โครงการส่งเสริมความเป็นไทย

 

[[โรงเรียนลูกบาศก์ : Cubic School]]

 

*************************************

 

[4.] ร่องรอย...

.

.

.

พรุ่งนี้ แม่อยากไปสามชุก...

จู่ๆหญิงสาว(?)ที่นั่งอยู่ข้างซ้ายของประมุขของบ้านก็เอ่ยขึ้นกลางมื้ออาหาร ผมหยุดมือที่กำลังตักแกงจืดเต้าหูหมูสับพลางเหลือบตามามองคนพูดเล็กน้อยก่อนจะทวนคำสั้นๆ

สามชุก?

ใช่จ้ะ...

ทำไมล่ะคะ? เป็นยัยฟ้าที่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

พอดีตอนบ่ายแม่ดูสารคดีนำเที่ยวน่ะจ้ะ...แล้วเขาบอกว่ามีของอร่อยๆเพียบเลย... แม่พยายามอธิบายโดยยกสิ่งจูงใจแรกขึ้นมาอ้าง...

 

ซึ่งผมว่านั่นน่าจะดึงดูดพ่อได้มากพอสมควร...

 

ของอร่อยๆ? พ่อทวนคำ

ใช่ค่ะคุณ เขาว่ามีข้าวห่อใบบัวสูตรเด็ดอยู่ด้วยนะ แม่พยักหน้ากับตัวเองเป็นการยืนยันอีกครั้ง

น่าสนนี่...พ่อเอ่ยก่อนจะหันมาหาคนที่นั่งข้างๆผม เจ ไปด้วยกันไหม?

พรุ่งนี้ใช่มั้ยครับ? ร่างสูงถามกลับซึ่งก็ได้เป็นอาการพยักหน้าน้อยๆจากพ่อผม งั้นก็โอเคครับ

ตกลง พรุ่งนี้ไปกันหมดนี่ล่ะ... พ่อสรุปเสร็จสรรพ คืนนี้เจก็ค้างที่นี่เลยแล้วกัน จะได้ไม่ต้องขับรถเทียวไปเทียวมา

งั้นพรุ่งนี้ไปรถผมแล้วกันครับ คุณพ่อจะได้ไม่เหนื่อย...ร่างสูงเสนอตัวพร้อมรอยยิ้มจางๆ

ก็ดี... พ่อพยักหน้าง่ายๆ

ผมเหลือบตามองไปทางยัยฟ้าโดยสัญชาตญาณตั้งแต่ได้ยินพ่อชวนให้เจนอนค้างที่บ้านแล้ว... และคิดไว้ไม่ผิดจริงๆที่เห็นยัยฟ้ายกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเสหลบสายตาดุๆที่ผมส่งไป...

 

โดน...เข้าให้อีกแล้วสิ?

.

.

.

ทำอะไรอยู่วะ?

เจถามพลางยื่นหน้าเข้ามาดูสมุดในมือผม ผมสะดุ้งน้อยๆเมื่อไม่ทันได้ตั้งตัวกับการเข้ามาของอีกฝ่าย ขณะที่เจ้าตัวกลับทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแถมด้วยการส่งยิ้มระรื่นกลับมาให้ผมเสียอีก

หัดเคาะประตูก่อนดิวะ...ผมบ่น

เคาะแล้ว... ร่างสูงไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงพลางตอบ แต่นายไม่ตอบเลยเปิดเข้ามาเลย...

ปกติมันต้องเคาะต่อไม่ใช่รึไง?

ปกติน่ะนะ... เจว่าพลางหัวเราะน้อยๆ แต่ยัยฟ้าบอกว่า ถ้าเคาะแล้วนายไม่ตอบให้เปิดเข้ามาเลย

แล้วไปเชื่อยัยฟ้าได้ยังไง? ผมว่าพลางโคลงศีรษะไปมาอย่างอ่อนใจ รู้ๆอยู่ว่ายัยฟ้าคิดอะไรยังจะไปเออออตามอีก...

