[KHR Fic] A modern myth
posted on 06 Jun 2008 22:15 by aki657 in FanFic
วันนี้รีบอร์นเล่ม 13 ออก...
อยากบอกว่า...
"สุดยอดไปเลยครับ!"
ทำไมตอนอ่านสปอยด์แล้วยังเฉยๆ (แม้จะโวยวายไปกับหลายๆฉาก >//<)
แต่พอมาอ่านรวมเล่มแล้วยิ่งจิ้นกระเจิง ฉลามแลดูราชินีเหลือหลาย แล้วยังฉากที่บอส(รำพึง?)เรียกชื่อฉลามนั่นอีก...
ทำเอาคนอ่านคนนี้สติแตกบนรถไฟฟ้าเวลาประมาณสิบโมงเช้าเลยทีเดียว...
ศิริรวมวันนี้ ทั้งเสียเงินค่าการ์ตูนไป 3 เล่ม (รีบอร์น, โอรัง, สวิตช์) แล้วยังโดนสายตาแปลกๆจากผู้คนรอบข้างเวลาอ่านไปจิ้นไปอีกล่ะเออ~
ส่วนเรื่องในบล็อกคราวนี้ ก็ยังคงอู้ด้วยการเอาของเก่ามาหากินอ่ะนะ เหะๆ...
แต่ตอนนี้ก็เป็นตอนสุดท้ายแล้วล่ะ ยังไงก็คอมเมนท์ได้ตามอัธยาศัยล่ะเน้อ~
Katekyo Hitman Reborn!
Title : A modern myth
Paring : 1827
Rate : PG-13
BGM : ‘A Modern Myth’ from ‘30 Seconds to Mars’
Author : aki
Note : ตอนแรกว่าจะไม่เขียนแล้ว...แต่ว่าสุดท้ายก็คลอดออกมาจนได้แฮะ
ต่อเนื่องจาก ‘A beautiful lie’ และ ‘The Kill’ นะฮะ (อา, จะว่าไปก็เรียกว่าซีรีย์ก็ได้แล้วสินะ?)
จะว่าไป อารมณ์คุณฮิบารินี่เขียนยากชะมัดเลยล่ะ = =;;
********************************************************
“นี่ก็แค่ความฝัน....”
.
.
.
“เพราะเป็นความฝัน ทุกคนเลยสามารถพูดได้อย่างใจคิดไงล่ะครับ...”
.................................
....................
.........
ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ....
และคงเพราะอย่างนั้น ทั่วทั้งห้องของผมในตอนนี้ ถึงได้ถูกอาบไล้ไปด้วยสีแดง...
...ดุจสีของโลหิต…
ผมยืนนิ่ง...ทอดสายตาลงต่ำไปเมืองเบื้องล่าง
หากตอนนี้ความวุ่นวายที่เคยมี กลับหลงเหลือเพียงแค่ความเงียบงัน
แม้แต่ฮิเบิร์ดที่มักส่งเสียงเจื้อยแจ้วก็ยังเกาะอยู่ที่ไหล่ของผมนิ่ง ราวกับรับรู้ถึงบรรยากาศอึมครึมในห้องสีเหลี่ยมแห่งนี้...
“คุณเคียว”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงเรียกชื่อจากบุคคลที่ผมคุ้นเคยมานาน...
ผมยังคงยืนนิ่ง หันหลังให้กับบุคคลผู้เข้ามาใหม่...
เสียงฝีเท้าหยุดชะงักลงคล้ายลังเลก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น...
“เราได้รับรายงานยืนยันแล้วครับ....”
“.....ว่ามาสิ”
“วองโกเลรุ่นที่ 10...ซาวาดะ สึนะโยชิ เสียชีวิตแล้วครับ”
“....................งั้นรึ” ผมตอบรับโดยที่ยังไม่ละสายตาจากเบื้องนอก...
ดวงอาทิตย์...กำลังจมดวงลงเรื่อยๆ…
“ฉันจะกลับญี่ปุ่น....” ผมเอ่ยขึ้น “จัดการให้ด้วย”
“ครับ” เสียงรับคำดังขึ้นก่อนที่เสียงฝีเท้าจะเคลื่อนห่างออกไป
แสงสีแดงที่สาดส่องเข้ามาค่อยๆเลือนหายไป...
...พร้อมกับความมืดมิดที่คืบเคลื่อนมาแทนที่
“ฮิบาริ...ฮิบาริ...”
เจ้าตัวปุกปุยสีเหลืองร้องขึ้นเบาๆ...หากก็ไม่ได้ร่าเริงเหมือนเคย
ผมยกปลายนิ้วแตะตัวมันเล็กน้อย...
