขาได้แสดงอาการไม่พอใจออกไปเมื่อเพื่อนสนิทไม่รับข้อเสนอที่จะช่วยเหลือเรื่องเงินจากเขา ในตอนนั้น เขาต้องยอมจำนนด้วยเหตุผลที่อีกฝ่ายยกขึ้นมากล่าวถึงจนยอมรามือที่จะไม่ [[ยัดเยียด]] ความช่วยเหลือด้านการเงินให้อีกฝ่ายอีก...แต่มาตอนนี้ อนิวรรตกลับรับข้อเสนอการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นจากคิโยโนบุ...ถึงจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายให้การนับถือหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนี้มากแค่ไหน แต่เขากลับไม่คิดว่าตัวเขาที่คบหากันมานานกว่าจะถูกปฏิเสธเช่นนั้น

 

หรือเพราะอีกฝ่ายมองว่าเขาพึ่งพาไม่ได้กันแน่...?

 

หากดูเหมือนว่าอนิวรรตจะรู้ความในใจของเขา ดวงตาสีนิลนั่นถึงได้หันกลับมาหาพร้อมรอยยิ้มอันแสนเจนตา

 

ขอโทษที่ไม่บอกล่วงหน้า

 

เขาไม่ได้ตอบอะไรออกไปราวกับนิ่งรอคำพูดถัดไปจากเพื่อนสนิท...หากรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขากลับดึงอารมณ์ที่ขุ่นมัวให้ฟุ้งขึ้นมากกว่าเดิมจนยากจะเก็บกดลงไป

 

ขำอะไรของคุณ?

 

น้ำเสียงห้วนสั้นพุ่งเข้าหาหนุ่มนักวิจัยที่ยังคงไม่ละรอยยิ้มไปจากใบหน้า หากคิโยโนบุกลับไม่ใส่ใจต่อท่าทีเช่นนั้น...ยังทำท่าจะเอ่ยอะไรออกมาเสียอีก แต่ดูท่าอนิวรรตจะรู้ทันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปถึงได้เอ่ยเรียกชื่อของเพื่อนสนิทตนขึ้นมาแทน

 

เจ...ฉันขออะไรอย่างหนึ่งจากนายได้ไหม?

 

อะไร?

 

น้ำเสียงไม่ได้อ่อนลงไปกว่าเดิม หากอนิวรรตไม่ได้ใส่ใจ ซ้ำยังก้าวเข้าไปหามากยิ่งขึ้น...ระยะห่างที่เว้นไว้ตั้งแต่แรกถูกย่นย่อจนกระทั่งเหลือแค่เพียงก้าวเดียว ก่อนที่อนิวรรตจะยิ้มออกมา

 

ฉันขอฝาก...ให้นายดูแลแม่กับฟ้า...ให้นายดูแลคนสำคัญของฉัน

 

คำพูดถูกเอ่ยออกมาเชื่องช้าหากหนักแน่นพอที่จะสื่อทุกอย่างออกมา...

 

เพราะนายคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุด...เท่ากับที่ไว้ใจตัวเอง

 

ในวินาทีนั้น, ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเข้าใจทุกสิ่งขึ้นมา...

 

ทั้งเรื่องที่อนิวรรตปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา...

ทั้งเรื่องที่อนิวรรตเลือกที่จะยอมรับข้อเสนอเรื่องทุน...

ทั้งเรื่องที่อนิวรรตยอมรับคิโยโนบุเป็นพี่ชาย...

 

ทั้งเรื่องที่...

อนิวรรตต้องการจากเขาจริงๆ...

 

ดังนั้นคำพูดเดียวที่ถูกส่งไปให้คนตรงหน้า...

คนที่ไว้ใจตัวเขา...เท่ากับที่ไว้ใจตัวเอง...

จึงเป็นเพียงถ้อยคำสั้นง่ายหากหนักแน่นเช่นเดียวกัน

 

เข้าใจแล้ว...

 

เข้าใจ...

ในทุกสิ่ง...

 

...เคน

 

.

.

.

 

[7.]

 

คิโยโนบุ อาเมมิยะ หยุดยืนที่ประตูหน้าบ้านวสุธาธาร...

 

เขากำลังจะเดินออกจากบ้านไปยังรถของตนที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม อนิวรรตจึงเดินออกมาส่งอย่างเช่นปกติ...หากคืนนี้ดูเหมือนว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากปกติเช่นกัน...

 

หนุ่มนักวิจัยชะงักเท้าที่ก้าวเดินทำให้คนมาส่งต้องหยุดตามไปด้วย...ดวงตาสีดำสนิทมองมาอย่างสงสัย หากการหมุนตัวกลับมาพร้อมกับการสบสายตาของอีกฝ่ายก็ทำให้อนิวรรตเลือกที่จะเงียบแทนการเอ่ยอะไรออกไป...

 

พี่ขอถามหนึ่งคำถาม ก่อนส่งเอกสารกลับญี่ปุ่น

 

คิโยโนบุขยับซองสีน้ำตาลในมือเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเรียบ

 

นี่คือการตัดสินใจเพื่อตัวนายเองใช่ไหม?

 

อนิวรรตก้มลงมองซองเอกสารในมืออีกฝ่าย ดวงตาสีนิลนั่นนิ่งสงบเมื่อยามที่เงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลของผู้เป็นพี่ชาย...

 

ครับ!”

 

เสียงตอบรับไร้แววลังเลทำให้คิโยโนบุจุดรอยยิ้มขึ้นตรงมุมปากก่อนจะยื่นมือขวาของตนออกไปตรงหน้า

 

จำเมื่อตอนที่นายสอบได้ license ของที่นี่ได้ไหม?