ก็...บางทีมันก็น่าสนุกดีนี่หว่า

ผมเหลือบตามองคนพูดที่หัวเราะหึๆอยู่บนเตียงก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ...

เออๆ...สนุกให้ได้ตลอดแล้วกัน...

ผมตอบรับหน่ายๆก่อนจะหันกลับมาจดจ่อกับงานในมือต่อ ซึ่งดูเหมือนเจจะรู้จึงตัดสินใจที่จะเงียบลงไปแทนที่จะกวนประสาทผมเหมือนอย่างเคย...

หลังจากที่เจไปรับผมที่โรงเรียนเมื่อตอนเย็น แม่ผมก็ชวนลูกชายอีกคนของบ้านทานข้าวมื้อเย็นเหมือนอย่างทุกครั้งที่เจ้าตัวมา... ความสัมพันธ์แบบนี้ดำเนินมาตั้งแต่วันแรกที่ผมพาเจมาที่บ้านตั้งแต่เมื่อเก้าปีที่แล้ว หรือตั้งแต่ตอนผมกับเจอยู่ ม. ปลายนั่นล่ะ และอาจด้วยปัญหาทางบ้านของเจทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีที่ได้มาบ้านผม ขณะเดียวกันพ่อกับแม่ก็มองว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนลูกชายอีกคนไปแล้วด้วยซ้ำ...

 

และแม้ว่าผมกับเจจะติดธุระของตัวจนต้องห่างหายไปนานแค่ไหน...

ช่วงเวลาที่หายไปก็สามารถประสานคืนได้ทุกครั้งที่บ้านหลังนี้

 

เสียงกรนเบาๆดังมาจากเตียงทำให้ผมหลุดจากห้วงความคิด... แล้วเมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าอีกฝ่ายหลับสนิทคาเตียงผมไปเสียแล้ว...

เฮ้ย, เจ... ผมลุกขึ้นไปเขย่าร่างของอีกฝ่าย เจ!...ไอ้เจ!!...

....Z ZZ ZZZ....

ผมถอนหายใจเมื่อเห็นว่าความพยายามของตัวเองไร้ผล ก่อนจะหอบเอางานที่ทำค้างอยู่เข้าไว้ในมือเดินออกไปยังห้องนอนแขกที่แม่เตรียมไว้ให้ เจ้าคนที่มายึดเตียงผมคืนนี้ไปแทนโดยไม่ลืมปิดไฟให้อีกฝ่ายด้วย

 

แค้นนี้ไว้ค่อยชำระพรุ่งนี้แล้วกัน...

.

.

.

เคน...เคน!...ไอ้เคนโว้ย!!!”

ผมงัวเงียขึ้นจากประตูรถที่ใช้เป็นฐานรองหนุนศีรษะตัวเองอยู่ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาไปหาคนตรงหน้าที่ดูเหมือนกำลังขำอะไรสักอย่างอยู่...

อะไรวะ?...

ฉันต่างหากที่ต้องถาม นายไปอดหลับอดนอนที่ไหนมาวะ?... เจเอ่ยกลั้วหัวเราะทำให้ผมที่สติเริ่มกลับเข้าที่อดมองกลับไปอย่างเคืองๆไม่ได้...

แล้วมันความผิดใครไม่ทราบ?... ผมย้อนก่อนจะดันร่างอีกฝ่ายให้ถอยออกก่อนจะลงรถตามไป แล้วนี่คนอื่นๆ?

ฉันจอดตรงหน้าตลาดให้ลงกันหมดแล้ว...

ผมเหลียวมองไปรอบๆเพื่อจะค้นพบว่าเราจอดรถไว้ห่างจากตัวตลาดพอสมควร ก่อนที่โทรศัพท์ในกระเป๋าจะดังขึ้นเป็นทำนองที่ยัยฟ้าตั้งไว้ให้...

อยู่ไหนกันแล้ว? ผมกรอกเสียงลงไป

พ่อกับแม่จะไปกินข้าวห่อใบบัวกันแล้ว พวกพี่อยู่ไหนกันอ่ะคะ?