เจ้าตัวเล็กพยายามเอาหัวกลมๆของมันถูปลายนิ้วที่สัมผัส ราวกับจะช่วยปลอบประโลม...
ผมเงยหน้าขึ้น...มองไปที่นภาสีดำมืดเบื้องบน
“สึนะ.....”
.
.
.
Did we create a modern myth?
Did we imagine half of it?
What happened then, a thought for now...
.
.
.
นี่คงเป็นความฝัน...
สายลมอุ่นเคลื่อนผ่านกายไปเชื่องช้า ส่งให้ยอดไม้ไหวเอนตามแรง...
ผมหันมองไปรอบๆตัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ...
“คิดจะเล่นอะไร?” ผมเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ส่งผลให้มวลอากาศไหวกระเพื่อม
ก่อนที่ร่างของชายนัยน์ตาสองสีจะปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมเสียงหัวเราะเช่นที่เคยได้ยิน
หากแต่คราวนี้...มันช่างแปลกแปร่งเสียเหลือเกิน
“นานๆที...มานั่งคุยกันสักหน่อยจะดีกว่าไหมครับ?”
อีกฝ่ายเสนอพลางเดินนำไปที่โต๊ะน้ำชาที่มีมาตั้งตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้โดยไม่รอคำตอบ
ผมเดินตามไปทรุดตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม...
มุคุโร่หยิบกาน้ำชารินให้ผมก่อนจะรินให้ตัวเอง
ริมฝีปากบางนั่นขยับยิ้มจางแต้มเรื่อบนใบหน้าจนน่าหงุดหงิด...
“ชาชั้นดีเชียวนะครับ” เขาเอ่ยคล้ายเชิญชวนก่อนจะหยิบแก้วของตัวขึ้นจิบ...
ผมเหลือบตามองแก้วของตัวเองที่มีควันร้อนลอยขึ้นจางๆแล้วจึงเบนสายตากลับไปยังคนตรงหน้าอีกครั้ง
“นี่ก็แค่ความฝัน....” ผมพูดขึ้น “ถึงดื่มไปมันก็ไม่ใช่น้ำชาจริงๆอยู่ดีไม่ใช่เรอะ?”
“คึหึหึหึ...นั่นสินะครับ” เขาตอบรับง่ายดายพลางวางแก้วกลับคืนที่เดิม “...แต่ก็เพราะมันเป็นความฝันยังไงล่ะครับ”
“หมายความว่าไง?” ผมขมวดคิ้วนิดๆ...เริ่มรู้สึกอยากชักทอนฟาขึ้นมาประเคนบนใบหน้าของอีกฝ่ายสักรอบ
“คึหึหึหึ...คุณนี่ บางเรื่องก็หัวช้าซะจริงเลยนะครับ...”
“...............................” ผมขยับตัวหมายจะส่งอาวุธคู่ใจไปหาเจ้าของดวงตาสองสีสักที แต่ความรู้สึกในมือก็มีเพียงความว่างเปล่า...
ผมถอนหายใจเบาๆก่อนจะลดแขนลงตามเดิม
โลกของความฝัน.....
......โลกของมุคุโร่
“คึหึหึหึ...ใจร้อนจริงนะครับ” เขายิ้มยั่วก่อนจะลุกขึ้นยืน “จริงๆแล้วผมอยากให้คุณได้พบใครสักคนน่ะ”
“ใคร...?”
คำถามลอยค้างในบรรยากาศ เมื่อคนตรงหน้าหายไป...
...และกลับกลายเป็นใครบางคนที่ผมคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอ
“คุณฮิบาริ…”
รอยยิ้มพร้อมถ้อยเรียกขานที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งแรกที่พบเจอทำให้ผมชะงักงัน...
.......ท้องนภาของฉัน.......
“ไม่เจอกันนานนะครับ....” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะทรุดกายลงนั่งแทนที่มุคุโร่ “สบายดีไหมครับ?”
“เล่นแบบนี้...คงอยากเสียเลือดจริงๆใช่ไหม มุคุโร่?” ผมตวัดเสียงอย่างหงุดหงิด แต่กลับเป็นเสียงหัวเราะเบาๆจากคนตรงหน้าแทน
“หึ หึ...ไม่ใช่มุคุโร่หรอกครับ” อีกฝ่ายเท้าคางพลางจ้องมาที่ผมตรงๆ “ซาวาดะ สึนะโยชิ ต่างหาก...”
“อย่ามาล้อเล่น!...” ผมเผลอตวาดลั่น
ใช่, จะเป็นไปได้อย่างไร...
ในเมื่ออีกฝ่าย....