 

เคน...

ยินดีต้อนรับ...เพื่อนร่วมอาชีพ...

 

สำหรับตอนนี้...

 

ดวงตาสีน้ำตาลสบนิ่งกับผู้เป็นน้องชาย...

 

ยินดีต้อนรับ...เพื่อนร่วมงาน

 

คำพูดสั้นง่าย หากชัดเจนในความหมายทำให้อนิวรรตอดยิ้มออกมาไม่ได้...

มือขวาของชายหนุ่มถูกยื่นออกไป...สัมผัสกับอีกฝ่าย...

กระชับแน่นราวกับให้สัญญากับตัวเอง...

 

ฝากตัวด้วยครับ!”

 

แม้ว่าทางเดินทอดยาวนี้จะไปสิ้นสุดตรงไหน...เขายังไม่อาจเห็น

แม้ต้องตัดใจจากหลายสิ่งที่สำคัญ...หลายสิ่งที่เขารัก

 

หากเขาก็จะขอเลือกเส้นทางเพื่อตัวเองสักครั้ง...

 

ก้าวเดินออกไป...

ทีละก้าว...ทีละก้าว...

 

จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด

 

.

.

.

 

Fin.

 

 

 

 

 

 

สรุป:

  1. ครูเคนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนลูกบาศก์ครับ
  2. ครูเคนจะอยู่สอนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า (สิ้นเทอมสอง) แล้วคงบินไปญี่ปุ่นเพื่อเรียนภาษาก่อนเรียนต่อโทครับ
  3. ระหว่างนี้ ครูเคนคงอาศัยเวลาหลังเลิกเรียนไปติวภาษาอังกฤษเพิ่มจากครูกวี (จากเนื้อเรื่องในตอนนี้ ดูเหมือนครูกวีจะทราบแล้วว่าครูเคนจะลาออก แต่ครูคนอื่นๆท่าทางจะยังไม่รู้)
  4. จากในช่วงที่ [2.] ดูเหมือนธูปจะรู้เรื่องที่ครูเคนจะลาออกผ่านทางน้องเทียนด้วยล่ะ (?)

 

 

 

 

 

TALK:

  1. ถ้าให้อธิบายสาเหตุที่ครูเคนลาออกแล้วมันคงยืดยาวแน่เลยครับ
  2. เพราะฉะนั้นผมคงไม่เขียนถึงมันในเอนทรีนี้
  3. แต่โดยสรุป...ส่วนหนึ่งมาจากตัวผมเองล่ะครับ
  4. ภาระหน้าที่ที่เยอะมากขึ้น ทำให้ไม่อาจลงมาทำอะไรได้เหมือนเก่า...บางครั้งการต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันก็ต้องแลกและตัดใจจากสิ่งที่สำคัญ...อยู่เหมือนกัน
  5. ต่อแต่นี้ ผมจะเอาของค้างสต็อกที่บรรจงเขียนเก็บไว้มาลงเพื่อเป็นการเคลียร์เรื่องส่วนของครูเคนครับ
  6. แบ่งเป็นของพี่คิโยสักสองเอนทรี (เกี่ยวกับครูเอม) และของครูเคนสักสองหรือสามเอนทรี (ยังตัดสินใจและพยายามหาเวลาเขียนมันออกมาอยู่ครับ)
  7. โดยหนึ่งในเอนทรีของครูเคนนั้น ตั้งใจว่าจะเป็นการสอน...ครั้งสุดท้าย
  8. เพราะฉะนั้น อยากขอความร่วมมือของผู้ที่เข้ามาเอนทรีนี้ ช่วยตอบทีว่า บุตรหลานของท่านในโรงเรียนลูกบาศก์นั้น ชื่นชม/ขอบคุณ/ขอโทษ ใครกันบ้าง? เพื่อเป็นข้อมูลในการเขียนต่อไปครับ
  9. สุดท้าย...ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านและคอมเมนท์งานของผมเสมอ
  10. ขอบคุณครับ...

 

 

 

 


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านยังไม่จบ ทะลึ่งเลื่อนมาสรุป (...รอไม่ไหวน่ะ)


...จะจบแล้วเหรอ?


อืมม...ขอเวลาทำใจซักครู้แล้วจะกลับมาอ่านอย่างละเอียดครับ

#1 By -((666 Error))- on 2009-10-23 22:14

ระเบิดลูกนี้ใหญ่มากฮะ
เอาจริงๆ ...ใหญ่จนไม่รู้จะแสดงความเห็นยังไงเลย

อ่านจบแล้วรู้สึกโหวงๆ
เหมือนน้ำตาจะร่วง แต่ก็ไม่ร่วง (หรือเพราะวันนี้เพลียและง่วง ...อันนั้นมันก็อีกเรื่อง)
รู้สึกแปลกๆ ที่อยู่ดีๆ ก็จะเห็นครูคนหนึ่งก้าวออกไปจากโรงเรียน ความรู้สึกมันเหมือนตอนที่รู้ว่าครูๆ ที่โรงเรียนเก่าพากันยืนใบลาออกเป็นระลอกเพราะเจอปัญหามากมายที่โรงเรียนยังไงยังงั้น
ผมรู้สึก "ผูกพัน" กับครูเคนมากมายขนาดนั้นจริงๆ นะครับ
(ใครบางคนบอกว่า "ผูก" และ "พัน" ตัวเองกับใครคนหนึ่งนั้นมันอึดอัด แต่ผมก็เอาตัวเองไป "ผูก" และ "พัน" กับครูเคนเข้าแล้วจริงๆ แหละ)