ยังอยู่ที่จอดรถ...ผมตอบพลางเหลือบมองเจที่กำลังล็อกรถอยู่ก่อนจะเดินมาสมทบข้างๆ

งั้นเดี๋ยวนะ... ดูเหมือนยัยฟ้าจะหันไปถามอะไรพ่อกับแม่สักครู่ก่อนจะหันกลับมาคุยกับผมต่อ

ที่ร้านมีเหลือสามที่พอดี ยังไงแยกกันเที่ยวไปเลยแล้วกันนะพี่เคน...

อืม, ก็ได้...

 

ผมเองก็ไม่ได้ติดใจกับข้าวห่อใบบัวอยู่แล้วนี่นะ...

 

ฟ้าเหรอ?เจที่มาหยุดยืนข้างๆเอ่ยถาม

อืม... ผมรับคำ บอกว่าให้แยกกันไปน่ะ

อ่าฮะ... เจพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงรับรู้ แล้วเราจะตั้งต้นที่ไหนดี?

ผมยกมือขึ้นดูนาฬิกาเพื่อพบว่ามันเลยเที่ยงมาเพียงสิบห้านาทีก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง...

หิวรึยัง? ผมเอ่ยถามอีกฝ่าย

ยัง...

งั้นไปพิพิธภัณฑ์ก่อน...

หา?ร่างสูงเลิกคิ้วงงๆ พิพิธภัณฑ์กลางตลาดเนี่ยนะ?

เออ ผมรับคำก่อนจะออกเดินนำอีกฝ่ายไป ตามมาไวๆก็แล้วกัน...

.

.

.

นายเคยมาเหรอวะ?...

เปล่า...

ผมตอบเรียบๆโดยไม่ขยายความอะไรต่อหลังจากที่เราสองคนหยุดยืนอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์... ซึ่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบอย่างจริงจังนักเมื่อมือใหญ่นั่นหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา เก็บภาพบรรยากาศรอบๆไปเรียบร้อยแล้ว...

เท่าไหร่ครับ? ผมเดินไปตรงที่ขายแผ่นพับด้านหน้า

45 บาทครับ เด็กชายในชุดนักเรียนที่อยู่เฝ้าเงยหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม

เอ่อ, แล้วโครงการมัคคุเทศก์น้อยนี่คืออะไรครับ? ผมชี้ไปที่แผ่นป้ายหลังจากจ่ายเงินให้อีกฝ่ายเรียบร้อย

อ๋อ มันเป็นโครงการที่ให้นักเรียนที่อยู่ในชุมชนได้เป็นมัคคุเทศก์นำชมที่นี่น่ะครับ

แบบนี้ใช่มั้ย? เจที่พาเด็กชายที่น่าจะอายุราวๆเด็กประถมปลายอีกคนมาหยุดยืนข้างๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

ครับ... เด็กคนที่เฝ้าพยักหน้ารับ ท่าทางเขาจะสนิทกับเด็กที่จะมานำเที่ยวให้เรา ทั้งสองคนเลยหันไปคุยกันเองอยู่ครู่ก่อนที่มัคคุเทศก์น้อยจะนำทางไปยังจุดต่างๆของพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์เป็นพิพิธภัณฑ์ตลาดมีชีวิตที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนตลาดสามชุก... ผมและเจเดินตามเด็กชายที่บรรยายให้เห็นถึงห้องต่างๆที่สื่อถึงภาพของตัวแทนวิถีชีวิตในชุมชนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี...

ผมมองออกไปที่ตลาดผ่านระเบียงบ้านของขุนจำนงฯก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ...

 

จำได้ว่าตอนที่เรียนวิชาจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม อาจารย์ที่สอนเคยพูดไว้ว่า หากเราจะทำความเข้าใจที่แห่งใด เราควรจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของที่แห่งนั้น และเช่นเดียวกันหากเราอยากรู้จักใคร เราก็ควรเรียนรู้ถึงที่มาของคนๆนั้นเช่นกัน...

