หากบางคนจำกันได้ จะเคยเห็นว่ามีอยู่ช่วงที่เจ้าของบล็อกจะประท้วงโวยวายเกี่ยวกับวิจัยอยู่เนืองๆ

และถ้าได้เข้าไปอ่านกัน ก็จะพบว่าได้เคยเขียนให้ครูเคนทำวิจัยก่อนจบไปในเนื้อเรื่องของ Cubic School

ซึ่งนั่นก็เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนนั่นล่ะฮะ (หัวเราะ)

พอสบโอกาสอันเหมาะสม (จริงๆคือยังเขียน side story ของครูเคนไม่เสร็จ) เลยเอาบทคัดย่อในงานวิจัยมาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน

(ท่านผู้อ่านสามารถแสดงความเห็็้นและติชมกันได้เต็มที่...)

 

กติกา สั้นง่ายได้ใจความ...

อยากเผยแพร่ต่อเชิญเต็มที่ แต่ขอความกรุณาให้ credit มาด้วย

และงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยส่วนบุคคล

 

[[ งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา จ 496 การวิจัยของแต่ละบุคคล

ภาควิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ]]

 

ดังนั้น เมื่อขึ้นชื่อว่างานวิจัยจึงไม่ควรมีการ "ขโมย" เกิดขึ้น

(อยากได้ ขอกันดีๆไม่ว่ากันอยู่แล้ว)

และถ้าอยากได้ฉบับเต็ม ก็บอกกันได้ครับ จะจัดส่งให้

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น จะได้แก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "สาววาย" ได้ซะที (หัวเราะ)

เชิญทัศนา...

 

 

 

บทคัดย่อ

 

            การศึกษาเรื่อง ความต้องการและทัศนคติของเพศหญิงที่สนใจอ่านการ์ตูนประเภท Boys’ love ในสังคมไทยเป็นการศึกษาประเภทงานวิจัยส่วนบุคคล

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการและทัศนคติที่ทำให้เพศหญิงสนใจอ่านการ์ตูนประเภท Boys’ love จนนำไปสู่ความเข้าใจต่อกลุ่มผู้อ่านมากขึ้น

ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นเพศหญิง และมีความสนใจอ่าน แปล หรือวาด การ์ตูน Boys’ love มาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล จำนวน 15 คน


โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบไปด้วย ข้อคำถามสำหรับใช้ในการสัมภาษณ์ และแถบบันทึกเสียง เนื่องจากในการรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัยนั้นใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)



            การวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ศึกษา ผู้วิจัยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน
(Frequencies) และ ร้อยละ (Percentage) ในการวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากเป็นการพรรณนาข้อมูลที่มาจากประชากรกลุ่มเดียว

 

จากการศึกษาครั้งนี้ ความต้องการของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับจากการอ่านที่ปรากฏในการ์ตูน Boys’ love ได้แก่ เนื้อเรื่องที่แสดงถึงความสัมพันธ์หรือความรักระหว่างตัวละคร ที่มีลักษณะตามอุดมคติของเพศหญิง

คือ เป็นความสัมพันธ์หรือความรักที่บริสุทธิ์ การได้เห็นภาพของเพศชายในอุดมคติ ซึ่งหมายถึง ตัวละครเพศชายที่ไร้ข้อบกพร่อง ไร้ขน ใบหน้าสวย และอาจจะรวมไปถึงรูปร่างที่สมส่วน โดยไม่ต้องมีเพศหญิงคนอื่นร่วมในเนื้อเรื่องด้วย การได้เห็นเพศชายเป็นฝ่ายถูกกระทำ ซึ่งเป็นการแสดงความเหนือกว่าเพศชายโดยผ่านเพศชายอีกคนหนึ่ง และความพึงพอใจกับความแปลกใหม่ของเนื้อเรื่อง ที่มีความแตกต่างจากการ์ตูนทั่วไป

 

 

นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยที่ทำให้เพศหญิงสนใจและติดตามการ์ตูนประเภท Boys’ love มาจากเนื้อหาของการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับความรักมากที่สุด โดยความรักในรูปแบบของ Boys’ love จะตอบสนองจินตนาการ (Fantasy) ของเพศหญิง เกี่ยวกับความรักในอุดมคติ (Idealistic) ซึ่งเป็นความรักที่อาจมีความสัมพันธ์ทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ได้ ทำให้กลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่าความรักที่ปรากฏในการ์ตูน Boys’ love จะมีความบริสุทธิ์และน่าประทับใจมากกว่า โดยผู้วิจัยยังพบอีกว่ากลุ่มผู้อ่านการ์ตูนประเภท Boys’ love ยังคงเข้าใจความสัมพันธ์ตามความเป็นจริง (Realistic)และสามารถแยกแยะออกจากจินตนาการของตนได้

 

 

            จากการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำผลไปใช้เพื่อทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้เพศหญิง สนใจการ์ตูนประเภท Boys’ love มากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน ให้มีวิจารณญาณในการเลือกอ่านการ์ตูนประเภทนี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ป.ล. ต้องจัดย่อหน้าใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่การอ่านในบล็อกขอรับ...