แต่... ก็เคารพการตัดสินใจของครูเคน (และพี่อากิ) ครับ
ที่จริงก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้นอยู่แล้วเนาะ... (หัวเราะ)

ตั้งแต่ตอนเพิ่งเริ่มเล่นถึงตอนนี้ ผมก็ชอบครูเคนมากๆ เลยนะ ยังจำภาพตัวเองตอนนั้นได้อยู่เลย อาการหนักน่าดู (หมายความว่าเดี๋ยวนี้ลดลงเยอะมากแล้ว -ฮา)
ชอบบุคลิกของครูเคน และก็เพ้อฝันไปว่าอยากจะพบครูแบบนี้ที่โรงเรียนของตัวเองบ้าง (ซึ่งก็ทำได้แค่ฝัน)

และถึงแม้ครูเคนจะออกไป ผม (และกันต์กวี) ก็จะยัง "ชอบครูเคนมากๆ" ต่อไปครับ
(แม้เจ้าลูกชายจะปากหนักเหลือทน)

คิดว่ากันต์กวีต้องทั้งรู้สึกดีและแย่มากๆ อยู่ลึกๆ แน่ๆ เลยครับ
ดีใจ... ที่ได้รู้เรื่องนี้จากปากครูเคนเป็นคนแรกๆ (เหมือนเด็กเลยเนาะ)
แล้วก็เสียใจ... เพราะเหมือน "ใครบางคน" จะหายไปจากชีวิต "อีกครั้ง"

แต่ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงพอคิดได้ว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่ควรคร่ำครวญ แต่ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้ "คุ้มค่าที่สุด" ต่างหาก (เรียนรู้จากอดีตบ้าง)
(แค่อาจต้องโดนกระทุ้งกันสักสองสามรอบ -และคาดว่าจะเป็นจากน้องเกลียว (ฮา) << เอาจริงๆ สาวเจ้าก็คงตกใจเล็กๆ เหมือนกัน)

เพราะฉะนั้น จนกว่าจะถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า
ก็จะ "ติดตาม" ชีวิตและเรื่องราวของครูเคนต่อไปนะครับ
(ฝากเจ้าลูกชายต่อไปจนกว่าจะถึงตอนนั้นด้วยนะครับ /โดนโบก -ใช่เวลาม้ายยยยยย)

#2 By bvxvinn on 2009-10-23 22:23

คือว่า......อึ้งมากเลยค่ะ

ไม่รู้จะว่ายังไง แต่ก็เข้าใจค่ะว่างานมันเยอะจนไม่มีเวลาเป็นยังไง รู้สึกเศร้าใจแล้วก็เสียดายมาก

ครูเคนมีความสำคัญต่อลูกชายเรวดีมาก

ครูเคนเป็นครูที่ไวทยา้เลือกตอนสอบสัมภาษณ์ เนื่องจากตัวแม่มันเองชอบและเนื่องากตัวลูกก็สนใจในด้านนี้

แต่พอครูเคนจะไม่อยู่แล้วก็รู้สึกโหว่งๆอย่างทีใครๆว่า
แม้ว่าไม่เคยหยิบเอาครูเคนมาเขียนอีกเลย แต่ความผูกพันของคิวบิคยังมีอยู่เสมอ

ยังไงซะ ว่างๆแล้ว กลับมาเขียนเอนทรี่ให้ครูเคนกลับมาเยี่ยมกันบ้างก็ดีนะคะ ^^

ทุกคนในโรงเรียนคงจะตั้งตารอการกลับมาของครูเคนค่ะ



ตอบคำถาม....

ไวทยาชื่นชมครูเคนกะพี่ตากล้องพุดค่ะ

เพราะว่ารู้สึกสนใจในงานของทั้งสองคน

แต่แม่มันเองนี่บ่ะที่ไม่ว่างเขียนเอนทรี่เลย

ดองตลอดๆๆ (ฮา)



กลับมาบ้างนะคะ^^

แม่ไวทยา ม.4 เองค่ะ *-*//

#3 By olive on 2009-10-23 22:58

ระเบิด..ลูกใหญ่....
ใหญ่ถึงขนาดที่อ่านจบตัวแข็งทื่อไปเลยล่ะครับ..

ใจหาย..
รู้สึกเหมือนกำลังจะจากคนสำคัญของตัวเองอีักคนนึง..

ไม่รู้ว่าพูดอะไรดีแฮะ เหมือนมีอะไรมาอึดอัดอยู่ที่คอ มือพิมพ์ไม่ไป สมองไม่ยอมแล่นเลย...


จะยังรออ่านเอนทรี่คิวบิกจนกว่าจะถึงกุมภาฯปีหน้าเช่นกันครับ
ถึงจะเลยกุมภาปีหน้าไปแล้ว ก็ยังจะเข้ามาแวะเวียนที่บล็อคนี้ครับ(ถึงผมจะไม่คอมเม้นต์อะไรเลยก็เถอะนะครับ sad smile )


สำหรับภู
คนที่ชื่นชม(เคารพ) - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
คนที่อยากขอบคุณ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
คนที่อยากขอโทษ - คนที่นายภูได้ล่วงเข้าไปในจิตใจแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

เหตุผล -
โรงเรียนลูกบาศก์เป็น"สถานที่พิเศษ"สำหรับภู
ชื่นชมบุคลากรทุกคนที่สามารถทำให้มัน"พิเศษ"ได้
ขอบคุณทุกคนด้วยเหตุผลเดียวกับด้านบน
ขอโทษ ที่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่นทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต และทั้งที่บางเรื่องหลายๆคนก็อยากเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

#4 By @arrow@ & Puu on 2009-10-23 23:02

รู้สึกโหวงๆจริงๆครับ...