 

เสียงกล้องที่ดังขึ้นไม่ห่างนักเรียกให้ผมหันกลับไปมอง...เจลดกล้องลงก่อนจะส่งยิ้มจางๆมาให้ ผมยิ้มตอบก่อนจะเท้าแขนเข้ากับขอบระเบียงพลางเหม่ออกไปไกล...

นึกถึงตอนม.ปลายเหมือนกันแฮะ...เจเปรยขึ้นลอยๆ

แค่เปลี่ยนกล้องจากแบบแมนวลมาเป็นกล้องดิจิตอล... ผมต่อความ แล้วตอนนั้นนายก็ขี้เก็กกว่านี้เยอะเลยว่ะ

ฮ่ะ ฮ่ะ...อย่างนั้นหรอกเหรอ?

เสียงหัวเราะของร่างสูงจางหายไปกับมวลอากาศว่างเปล่ารอบกาย ก่อนจะถูกแทรกด้วยเสียงของคนอีกกลุ่มใหญ่ที่เดินขึ้นมาชมชั้นสองของบ้าน...

หิวแล้ว... ผมเอ่ยขึ้นบ้าง ทำให้อีกฝ่ายก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือตน

บ่ายกว่าแล้วนี่นะ?เขาว่าก่อนจะหันกลับมาหา งั้นก็ไปกันเถอะ...

.

.

.

ไปเดทกันสองคน...เป็นยังไงบ้างคะ?

ยัยฟ้ากระซิบถามเสียงทะเล้นหลังจากเรากลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง ทำให้ผมขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจเบื่อๆ

ขอทีเถอะ...

แหม, ฟ้าอุตส่าห์เปิดโอกาส... เด็กสาวหัวเราะคิกคักก่อนจะชิ่งขึ้นรถไป

เฮ้อ~~”

ผมได้แต่โคลงศีรษะไปมาอย่างอ่อนใจ...

 

เอาเถอะ, ถึงจะโดนจับเป็นเหยื่อจินตนาการ... 

ถึงจะไม่ได้แก้แค้นเรื่องเมื่อคืน...

 

แต่การได้มาเห็นอะไรๆแล้วทำให้นึกถึงเรื่องดีๆที่เผลอหลงลืมไป...

นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย...

 

จริงไหมครับ?

.

.

.

Fin.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบคำพูดของอาจารย์ของครูเคนจังค่ะ^^~

-หากเราจะทำความเข้าใจที่แห่งใด เราควรจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของที่แห่งนั้น และเช่นเดียวกันหากเราอยากรู้จักใคร เราก็ควรเรียนรู้ถึงที่มาของคนๆนั้นเช่นกัน...-

ป.ล. ตอนนี้...ให้อารมณ์แบบเพื่อนๆ ดีนะค่ะ^^~

#1 By Ruii on 2008-07-28 23:22

พี่อากิ.............................
ตั้งใจจะนอนตั้งแต่เกือบชั่วโมงที่แล้ว แต่จิ้มไปจิ้มมาจนโป๊ะกับเจเคน ...เอ๊ย โครงการส่งเสริมความเป็นไทยพอดี
นอนดึกแบบไร้เหตุผลอีกแล้วเลยครับ TwT (เอ๊ะ หรือมี??)

อ่า ตอนนี้... เจเคนเดทกันสินะครับ~
*โดนถีบ ไม่ช่ายยยยยยยยยยยยยยยย
น้องฟ้านี่น่ารักจัง แต่... แว่วๆ กวีส่งเสียงมาว่า อย่าให้เจอกับเกลียวเลยนะครับ (ฮา)

อ่านแล้วรู้สึกติดใจจัง อยากไปฮะ ^^
แต่...ชีวิตเด็กมอหก ฮ่าๆ สองอาทิตย์ก่อนได้ไปตลาดน้ำก็บุญแล้วฮะ แง่ม - -''