 

 

 

** มา Edit ล่ะ....

ตอนนี้ข้าพเจ้าได้ที่ฝึกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ที่เดิมกับที่ไปฝึกตอนเรียน ปี 4 ช่วงซัมเมอร์ และ โรงพยาบาล แถวๆสะพานใหม่ เป้นจำนวน 4 และ 2 เดือนตามลำดับ) เหลือแค่โอนเงิน 20,000 บาทเท่านั้น (ค่าฝึกน่ะ) (หัวเราะ + T^T)

แล้วชีวิตก็ต้องวนเวียนเหมือนมนุษย์คนอื่นเขาซะที....

ฝากครูเคนด้วยนะครับ (<< ได้ข่าวว่าอันนี้ไม่เกี่ยว 55+)

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นงานวิจัยส่วนตัวที่ว่านี่ ไม่เกี่ยวกับการเรียนหรือการขอผลงานทางวิชาการใช่มั๊ยคะ?

ความจริงแล้วเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก เหมือนจะเคยอ่านจากที่ไหนมาก่อนเหมือนกัน

ตรงกับความคิดตัวเองเหมือนกันนะ

ว่าแต่ครูเคน นี่ใครอ่ะคะ? กำลังคิดว่า กลุ่มตัวอย่าง 15 คนน้อยไปป่าว สำหรับเขตกรุงเทพและปริมณฑล ต้องการวิจัยใหม่ในหัวข้อนี้ หรือหัวข้อใกล้เคียงกันมั๊ยคะ อาสาเป็นกลุ่มตัวอย่างให้big smile

#1 By ~WhiteChoc!~ on 2008-07-09 12:59

เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ
ไทยก็อยากรู้ว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบอ่านการ์ตูน
ประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ...

...

#2 By Thai-Cubic on 2008-07-09 14:06

จิตวิทยาทำไมทำออกมาเป็น qualitative study ล่ะครับ = ="
เราเคลมว่าตัวเองเป็น Social/Health Science นี่นา่ embarrassed

สำหรับการศึกษาเชิงคุณภาพจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 15 คนไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ
Case study ยังสามารถมี significant findings ออกมามากมายได้เลย
อนึ่ง generalizability สู่ประชากรคงจะอ้างได้ยากสักหน่อย

ผมคิดว่าภาษาอังกฤษในวงเล็บอาจจะต้องใช้เป็นตัวอักษรเล็กนะครับ เนื่องจากไม่ใช่ชื่อเฉพาะ
และก็ควรแปล boys' love เป็นคำไทยหนึ่งคำ
แล้ววงเล็บต่อท้ายเพียงครั้งแรกที่ใช้ก็พอแล้วละครับ
ส่วน frequency ถ้าแปลให้เข้าใจได้ชัดเจนกว่านี้นะครับ อาจจะยาวหน่อยก็ได้ แต่ผมคิดว่าจะสื่อความหมายมากกว่าน่ะครับ

คำว่า "ไร้ขน" นี่สะดุดตามากเลยครับ
๕๕๕๕๕๕

อา...
อาจจะซีเรียสไปสำหรับ senior project นะครับ
ไม่ต้องคิดมาก

นับเป็นก้าวแรกที่ดีนะครับ
big smile

#3 By Kyril on 2008-07-09 15:29

sad smile หนูไอคงไม่ใช่หนึ่งในคนที่ชอบอ่านyaoiอ่าค่ะ..