ครูเคนเป็นครูที่ผมชอบในบุคลิกมากเลยนะครับ
ทั้งฝีมือการแต่งของพี่อากิก็สุดยอด
อย่างที่พี่วินว่าแหละฮะ ความรู้สัก"ผูกพัน"
เหมือนกับตัวละครนี้มีตัวตนขึ้นมาจริงๆอย่างไงอย่างงั้นแหละ...

จะแวะมาดูบ่อยๆนะครับ แม้จะว่างบ้างไม่ว่างบ้างก็ตาม

#5 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-10-23 23:02

ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้นะคะ
ขอให้มีความสุขค่ะ

เอาใจช่วยอยู่ข้างๆห่างๆ อย่างไม่ห่วง ตลอดไปค่ะ
ยังไงก็ส่ง อีเมล์ หรือวีดีโอเมล์มาได้นะคะ
จะ skype ก็ไม่มีปัญหานะคะ question

เด็กๆ คงคิดถึงแย่เลย
ยังไงก็ยังถือว่า อากิ เป็นเพื่อนเสมอไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม
ถ้าเหนื่อยก็มาพักใจที่ โรงเรียนได้เสมอนะ

สู้ๆ ก้าวเดินต่อไปนะ big smile

#6 By elites on 2009-10-23 23:11

# เพราะฉะนั้น อยากขอความร่วมมือของผู้ที่เข้ามาเอนทรีนี้ ช่วยตอบทีว่า บุตรหลานของท่านในโรงเรียนลูกบาศก์นั้น “ชื่นชม/ขอบคุณ/ขอโทษ” ใครกันบ้าง? เพื่อเป็นข้อมูลในการเขียนต่อไปครับ

คนที่ครูเอก
คนที่ต้องการชื่นชม - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
เหตุผล : โรงเรียนลูกบาศก์เป็นโรงเรียนที่พิเศษ ทั้งบรรยากาศ อารมณ์ บุคคล สถานที่ และทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็น โรงเรียนแห่งนี้ ชื่นชมกับ บรรยากาศ คนและอารมณ์ของ โรงเรียนแห่งนี้ ชื่นชมความรัก ความสุข ความทุกข์ ที่เกิดนั้นที่แห่งนี้ ชื่นชมโรงเรียนแห่งนี้ ที่เป็นแบบนี้

คนที่ต้องการขอบคุณ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
เหตุผล : ขอบคุณที่ทุกคนช่วยกันสร้างสถานที่อันสุดแสนจะพิเศษและน่าประทับใจ ช่วยกันสร้างอารมณ์ที่หาที่โรงเรียนไหนไม่ได้ นอกจากโรงเรียนแห่งนี้ ทุกคนนั้นเชื่อมโยงถึงกัน มันมีสายใยที่ต่อโยงพวกเราไว้ด้วยกันอยากไม่น่าเชื่อ ทุกคนจริงๆ ที่อยากขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพราะว่าเราทุกคนล้วนเป็นเพื่อนกัน

คนที่ต้องการขอโทษ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
เหตุผล : ขอโทษทุกคนที่ครูเอกอาจจะก้าวล่วงไปให้สิ่งที่ไม่อยากให้เข้าไปถึง ก้าวล่วงเกินหน้าที่ หรือทำไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกิริยา วาจา หรือท่าทางใดก็ตามที่อาจจะเกิดจากท่าทางที่ดูสูงสูงศักดิ์เกินไป ไม่ว่าจะเป็นที่นิสัย หรือ อะไรก็ตาม ครูเอกอยากขอโทษทุกคนด้วยใจจริง เพราะทั้งหมดที่ทำไป อาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือทำไปเพราะความรักที่อาจจะดูวุ่นวายไปบ้าง ขอโทษทุกคนจริงๆ

ขอบคุณค่ะ
รักโรงเรียนนี้เสมอ รักเพื่อนๆ ผู้ปกครองของเด็กๆ ทุกคนค่ะ

เพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันค่ะ big smile

#7 By elites on 2009-10-23 23:29

เป็นระเบิดลูกที่อิมแพคจริง เล่นเอาพออ่านจบแล้วก็รู้สึกโหวงไปเลย

ชีวิตในรรลบ.ที่ผ่านมาของครูเคนนี่เป็นอะไรที่ผมอ่านแล้วสนุกมากเลยครับ ความเป็นดราม่าและภาษาของพ่อครูเคนโดนใจผมจริงๆ พอมาคิดว่าจะได้อ่านอะไรทำนองนี้อีกแล้วก็รู้สึกเสียดายนิดๆ แต่ก็ตามพ่อครูเคนเห็นสมควรครับ

รออ่านเรื่องของครูเคนจนถึงวันสุดท้ายในคิวบิกนะครับbig smile


ตอบคำถามในส่วนของธี

ชื่นชม - ไทย เพื่อนซี้ที่แม้จะอายุเท่ากันแต่ก็มีความเป็นผู้นำเกินตัว

ขอบคุณ - หยิน ที่ทำให้ได้ก้าวเข้าสู่Ynews ผจญภัยมึนๆหลายต่อหลายครั้ง

ขอโทษ - ครูอุนอุน ผู้ที่สอนได้ดีไม่น้อยแต่เกรดเคมีของธีก็ยังวรนุชอยู่วันยังค่ำ
อ่านจบแล้ว

เอาอย่างนั้นเลยเหรอ
จะเรียกว่าระเบิดหรือเปล่านะ
อาจจะเรียกว่าการตัดสินใจก็ได้

เนื้อเรื่องที่ไม่มีตอนจบ กับเนื้อเรื่องที่มีตอนจบมันต่างกันมากนะ..
มันว่างเปล่ายิ่งกว่าการหายตัวไปเฉยๆซะอีก
(พูดตามที่คิดเท่านั้นล่ะ)

