[CS] MS: จุดจบ
posted on 05 Jul 2009 17:29 by aki657 in CubicSchool
[CS] MS: จุดจบ...
Main Character: ครูเคน เจ พี่คิโย
**************************
.
.
.
[1.]
อนิวรรต วสุธาธาร เกลียดฝน...
เขารู้ดีว่านี่เป็นนิสัยเสียประจำตัว แต่ทำอย่างไรก็แก้ไม่หายเสียที เรื่องราวฝังแน่น เก็บกักไว้จนกลายเป็นปกติวิสัย ที่เมื่อใดก็ตามที่เห็นสายฝนร่วงหล่นลงมา สภาพอากาศในจิตใจของเขามักจะพลอยขุ่นมัวตามไปด้วยเสียทุกครั้ง
ไร้สาระสิ้นดี...
เขามักจะบ่นกับตัวเองในใจอย่างนี้ทุกครั้งที่ฝนตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รู้ตัวดีว่าสาเหตุของการเกลียดฝนนั้นช่างดูไร้สาระเมื่อเทียบกับหลายๆอย่าง จนตัวเขาอดเบื่อตัวเองไม่ได้
เวลาฝนตก...ตัวเขามักจะเปิดโหมดระวังตัวจนกลายเป็นพร้อมจะหงุดหงิดกับทุกสิ่งที่ขวางหูขวางตา แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ตัวเขาก็ปรับอาการเหล่านี้ให้เบาบางลง เหลือเพียงอาการนิ่งเฉย และยังมีพัฒนาการด้วยการยิ้มรับเมื่อมีคนทักทายได้อีกด้วย
น่าภูมิใจจนอยากยิ้มเยาะให้ตัวเอง...
เมื่อย้อนไปช่วงอายุก่อนสิบปี, วันนั้นสายฝนเม็ดโตร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า หนักหน่วงกราดเกรี้ยว หากเขากลับติดอยู่ที่ริมถนน ใต้กันสาดอันเล็ก พร้อมด้วยอาการเปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำ...
เขาไม่ได้ตื่นตกใจ หากกำลังกังวลใจ...
ด้วยความหวังดี เขาตัดสินใจเดินไปที่บริษัทของพ่อตามเส้นทางที่คิดว่าตัวเองคุ้นเคยในวันเกิดครบรอบ 1 ขวบเต็มของน้องสาว โดยไม่ได้รับทราบว่าระยะทางและระยะเวลาด้วยการก้าวเดินมันจะแตกต่างกับการนั่งรถยนต์ขนาดนี้...ดังนั้น เมื่อไปถึงกลางทาง เขาจึงไม่อาจหลบพ้นสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาได้
เพราะอยากให้ได้ฉลองวันเกิดพร้อมหน้าพร้อมตาแท้ๆ...
เด็กชายทอดถอนหายใจพลางห่อตัวด้วยความหนาว โดยไม่ทันได้รับทราบว่าตนเองสวนกับพ่อของตนที่ขับรถกลับบ้าน และไม่ได้ทราบว่าตอนนี้ที่บ้านกำลังตื่นตกใจกับการหายตัวไปของตัวเองขนาดไหน
เสียงฟ้าผ่าลงมาดังลั่น หากเด็กชายไม่ได้ตระหนกตกใจไปด้วย เนื่องจากได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เยาว์วัยว่ามันเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ไม่สามารถทำอันตรายอะไรได้ หากรู้จักการป้องกันตัวเพียงพอ
แต่แสงไฟที่สาดเข้าหาและเสียงดังสนั่นในวินาทีต่อมาต่างหาก
ที่ทำให้เด็กชายสะดุ้งสุดตัวพร้อมดวงตาที่เบิกโพลง...
อุบัติเหตุตรงหน้า เกิดเฉียดห่างร่างเขาไปไม่กี่เมตร...ไม่ได้ทำอันตรายแม้แต่รอยแมวข่วน หากทำให้อะไรบางอย่างในตัวหล่นหาย...กลิ่นควันไฟและเสียงไซเรนที่ดังขึ้นราวกับเสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังให้เข้าหู ส่งให้เด็กชายนั่งนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน แม้จะมีใครต่อใครรีบเข้ามาดูอาการ...
และในตอนนั้นเองที่เขาเห็นร่างไร้วิญญาณที่ถูกนำผ่านหน้าตนไป...
“เคน!”