“นี่น่ะ...เป็นความสามารถของมุคุโร่น่ะครับ...” ร่างเล็กเอ่ยขึ้นช้าๆก่อนที่จะเบนสายตาไปด้านอื่น “ที่ทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้ได้...ชั่วคราว”
“................................”
“ผมน่ะ...ขอร้องเขาไว้ก่อนที่จะออกไป แล้วเขาก็อุตส่าห์ทำตามสัญญา...ดีจังเลยนะครับ...แต่ก็น่าเสียดายที่ผม...” อีกฝ่ายหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“..................................”
“รู้ไหมครับว่าผมมีเรื่องจะพูดกับคุณเยอะแยะเลยนะ....” เขาหันกลับมาหาผมแล้วเอ่ยต่อราวกับสิ่งที่พูดไว้เมื่อครู่ได้กลืนหายไปกับอากาศเสียแล้ว...
“...................................”
“ผมน่ะนะ...อิจฉาคุณฮิบาริมาตลอดเลย ทั้งความแข็งแกร่ง ความสุขุม...”
“....................................”
“แล้วก็ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผม.....เฝ้ารอคอยอะไรบางอย่างจากคุณมาตลอด...”
“ตั้งใจจะพูดอะไร?...”
ผมเอ่ยขึ้นเมื่ออีกฝ่ายนิ่งไป...ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่ไม่ต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อนวูบไหว ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้ม...
“ผมน่ะ...ชอบคุณมาตลอดนะครับ”
“....................นายมันก็แค่สัตว์กินพืชตัวนึง” ผมเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
“ฮ่ะ ฮ่ะ...ว่าแล้วเชียวว่าต้องพูดแบบนี้” สึนะหัวเราะเบาๆก่อนจะมองไปรอบๆ “คุณฮิบาริรู้ไหมครับว่าที่นี่คือโลกแห่งความฝัน?”
“แล้วไง?”
“เพราะเป็นความฝัน ทุกคนเลยสามารถพูดได้อย่างใจคิดไงล่ะครับ...”
“....................................”
“คุณน่ะ...คิดอย่างนั้นจริงแน่เหรอครับ?”
“.........แล้วนายอยากได้คำตอบแบบไหนกันล่ะ ซาวาดะ สึนะโยชิ?” ผมย้อนถามกลับ...
อยากให้ฉันพูดอะไร...?
อยากจะได้คำตอบแบบไหน...?
ในเมื่อท้องนภาอย่างนาย...ไม่อยู่เสียแล้ว
.
.
.
To buy the truth…
And sell a lie…
The last mistake before you die…
.
.
.
ในตอนที่มุคุโร่เดินกลับมาที่นั่งตรงหน้าก็เหลือเพียงความว่างเปล่า...
“ได้พูดรึเปล่าครับ?” อีกฝ่ายเอ่ยถามก่อนจะทรุดกายลงนั่ง
“เพราะอะไร?...”
“ครับ?”
“หมอนั่น...เป็นคนของนายแล้วไม่ใช่รึ?” ผมเอ่ยขึ้นพลางสบสายตากับดวงตาสองสีนั่น
“คึหึหึหึ...วองโกเลไม่ใช่ของผมหรอกครับ” มุคุโร่เอ่ยก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น “เขาไม่ใช่ของของใคร...”
“งั้นรึ.....” ผมตอบรับเสียงเรียบ
เพราะว่านายเป็นท้องฟ้า...สินะ?
ไม่ว่าจะเป็นสายหมอก...
หรือกระทั่งก้อนเมฆอย่างฉัน...
สุดท้าย...นายก็ยังต้องเป็นท้องฟ้าเพื่อทุกคนอยู่ดี
“แต่ก็ได้พูดไปแล้วใช่ไหมล่ะครับ?”
“ก็แอบฟังอยู่ไม่ใช่เหรอไง?”
“คึหึหึหึ...”
.
.
.
So don't forget to breathe tonight…
Tonight's the last so say good-bye...
The secret is out…
The secret is out…
Good-bye…
-Fin-
edit @ 6 Jun 2008 22:24:16 by aki
ฮิเบิร์ดโมเอ้!!!!
เอาล่ะ กลับมาพ้อยท์หลัก
ตอนแรกที่พี่เล่านึกว่าเป็นฟิกเศร้า
แต่นี่มันฟิกดาร์คนะคะพี่ =[]=!!
แต่ไม่เป็นไรค่ะ ชอบทั้ง 2 แบบ 555
ภาษาเยี่ยมเมหืนอเดิมค่ะ อ่านแล้วก็ไม่ติดขัดตรงไหนเน่อ ^^
#1 By :: K A Z :: on 2008-06-07 11:46