ปล. รอ...นะครับ (ไม่งั้นมีแววว่าผมจะเขียนอีกเรื่องก่อนแน่) xD
ปล. (2) ผมตาค้างแล้วครับ นอนไม่หลับ ...ฮา
เห็นพูดถึงว่าอยากใช้ภาษาเพื่อนที่สนิทกันกว่านี้
รวมทั้งผมเองวันนี้ก็อ่านหลายบทความจนเริ่มล้าแล้ว
เดี๋ยวผมจะขอมาอ่านตอนเช้าแล้วกัน เผื่อมีแก้แล้ว
พอดีเห็นมันยาวและท่าทางจะมีอะไรน่าสนใจด้วย
เลยว่าอ่านพรุ่งนี้ดีกว่า อ่านตอนนี้เดี๋ยวไม่เข้าหัวsad smile

#3 By โคค่อน on 2008-07-28 23:33

ทุกสถานที่มีที่มาและสิ่งที่น่าจดจำเสมอครับ
อยู๋ที่ว่าเราจะเลือกจำสิ่งที่ดีหรือว่าสิ่งที่ไม่ดีก็เท่านั้นครับ

#4 By Thai-Cubic on 2008-07-29 00:50

“งั้นพรุ่งนี้ไปรถผมแล้วกันครับ คุณพ่อจะได้ไม่เหนื่อย...”<<<เรียก คุณพ่อ ซะด้วย.. เอาใจว่าที่พ่อตารึฮะ กร๊ากกกกกกกกกก

เอาเถอะ!!ไหนๆเคนคุงก็*2 เพราะฉะนั้น จะรับคู่นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีกคู่ >[]<!!!!!

พี่เอกิเชียร์คู่นี้น่ะิสิ อ๊าาาาาTT^TT!!!

ิอยากรู้จักใครให้มองคนๆนั้นไปถึงรากลึกที่เคยเป็น แล้วถ้าเขาไม่อยากให้เรารับรู้ล่ะ?

#5 By sarail on 2008-07-29 07:00

โอ๊ะ มีเดทกันด้วย...

/เผ่น!!

#6 By aine on 2008-07-29 09:17

ขอตอบซาจัง...

พี่ไม่ได้เชียร์คู่นี้ล่ะ ที่เชียร์น่ะ มันอีกคู่! open-mounthed smile

#7 By aki on 2008-07-29 10:02

ครูรรลบ.มีแอบวายว้ายวายเยอะจัง(แม้ร้อยละ99จะโดนจับจิ้น)open-mounthed smile
ขำตรงที่บอกว่าคุณแม่เป็นประมุขของบ้าน...อันนี้ช่างตรงกับภาพชีวิตจริง(ยุดผู้หญิงครองโลกมาถึงแล้วสินะ*หัวเราะทั้งน้ำตา*)

อืม ตอนนี้มาแนวมิตรภาพระหว่างลูกผู้ชาย(ถ้าไม่นับเรื่องที่มานอนในห้องครูเคนopen-mounthed smile)

และเช่นเดียวกันหากเราอยากรู้จักใคร เราก็ควรเรียนรู้ถึงที่มาของคนๆนั้นเช่นกัน...<<เราเองก็อยากรู้จักคุณเจมากกว่านี้เพื่อเป็นแนวทางจิ้นเหมือนกันนะakiซัง กร๊ากกก/โดนตบ -- ของเค้าเขียนดีๆทำป่วนโหม้ดดด

ว่าแต่เดท...เอ่อ เที่ยวพิพิธภัณฑ์เนี่ย น่าจะรำลึกความหลังกันมากกว่านี้นะ เคะ เคะ เคะopen-mounthed smile

ปล. เห็นเม้นต์akiซัง ที่เชียร์น่ะ คุณป. รึคุณ ค. ครับopen-mounthed smile
/เผ่นนนนนนนน

#9 By -((666 Error))- on 2008-07-29 17:15

อ่านเพลินแบบเย็นสบายสไตล์ครูเคนดีครับ
แต่เนื้อเรื่องนี่ช่างเป็นวัตถุดิบดีๆให้น้องสาวจริงๆ

จะว่าไป บรรยากาศการไปเที่ยวกับเพื่อนมันก็สนุกนะ
ยิ่งเคยไปเที่ยวด้วยกันมาก่อนแล้ว มันเป็นความรู้สึกแห่งความหลังจริงๆ