ถ้า yuri ก็มิแน่ open-mounthed smile (เย้ย)

#4 By [ i ]Rin on 2008-07-09 17:50


ขอตอบคอมเมนท์โดยสรุปรวมแล้วกันนะครับ

ที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเพียง 15 คน เนื่องจากข้อจำกัดทางช่วงเวลาครับผม และอีกประการคือ มันเป็นเรื่องของรสนิยมการเลือกบริโภค ดังนั้นเราไม่สามารถหาจำนวนกลุ่มประชากรที่แน่นอนในการเก็บข้อมูลได้ จึงใช้จำนวนประชากร ตามความสะดวก (จริงๆผมเก็บตัวอย่าง 20 คนครับผม แล้วสุ่มเลือกให้เป้นระดับละ 5 คน ได้แก่ ระดับม. ปลาย มหาวิทยาลัย แล้วก็คนทำงาน รวม 15 คนครับ)

ส่วนเรื่องการใช้ Qualitative study เนื่องจากการทำวิจัยครั้งนี้ยังถือเป็นการวิจัยฐานครับผม เนื่องจากทางจิตวิทยาในประเทศไทย ยังไม่ปรากฏว่ามีใครเลือกทำเรื่องนี้อย่างชัดเจน (ส่วนใหญ่มักพบในแง่วารสารศาสตร์ และมานุษยศาสตร์มากกว่า)

ผมกับอาจารย์จึุงปรึกษากันว่าควรจะทำให้เป้น Qualitative study เพื่อให้เห็นมุมมองกว้่างๆสำหรับแนวการทำวิจัยในเรื่องนี้ต่อไปครับ

ต่อมา เรื่องการใช้ชื่อ Boys' love แบบทับศัพท์ลงไป ทางอาจารย์เสนอว่า การใช้ทับศัพท์แบบนี้เพื่อลดการต่อต้านสำหรับผู้มีอคติ แต่โดยส่วนตัวผม ผมคิดว่าคำๆนี้ ครอบคลุมความสัมพันธ์ได้ถึงสามระดับ ดังนั้นจึงไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมที่สุดมาสรุปแทนได้ในคำเดียว

(Boys' love บ่งชี้ได้ถึง Yaoi/ Shonen ai/ Bi-shonen)

ส่วนเรื่องตัวอักษรให้เป้นตัวเล็กก็ขอน้อมรับไว้ครับผม

ขอบคุณทั้งสำหรับคอมเมนท์และข้อเสนอแนะครับผม ถ้ามีโอกาสก็จะได้นำเป้นแนวทางในการทำวิจัยต่อไป

ขอบคุณครับ

surprised smile

#5 By aki on 2008-07-09 19:09

เป็นบทความที่น่าสนใจมากเลยครับ

อยากให้คนที่ไม่รู้ได้อ่านกันเยอะ ๆ

ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอรีเควสเนื้อหาเต็มครับ

ด้วยเหตุผลเดียวเลย คือ อยากอ่าน >w<~!!

(ชอบจิตวิทยาเป็นการส่วนตัวครับ)
ไม่ค่อยแนะนำให้ลงบล็อกเท่าไหร่น่อ อาจจะโดนก๊อปได้ = = ให้คนสนใจดีกว่านะ

Hot! แต่ความจริงก็อยากอ่านต่อ..(ฮา) ระวังไว้ด้วยนะฮะ ปีก่อนมีคนทำเรื่องนี้แล้วไปออกรายการหลุม-ตี๊ด-นี่นา = ='
เป็นการวิจัยฐานสินะค่ะ
สนใจวิจัยตัวเต็มเป็นอย่างมากเลยค่ะ
ด้วยความที่อยากอ่านและอยากรู้เหตุผลโดยทั่วไปของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองดูมั้งค่ะ =v=

#8 By maname on 2008-07-09 20:40

อ่าว ตกลงต้องจ่ายเหรอวะ
อะำไรกัน!

ปล.กูขำมาก ตรงขำว่า ไร้ขน 5555555+

#9 By d ii z e m b e r* on 2008-07-09 21:36

คิดว่าใช้คำว่า Boys'love ก็ครอบคลุมดีอย่างที่ว่านะ

อ่านแล้วอยากรู้จริงๆว่าแฟนเกิร์ลทางตะวันตกเค้ามองแบบนี้เหมือนกันรึเปล่า บางทีมันอาจจะเป็นความคิดของแฟนเกิร์ลชาวไทยอย่างเดียวก็ได้?
(คิดจากแง่มุมเวลาเขียนฟิค ทางตะวันตกนี่คนละอารมณ์เลย)

สะดุดกับคำว่าไร้ขนเหมือนกัน 55

#10 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-07-10 09:41

น่าสนใจดีนะคะ

ถ้าหากเราสามารถทำให้บุคคลวงกว้างในสังคมได้เข้าใจได้เหมือนๆกันก็ดีนะคะ
จะจัดเรทยังไงก็ได้ แต่อย่าแบนเลยเนอะ
cry

#11 By (¯`°.•°lisa •.°´¯) on 2008-07-10 12:54