จริงๆแล้วบางอย่างไม่ถึงกับต้องตัดสินใจอะไรมากหรอกนะ ปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นสถานที่ที่สักวันจะกลับมาก็ได้ ไม่สิถึงตัดสินใจแบบนี้ก็ยังเป็นสถานที่สักวันจะกลับมาอยู่ดี

พูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ เพราะยังสะเทือนใจ
เอาเป็นว่าแล้วชั้นจะคิดถึงเธอ
ปล.ไม่รู้ว่าที่เม้นมาทั้งหมดนี่เขียนถึงใครกันแน่แล้วสิ ฮะๆ

#9 By mutsuki on 2009-10-23 23:42

ผมอาจจะยังไม่สามารถคุยอะไรมากได้ในตอนนี้
เพราะเป็นวันเดียวกับที่ผมกำลังจะอัพเอนทรี่ของผมพอดี
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย
แต่ผมก็ถือว่าผมเคารพการตัดสินใจของคุณแล้วนะครับ
เพราะการตัดสินใจแบบนี้ ผมเชื่อว่าต้องเกิดจากการกลั่นกรองและคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ คุณได้สร้างอะไรให้กับโรงเรียนนี้มากมายจริงๆ และมันจะไม่สูญเปล่าครับ

ขอบคุณครับbig smile


ปล ขอมาอ่านให้ครบในวัยพรุ่งนี้ครับ
แล้วคงจะมาแสดงความเห็นเพิ่มต่อไป

#10 By โคค่อน on 2009-10-24 02:27

คือ...อึ้งเหมือนกันค่ะ

เป็นคนที่ติดตามเรื่องครูเคนมาตลอดนะ ถึงจะเม้นมั่งไม่เม้นมั่ง แหะๆแต่ก็อึ้งที่แบบ ครูเคนตัดสินใจอย่างนั้นออกมา เข้าใจว่าในภาวะที่เรามีอะไรๆต้องทำ นี่อาจเป็นการทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

โหวงจริงๆแหล่ะ เหมือนกับว่าเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันมา
พอคนนึงจะไปมันเลย ใจหายเนอะ แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราจะได้เห็นครูเคนกันถึงปีหน้า ก็ยังดี

ปุ้นคิดว่าพี่ใช้เวลาที่จะอยู่กับโรงเรียนนี้คุ้มที่สุดคนนึงเลยนะ ไม่มีมหาราชาแล้วคงจะเหงาแย่เลย

ตอบคำถามนะคะ

ชื่นชม -ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
เพราะว่า มีทุกๆคน หยินถึงเป็นหยินได้ทุกวันนี้ ทุกคนให้อะไรๆ กับเด็กผู้หญิงคนนี้มากมายเลยนะ ทั้งมิตรภาพ ความสนุกสนาน แต่ที่สำคัญ ทุกคนทำให้หยินและตัวละครอีกหลายๆตัว มีชีวิต big smile

ขอบคุณ - ทุกคนในโรงเรียนเหมือนกันค่ะ
ไม่ว่าจะเพื่อนชาวแก๊ง ดาร์คเอเรีย ต๊องเีรนเจอร์ที่ทำให้สนุกทุกครั้งที่เขียนถึง(หรือว่าในกรณีหยินคือไปอยู่ด้วย)
ชาววายนิวส์ ที่ร่วมบ้า ร่วมเฮมาด้วยกัน คุณครู พี่บุคลากร ที่ทำให้เราเป็นโรงเรียนจริงๆ

ขอโทษ - ใครก็ตามที่โดนเหวี่ยงๆใส่(ใครน้อ?)
เห็ดจะสำนึกเร็วๆนี้ sad smile

ถึงครูเคนจะลาออกแล้ว ว่างๆก็กลับมาเยี่ยมพวกเราบ้างนะคะ รออยู่ตลอดเลยbig smile

#11 By ป.ปุ้น,,, on 2009-10-24 18:37

ก่อนเม้นท์
่1. มือถือแบตหมด เพิ่งมาเห็นข้อความเอาตอนบ่าย หลังชาร์ตไปได้พักนึง
2. คอมที่บ้านอาการร่อแร่สุดขีด อร๊ากกก
3. เหมยฮัดชิ้ว...หมาเป็นไข้หวัด2009ได้ไหม?? (เกี่ยวเรอะ???)

เอาล่ะ เข้าสู่ช่วงเม้นท์ซะที

ใจหาย...มากๆ...และรู้สึกว่าคนที่ใจหายเสียยิ่งกว่า คงไม่พ้นเจ้าเหมียวขนฟูสีดำแถวๆนี้แน่ๆ คิดว่าดีไม่ดีคงรู้เป็นคนท้ายๆ แถมคงไม่ได้รู้จากปากครูเคนด้วย(รึเปล่า??) อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วรู้สึกว่า สายตาที่ครูเคนมองสิ่งรอบตัวมันต่างไปเลย ก็คงเป็นเพราะตัดสินใจอะไรได้แล้วด้วยล่ะมั้ง ตอนนี้ก็เลยเหมือนกำลังบันทึกความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจ...

สำหรับเจ้าปราบ...คงเป็นความรู้สึกที่โลกทั้งโลกราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆเลยล่ะมั้ง จู่ๆก็รู้สึกชา หนาวเหน็บไปทั้งตัวทั้งๆที่อุณหภูมิรอบห้องไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด เสียงที่ดังแว่วมาก็คงได้ยินเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ ถ้าหากวิ่งออกไปหาได้ก็คงวิ่งออกไปแล้ว แต่ถ้าเจอกัน จะพูดว่าอะไรนั่นก็อีกเรื่อง ที่แน่ๆก็แดเมจหนักล่ะนะ ความรู้สึกสูญเสียเป็นยังไง ก็คงจะได้รู้กันคราวนี้...