เสียงร้องเรียกพร้อมอ้อมกอดคุ้นเคยที่รัดแน่นเรียกสติเด็กชายให้กลับคืน...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายฝนที่ร่วงหล่นหรือไม่ เด็กชายถึงได้มองเห็นว่าคนตรงหน้าร้องไห้...
และนั่นอาจเป็นน้ำตาครั้งแรกและครั้งเดียวของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดา...
น้ำตาแห่งความโล่งใจของ อัครา วสุธาธาร...
.
.
.
[2.]
“เคน!”
เสียงร้องเรียกพร้อมทั้งอาการผลักเปิดประตูอย่างแรงทำให้ชายหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ เหมือนๆกับที่ใครหลายคนในห้องพักครูแห่งโรงเรียนลูกบาศก์ที่หันกลับมามองร่างที่ปรากฏตรงประตูอย่างสงสัยกึ่งตกใจ
จุลจักร จักราธร เปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ใส่ใจกับมันนัก แถมยังเดินดุ่มเข้าหาเพื่อนสนิทตนโดยไม่สนใจเสียงทักถามใดๆจากอีกฝ่ายแม้เพียงนิด
“เก็บของ!”
ถ้อยคำห้วนสั้นตวัดเข้าหู เรียกให้อีกฝ่ายเบิกตากว้าง แต่ก่อนที่จะได้โวยวายกลับไป คนต้นเรื่องก็เอ่ยตอบข้อสงสัยอย่างรวดเร็ว
“คุณพ่อ...เกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่ไอซียู”
ทันทีที่ได้ยิน, ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นรวดเร็วโดยไม่คิดจะหยิบข้าวของอะไรออกไปแม้แต่น้อย จุลจักรหมุนตัวตามไปแทบจะทันทีเช่นกัน หากแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยแรงของใครบางคน
“จุนจัง กุญแจรถ”
คำพูดเช่นนั้นทำให้หนุ่มตากล้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว คิโยโนบุสบตาอีกฝ่ายพลางเอ่ยต่อเรียบๆ
“รู้ตัวไหม ว่าตอนนี้ทำหน้าแบบไหนอยู่?”
“แต่คุณไม่รู้ทาง...”
“ผมขับ คุณบอก โอเค?”
เกิดความเงียบกั้นกลางระหว่างคนสองคนชั่วขณะก่อนที่จุลจักรจะยอมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“..........ครับ”
.
.
.
[3.]
อาเมะมิยะ คิโยโนบุ มองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งสงบ...
ดวงตาสีน้ำตาลกวาดไปรอบๆ เก็บบรรยากาศและความเศร้าที่อวลลอยอยู่อย่างเงียบๆ...อะไรบางอย่างกระตุ้นย้อนให้นึกถึงความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานแสนนาน...
ชายหนุ่มหลับตาลงสักราวสองสามวินาทีก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง และโฟกัสมันไปที่น้องชายของตนที่ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ...เกินไป
อนิวรรต มาพบบิดาเป็นครั้งสุดท้าย...ไม่ทัน
มารดาของอนิวรรตกอดกับคัคนานต์ ร้องไห้กันอยู่เงียบๆ ส่วนจุลจักรได้แต่ยืนกำมือนิ่งโดยไม่ได้พูดอะไร...หนุ่มตากล้องไม่ได้หันมาโทษเขาที่มาไม่ทัน เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ในเมื่อกว่าที่ทางโรงพยาบาลจะติดต่อไปที่บ้านวสุธาธาร ก็กินเวลาไปนานกว่าสองชั่วโมง
เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้...
แต่ก็อดไม่ได้ที่ยังรู้สึกเศร้าใจ...
บิดาของอนิวรรตได้ให้ความเอ็นดูเขาอยู่มาก แม้ไม่ได้มาหาบ่อยนัก เมื่อเทียบกับจุลจักร แต่ช่วงเวลาที่เขามาอยู่เมืองไทย การต้อนรับอันอบอุ่นคือสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากการเยี่ยมเยือนบ้านวสุธาธารทุกครั้ง
ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าอุบัติเหตุเกิดจากถนนลื่นทำให้รถบรรทุกวิ่งข้ามเลนพุ่งเข้าหา รถซีอาร์วีคันนี้หักหลบจึงชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง...อัครา วสุธาธารคงสลบไปตั้งแต่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากเลือดออกในสมอง และกระดูกหักจากแรงกระแทก...หากกว่ารถพยาบาลจะไปถึง ก็กินเวลาไปมากโข เพราะฝนที่ตกหนักขึ้น จนทำให้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่นั้นอีกหลายจุด
หนุ่มนักวิจัยกระพริบตา ตัดเอาความทรงจำส่วนตนออกไป...ตะกอนขุ่นมัวถูกกวนจนลอยคว้าง หากเขายังคงแสดงสีหน้าเช่นเดิมก่อนจะเดินเข้าหาน้องชายตนพลางวางมือลงบนไหล่นั้นและออกแรงบีบเล็กน้อย เพื่อส่งกำลังใจ
“เคน...”