อ่านแล้วพยายามนึกภาพตาม
ถ้ามีแนบภาพสามชุกด้วยสักหน่อยคงจะดี
แต่ไม่เป็นไรครับถ้าไม่สะดวก อย่างน้อยก็ชวนให้อยากไปแล้วล่ะbig smile

#10 By โคค่อน on 2008-07-29 19:15

สามชุก... เพิ่งจะไปทัศนศึกษาเมื่อเดือนก่อนนี่ล่ะครับ อ่านแล้วลองนึกภาพตามก็ยิ้มๆ
ที่จำได้ก็มีก๋วยเตี๋ยวในลิ้นชัก หมี่ผัดกะทิ กาแฟจ้ำบ๊ะ (มีแต่ของกิน) แล้วก็มีร้านขายของเล่นที่เก่ามากจริงๆ ไปแล้วจะนึกถึงตอนเป็นเด็กๆ เลยล่ะครับ (พูดเหมือนตัวเองแก่มาก)
เสียดายอย่างเดียว ข้าวห่อใบบัวหมด...

ส่วนเนื้อเรื่อง กลิ่นลาเวนเดอร์กรุ่นเชียวนะครับ หึหึหึ
ผมก็ว่าจะเขียนโครงการส่งเสริมความเป็นไทยแล้วเหมือนกัน คิดพลอตได้ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว sad smile

#11 By Gothix on 2008-07-29 21:56

น้องฟ้าเป็นสาววายอย่างเปิดเผย ส่วนคุณพ่อเป็นหนุ่มวายอย่างเงียบขรึมสินะคะ? (*โดนพี่อากิตบกบาล*)

การที่คุณเคะบรรยายมือของคุณเมะว่า "มือใหญ่" เหมือนจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟิควายเลยสินะ? (เฮ้ย อย่าเพิ่งคิดลามกนะ กิ๊วๆๆ) บรรยายความแข็งแรงทางกายภาพของอีกฝ่าย จนบ่งบอกความเป็นเคะของตัวเองอย่างแจ่มแจ้งเลย

ไม่เคยไปสามชุกอะ หิวว

#12 By Melancholic Me * on 2008-07-30 00:04

จริงค่ะ (555)

ไม่เคยไปสามชุก แต่พอมาอ่านแล้วอยากลองไปขึ้นมาเลยล่ะ
น่าจะมีภาพประกอบด้วย อยากเห็นจังว่าเป็นยังไง
ว่าแต่ทำไมก็ไม่รู้ อ่านแล้วไ่ม่ได้หิวข้าวห่อใบบัว แต่หิวก๋วยเตี๋ยวเรือ ><;(ทำไมงั้นล่ะ?)

#13 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-07-30 15:20

ขอแก้เรื่องกล้องหน่อยแล้วกันนะฮะ

พอดีมีคนทักมาว่า เก้าปีก่อนเด็กๆคงไม่สามารถใช้กล้องวิดีโอได้เหมือนทุกวันนี้ (ซึ่งนั่นก็จริงแฮะ...sad smile )

ขออภัยในความผิดพลาด

#14 By aki on 2008-08-01 15:56

เอ~อะไรทำให้ผมพลาด entry นี้ไปได้ตั้งนานน้อ~
๕๕๕๕๕

เป็นการนำเที่ยวที่ดีฮะ
ไม่น่าเบื่อ
แถมชวนจินตนาการบรรเจิดอีกต่างหาก
(ฮ่า ๆ)

ผมอยากเหมือนครูกฤตฮะ
อยากเห็นภาพประกอบ แฮ่ ๆ

#15 By Kyril on 2008-08-04 20:28

อาาา

อ่านฟิคนี้แล้วรู้สึกถึงสมัยม.ปลายที่ไปทัศนศึกษาที่สามชุกเลยล่ะคะ

**อ่านแล้วรู้สึกเพลินดีค่ะ cry ติดตามต่อไปนะคะ