ส่วนตัวผปค.พอย้อนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มต้น ก็ยิ่งอินเข้าไปใหญ่...นอกจากในฐานะครูรุ่นแรก อีกเหตุผลก็คงเป็นเพราะความผูกพันตั้งแ่ต่ ณ จุดเริ่มต้นตอนยื่นใบสมัครด้วยล่ะมั้ง แต่ก็ตั้งใจไว้ว่า ต่อให้ครูเคนลาออกไป ถ้ามีโอกาส ก็ยังอยากเขียนถึง
ยังไงปราบคงไม่ขาดการติดต่อกับครูเคนหรอก (แหงล่ะ หลังจากโยนระเบิด+ผูกเงื่อนมาจนอีรุงตุงนังมาขนาดนี้)

ก็ต้องขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา
รักครูเคน และผปค.มากๆเน่อ

#12 By Asana Fay on 2009-10-24 20:49

จริงๆแล้วก็เริ่มเตียมใจไว้ตั้งแต่เราได้คุยกันคราวนั้นแล้วล่ะ สังหรณ์ว่ายังไงก็ต้องไปแน่ๆ (ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะดันเดาแม่นเชียว)แต่พอเวลานั้นมาถึงเข้าจริงๆก็ยังอดใจหายไม่ได้อยู่ดี

เสียดายเสะสาธารณะ ต่อไปนี้ราชวงศ์คิวบิกจะล่มสลาย เพราะมหาราชาสละราชสมบัติแล้วนี่เนาะ

เสียดายที่ต่อไปนี้จะไม่ได้เขียนฟิค 0106 อีก

เสียดายที่จะไม่ได้เจ็บปวดรวดร้าวระบมระทมใจเพราะฟิคท่านอากิอีก 555 ล้อเล่นค่ะ ความจริงคือชอบสำนวนภาษาและลีลาการเขียนของท่านอากิมาก ตั้งใจจะยึดไว้เป็นแบบอย่างหากจะสามารถเขียนเรื่องที่ไม่รั่วได้สักครั้งในอนาคต

แต่อย่างไรก็เคารพการตัดสินใจของท่านอากินะคะ

ขอขอบคุณหนึ่งปีกว่าๆที่ผ่านมาที่เรามีโอกาสได้มาเขียนฟิคร่วมกัน มีโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ขอขอบคุณที่ส่งครูเคนมาให้เราหัดเขียนฟิควายเป็นครั้งแรกในชีวิต

ขอขอบคุณที่ส่งพี่คิโยมารักครูเอม (เอ๊ะ! วลีนี้ คุ้นๆ...)

ขอบคุณที่ทำให้เรามีช่วงเวลาีที่มีความสุขที่สุดกับการเขียน 0106 และ 0105 ฯลฯ

จากนี้ไปอาจไม่ได้คุยกันบ่อยเหมือนเดิมเพราะต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ ก็ขออวยพรจากใจขอให้โชคดีทั้งครูเคนและท่านอากินะคะ

#13 By irindel on 2009-10-24 21:32

ใจหายด้วยอีกคนค่ะ
รู้สึก "ผูกพัน" เหมือนที่คนอื่น ๆ บอก ถึงแม้ตัวเราอาจจะไม่ได้เมนต์ฟิคครูเคนสม่ำเสมอก็ตาม

เคารพการตัดสินใจของคุณอากิเช่นกัน เอาตามที่ตัวเองสบายใจที่สุดดีกว่าค่ะ จริงๆนะในความคิดเราdouble wink

เราเป็นอีกคนที่ชอบ ลีลา สำนวนการเขียนฟิคของคุณอากิค่ะ ขอชมจากใจอีกครั้ง

เห็นด้วยกับปุ้นนะคะ คุณอากิได้ใช้เวลาในการสร้างเรื่องราวให้ครูเคนได้คุ้มที่สุดคนหนึ่งของโรงเรียน สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ไปกับตัวละครครูเคนจริง ๆ ยิ่งพูดยิ่งโหวง ๆ แฮะ

จากนี้ก็จะรออ่านฟิคครูเคนจนถึงเอนทรี่สุดท้ายนะคะ ให้อารมณ์ครูที่ชื่นชอบลาออกจากโรงเรียนจริง ๆ ยังไงยังงั้น

ถึงแม้ที่นี่จะเป็นที่พักใจก็ตาม แต่ยังไงซะชีวิตก็ต้องเดินต่อไป

ขอบคุณคุณอากิที่สร้างครูเคนมาให้เราได้เปิดโลกทัศน์การสร้างตัวละครแบบนี้นะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันค่ะทั้งครูเคนและคุณอากิ

ส่วนตอบคำถามหมายถึงให้ตอบในมุมตัวละครใช่ไหมคะ
อยากจะใช้เวลาค่อย ๆ คิดหน่อยน่ะค่ะ คงไม่รีบมากใช่มั้ยคะ เดี๋ยวจะมาตอบอีกทีนะคะ
เกิดอาการอึ้งกิมกี่ไปเล็กน้อยถึงปานกลาง ใจหายวูบค่ะ จู่ๆ ครูเคนก็จะไป

พูดถึงลูกธร...