เขาไม่ได้คิดจะเอ่ยปลอบ หรือพูดจาอะไรมากมาย เพราะรู้ดีว่าน้องชายตนคงไม่ต้องการอะไรพวกนั้น...แต่ที่เขาเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย ก็เพียงเพื่อเรียกให้อนิวรรตกลับจากภวังค์ที่หลงผ่านเข้าไป
“ผม...”
เสียงแหบแห้งหลุดจากริมฝีปากทำให้เจ้าของเสียงเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบเหมือนอย่างที่เคยได้ยินเช่นทุกครั้ง
“...ผมไม่เป็นไรครับพี่”
เสียงของสายฝนที่ยังคงตกหนักหน่วงดังแว่วให้เข้าหู ราวกับเสียงร่ำร้องหวนไห้แก่บุคคลผู้จากไป...คิโยโนบุมองใบหน้าด้านข้างของน้องชายตนนิ่งเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับจะกระซิบ
“ผมแค่...เกลียดฝนน่ะครับ”
ดวงตาสีนิลนั้นจ้องมองไปที่ร่างไร้วิญญาณของชายตรงหน้า...
ก่อนที่จะขยับยิ้มจาง...เช่นปกติวิสัย
“...แค่นั้นเอง”
.
.
.
Fin.(?)
สรุป
- วันหนึ่ง(ปลายเดือนกรกฎาคม) ฝนตกหนัก...พ่อขอองครูเคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถชน
- ครูเคนทราบข่าวจากการที่เจไปรับที่โรงเรียน พี่คิโยที่บังเอิญอยู่ที่นั่นเลยไปที่โรงพยาบาลด้วยกันทั้งสามคน
- ครูเคน...ไปดูใจพ่อเป็นครั้งสุดท้าย...ไม่ทัน
- เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นของระเบิดต่อเนื่อง...
- เรียกได้ว่าเป็นซีรียส์เลยล่ะ (ระเบิด...อาทิตย์ละลูก เยอะไปไหม?)
- จะทยอยเอาลงทีละตอนย่อยๆ (ที่แต่ละตอนก็ยาวพอดู) เขียนเก็บไว้วันละนิดละหน่อยตั้งหลายเดือนก่อนแล้ว แทรกเบียดเอากับเวลางานประจำ (หัวเราะ) ถ้าถือว่าเพื่อการพักผ่อนก็คงว่าใช่
- แต่เขียนทีไร เก็บกลับไปหดหู่ทุกทีนี่สิ (หัวเราะหนักกว่าเดิม)
- เอาเป็นว่า เรื่องนี้มันต่อเนื่องกับอนาคตครูเคนเขาน่ะ หวังว่าจะ...ติดตามกันต่อนะครับ

ระเบิดลูกใหญ่มากครับ...
สารภาพว่าปรับอารมณ์ไม่ทัน พอดีเมื่อกี๊กำลังจิ้มเกมอยู่ (ไฟนอลแฟนตาซี ดิสสิเดีย... กำลังรัว o อย่างเมามัน) แล้วพอมาอ่าน... ปรับตามไม่ทันเลยครับ
สับสนตามครูเคนไปด้วยเลยล่ะฮะ... (เรียกอย่างนี้ได้ใช่ไหมนะ? เพราะครูเคนก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมาเท่าไหร่)
รู้สึกว่าคำว่า "ฝน" จะมีอิทธิพลกับชีวิตของครูเคนอย่างใหญ่หลวงมาก จากแต่ก่อนก็ทำให้รู้สึกแย่อยู่แล้ว จากนี้ไปคงยิ่งแย่เข้าไปใหญ่...
รออ่านต่อไปนะครับ
(อาทิตย์ละลูกไม่มากไปหรอกครับ กระตุ้นชีวิตให้มันตื่นขึ้นมาบ้าง เผื่อระหว่างหกวันมันจะเซื่องซึมและไร้รสชาติ เจอเข้าไปหนึ่งวันจะได้ตื่นๆ บ้าง
#1 By bvxvinn on 2009-07-05 17:42