คนที่ชื่นชม : ครูเลค่ะ - ชื่นชมตรงความสามารถในการสอน บวกกับบุคลิกร่าเริง

คนที่ขอบคุณ : ครูรันตร์ค่ะ - เพราะไปรบกวนที่ห้องสมุดบ่อยๆ

คนที่อยากขอโทษ : ครูโชค(หมอโชค) - เพราะรู้ว่าตัวเองไม่อยากเข้าหา ก็เลยรู้สึกผิดนิดๆ ประมาณว่าเพราะตัวเองไปตั้งแง่ใส่สินะ แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นก็ไม่กล้าเข้าหาอยู่ดี 555

#15 By Lynx on 2009-10-25 18:11

เคารพการตัดสินใจของพี่อากิและครูเคนนะคะ มันก็เป็นเวลาที่สุดท้ายก็ต้องเกิดขึ้น เพียงแต่อาจจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าเท่านั้น

แต่ว่าพอรู้ว่าสิ่งที่"ก็อยู่ตรงนั้น"จะหายไปก็อดใจหายไม่ได้ใจหายจริงๆ เพราะตัวตนของครูเคนก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้โรงเรียนสมบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นการเติบโตของโรงเรียนเหมือนกันละนะคะ

จนกว่าจะถึงวันนั้น มาใช้เวลาให้คุ้มค่ากันเถอะค่ะ

ตอบคำถาม

คนที่ชื่นชม : ครูคมเดชค่ะ เป็นครูที่หวังดีอย่างจริงใจ ไม่ใช่หวังว่าจะให้ใครมาชื่นชม เป็นคนที่จริงใจต่อเด็กมากๆ

คนที่ขอบคุณ : รุจ เป็นคนที่ทำให้ชีวิตสดใสขึ้น เป็นเพื่อนผู้ชายคนแรกที่ลองเปิดใจให้และทำให้รู้ว่าคิดไม่ผิด

คนที่อยากขอโทษ : วี เพราะเวลาที่วีทำตัวนุ่มนิ่มก็จะเผลอดุเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจบ่อยๆ บางทีก็เสียงดังใส่ ขอโทษนะ (แต่ให้ตายก็คงไม่พูดออกไปหรอก)

#16 By ปันรัก on 2009-10-25 21:47

จะไปแล้วเหรอครับ...
ไม่รู้จะพูดอะไรแฮะ ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ผมก็แอบอ่านคิวบิกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (แหะ) รู้สึกแปลกๆ นะครับ...ยังไม่ได้ปลดล็อกระหว่างครูเคนกับไนท์เลยเนอะ..

(เรื่องฟิคขอโทษ คิดว่าคงเขียนไม่ไหวครับ ดังนั้นไนท์ก็จะรู้สึกผิดแบบหลบหน้าหลบตา ไปจนวันที่รู้ว่าครูเคนจะออกนั่นแหละครับ) << ขอโทษครับ!

อ้อ ตอบคำถามนะครับ (เป็นสำนวนของไนท์เลยครับ)

ชื่นชม - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร โดยเฉพาะอาจารย์ทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ของครูด้วยจรรยาบรรณที่ดีเสมอมาค่ะ
ขอบคุณ - เพื่อนๆ สำหรับความเป็นเพื่อนและความจริงใจที่มีให้ รวมถึงการยอมรับตัวตนของผู้อื่น และอาจารย์ทุกท่าน (โดยเฉพาะอาจารย์ที่ดูแลรดาและข้าพเจ้าในวันฝนตก) ที่ดูแลเอาใจใส่พวกเราเสมอมาโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
ขอโทษ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์ สำหรับความผิดพลาดที่ข้าพเจ้าทำไปด้วยความประมาทหรือเผลอตัว โดยเฉพาะอาจารย์นายแพทย์สิทธิโชคและอาจารย์อนิวรรต ที่ข้าพเจ้าทำกิริยาไม่ดีในโอกาสที่ผ่านมา

(ทางการเชียวนะเธอ..)

เคารพการตัดสินใจของท่านอากินะครับ ..พาครูเคนกลับมาเยี่ยมโรงเรียนบ้างนะ ^^"

ขอให้โชคดีครับ

#17 By Zahnarzt : whitehamster on 2009-10-26 17:55

ไม่เกรงเปลืงพื้นที่บล็อกจะขอพิมพ์จุดยาว ยาวววววววว บวกกับถอนหายใจอีกเฮ้ออออออออออ ใหญ่ ใหญ่...

ใจหาย ถึงจะทำใจมาแล้วก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้น กลับรู้สึกว่าตอนนี้เทาน้อยกว่าตอนอื่นๆที่ผ่านมานะครับ?(เพราะทำใจ? เพราะรู้คำตอบไปซะแล้ว?)

เสียดาย พอนึกว่า คนที่เป็นเหมือนพระเอก(?)อีกคนในห้องพักครูจะหายไป ก็โหวงน่าดู คงมีใครซักคนเผลอ "ใช่ไหมครับครูเคน..." แลวหันไปเจอโต๊ะว่างเปล่า...

...แค่คิดก็ใจหายแล้วเนอะ?

ให้อารมณ์เหมือนฟ้าหลังฝนที่เพิ่งเทโครมๆก็ไม่ปานนะ ฉากที่บอกเรื่องเรียนต่อหน้าทุกคน ถ้าเป็นการ์ตูนคงเป็นช็อตเดียวหน้าคู่อะไรประมาณนั้น รู้สึกได้ว่าเติบโตขึ้นอีกขั้น ผมไม่ใช่นักวิจารณ์(และไม่บังอาจเป็นด้วยครับ '''oTL)ยังรู้สึกว่าช่างเป็นตัวละครที่มีเรื่องราวชัดเจนดีจริง พํฒนาการ บทรับบทส่ง การวางเหตุการณ์ไปถึงบทสรุป...ที่ถึงพี่จะบอกว่าเพราะไม่ว่างเขียน แต่ก็ไม่รู้สึกเหมือนตัดจบแฮะ ลงตัวดีเป็นบ้า คาราวะ!!

เป็นการตัดสินใจที่คงทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังมากมาย (ถ้าไม่นับแม่บกที่กัดผ้าเช็ดหน้าอกหักกันเป็นแถบๆ -ฮา)ทั้งครูทั้งนักเรียน...ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาทั้ง"ผูก"และ"พัน"กันไว้มากเหลือเกิน
บางคนอาจมากหน่อย...แต่ก็นะ...ชีวิตต้องเดินต่อไป

อ้อ อีกอย่าง เหล่าแม่ยกคงขยันปั่น is แก้คิดถึงครูเคนกันมากขึ้นด้วยสินะ?confused smile

เดือนกุมภา...จะว่าเร็วก็เร็ว มาช้าก็ช้า แต่เอาน่า มีเวลาชื่นชมบารมี(?)ท่านมหาราชาอีกซักนิด... ว่าแต่ วันสุดท้ายจะมีการเปิดประมูลของท่านมหาราชาให้แม่ยกเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันรึเปปล่าครับ? (ฮา)

ขอบคุณเช่นกันที่สร้างตัวละครตัวนี้ครับ ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวของเค้าขึ้นมาให้เราทั้งยิ้มแล้วเศร้า

รักครูเคนนะครับ

(ตัดจบแบบห้วนๆเลยเนอะ แต่แม่ลงมาจ้องหน้าแล้วล่ะครับ ให้ตายสิ ผมเกลียดเคอร์ฟิวนี่เป็นบ้าเลย)

#18 By -((666 Error))- on 2009-10-26 23:38

ตกใจที่ได้ทราบเรื่อง...
มันเป็นเรื่องราวที่กระทบกระเทือน
จิตใจของหลายๆคน แต่ทุกครั้ง
ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะได้เห็นความรัก
และความปรารถนาที่พวกเราชาวคิวบิก
มอบให้แก่กัน
ครอบครัวแห่งนี้เหมือนครอบครัวใหญ่
ที่พร้อมจะเป็นกำลังใจและมอบความสุข
ให้แก่กัน...

คิดถึงครูเคนแน่เลย

ว่างๆก็กลับมานะครับ
สั้นๆก็ยังดีนะครับ

...

สำหรับไทย
คนที่ชื่นชม - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
คนที่อยากขอบคุณ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์
คนที่อยากขอโทษ - ทุกคนในโรงเรียนลูกบาศก์อีกเช่นกัน

ทุกคนต่างมีบทบาทและช่วยเสริมสร้างและผลักดันให้ชีวิตของไทยมีสีสันและมีเรื่องราวต่างๆนานา ทั้งสุขทั้งทุกข์ ยิ้ม เสียงหัวเราะต่างๆที่หลอมรวมกันเป็นโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนที่มากกว่าคำว่า มิตรภาพ

ทุกคนจึงมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขอชื่นชมทุกคนที่อยู่เป็นคิวบิกร่วมกันมา ขอขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจและให้อภัยเมื่อทำผิดพลาด และขอโทษทุกคนที่บางครั้งอาจสร้างเรื่องให้ปวดหัว บางครั้งสร้างความวุ่นวายใหเกิดขึ้น หรือแม้แต่บางครั้งเวิ่นเว้อเกินกว่าจะรับไหว ขอโทษครับ

รักคิวบิกรักทุกคน

ไทยรักทุกคนครับ


confused smile
ครูเคนสู้ๆ

#19 By no-ta on 2009-10-26 23:50

มาตอบคำถามแล้วค่ะ
สำหรับแมน

คนที่ชื่นชม : ครูเอม ถึงจะไม่ได้สนิทอะไรกับครูเลย แต่ก็เห็นความพยายามความทุ่มเท และความตั้งใจในการสอนเกินร้อยของครูอยู่บ่อยครั้งจากที่ได้พบเห็นเอง และได้ยินเพื่อนคนอื่นเล่า


คนที่ขอบคุณ : ทุกคนในล.บ.ที่สร้างความทรงจำและประสบการณ์ให้กับเขา
และขอบคุณเธอคนนั้น...ที่ทำให้เขารู้จักรักที่เปลี่ยนแปลงไป (ยังจะหวานอีก สาดดด )

คนที่อยากขอโทษ : ลี่ลี่กับโคล ตอนเหตุการณ์วัดใจในงานกีฬาสีปีที่แล้วที่จับสองสาวเข้าไปอยู่ในห้องมืดด้วยกัน เมื่อนึกย้อนดูแล้วดูจะทำเกินกว่าเหตุไป
รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังจะขาดหายไปเลยค่ะ

รู้สึกชื่นชมครูเคนนะคะ พูดได้ว่าที่อีฟมาเล่นตรงนี้ ส่วนหนึ่งเพราะครูเคนด้วยละมั้งคะเลยทำให้โหวงสุดๆ ที่ชื่นชมเพราะคิดว่าเป็นคนที่มีเหตุผล และเข้าใจผู้อื่น เป็นผู้ใหญ่ดีค่ะ

ชื่นชมมากๆคือ ผอ. หรือคุณโคค่อนค่ะ ที่ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น

อย่างไรก็ขอให้สมหวังอย่างที่คิดทุกอย่างนะคะ
confused smile ระหว่างนี้ จะทำเวลาที่เหลืออยู่กับครูเคนให้มีค่าเลยละค่ะ

#21 By everine on 2009-11-11 23:45