การบ้านที่สามของคุณครู ณ โรงเรียนลูกบาศก์

 

 

 

ไม่ต้องแปลกใจไปฮะ ที่ส่งเร็ว

เพราะว่าในโลกจริง เจ้าของบล็อกจะต้องหันไปปั่นฟิค XS ที่จะรวมเล่มขายแล้วล่ะ

แล้วอีกประการคือ ต้องเริ่มอ่านหนังสือเตรียมตัวสำหรับการฝึกงานแล้ว

(ครูเคนฝึกจบแล้ว แต่ผมเพิ่งจะเริ่ม -- _--" )

ยังไงก็ตาม...ฝากครูเคนด้วยนะฮะ ^^

 

 

 

 

 

 

 

สีสันและเสื้อผ้า

[[โรงเรียนลูกบาศก์วิทยา : Cubic School]]

 

หมายเหตุ: ส่วนที่เป็นสีครามคือส่วนของรายละเอียดสีสันและเสื้อผ้านะครับ ส่วนสีเทาเป็นเพียงฟิคที่แสดงสถานการณ์ประกอบเท่านั้น...

 

*********************************************

 

 

 

สวัสดีค่ะ...

ฉัน ฟ้า ค่ะ น้องสาวพี่เคนไงคะ...หวังว่าคงจะจำกันได้นะ?

วันนี้เนื่องจากได้รับการไหว้วานจากใครบางคนแถวๆนี้(?)ว่าอยากรู้เรื่องสีสันในชีวิตพี่เคน

อย่างพวกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ หรืออะไรทำนองนี้...

ได้เลยค่ะ เดี๋ยวเราเลยจัดให้~ (^^)

 

อย่างที่ทราบกันนะคะว่าพี่เคนเป็นพวกผิวขาว จริงๆแล้วก็ไม่ใช่พวกขาวซีดหรืออะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ (แบบนั้นมันก็เกินไปหน่อยเนอะ?) เรียกได้ว่าเป็นสีชมพูจางๆมากกว่า (ผิวดีอย่างน่าอิจฉา T^T ) แต่ดูเจ้าตัวจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นักนะคะ        เห็นเวลาไปทะเลด้วยกันทั้งครอบครัวทีไรก็จะรีบไปตากแดดทันทีเลยล่ะ (สงสัยจะหวังให้ตัวดำขึ้น) แต่ทำยังไงก็ได้ผลแค่ตัวแดงๆกลับมาทุกที (แล้วผ่านไปสักวันสองวันก็กลับมาขาวอีกแล้วล่ะค่ะ...)

 

(พยายามหาสีใกล้เคียงที่สุดแล้วค่ะ เลื่อนเมาส์ให้ตรงเป๊ะๆมันยากมากเลย)

 

 

 

 

ส่วนสีผมกับสีตาก็เป็นสีดำธรรมดาๆนี่ล่ะค่ะ จริงๆถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่ามันค่อนไปทางน้ำตาลด้วยล่ะ         แต่มองยากมากเลย พอมองเฉยๆก็เลยกลายไปเป็นสีดำเหมือนจะสนิทนั่นแหละค่ะ

แล้วก็ตั้งแต่จำความได้ (?) ฟ้าก็ไม่เคยเห็นพี่เคนไปย้อมผมหรือใส่คอนแทกเลนส์สีๆเลยนะคะ

(ชีวิตเรียบง่ายเกินไปแล้ว พี่ชายฉัน...)

เอาล่ะ, อาศัยจังหวะที่พี่เคนกำลังออกไปเที่ยวแกลลอรี (Gallery) กับพี่เจ

(จริงๆมีคนอื่นไปด้วย แต่ฟ้าจำชื่อไม่ได้น่ะค่ะ แหะๆ ^^;;)

เราก็ขอแอบย่องมาดูตู้เสื้อผ้าของหนุ่มโสดกันดีกว่านะคะ...

 

-- แกร็ก --

 

 

 

 

 

 

 

หวา, อะไรเนี่ย ไหงมีแต่เสื้อเชิ้ตทั้งนั้นเลยล่ะ?

อืมๆ...ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อสีโทนอ่อนๆทั้งนั้นเลยแฮะ

อ้อ, มีสีดำด้วย (1-6) แต่ดูท่าจะมีเสื้อขาวกับดำเป็นประชากรส่วนใหญ่แฮะ

อ้อ, ตรงนั้น...

(เอื้อมมือเลื่อนๆเหล่าเสื้อเชิ้ตไปอีกด้าน)

อา, พวกเสื้อยืดอยู่ตรงนี้นี่เอง แหม...พี่เคนนี่มีระเบียบดีแฮะ แยกแขวนเสื้อเชิ้ตกับเสื้อยืดไว้เป็นหมวดหมู่เชียว พวกเสื้อยืดก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันค่ะ เป็นสีขาวซะส่วนใหญ่ สกรีนลายเรียบๆไม่ฉูดฉาดอะไร พวกเสื้อยืดสีอื่นก็เป็นแนวสีเข้มๆ (5,6,7,10)

อ๊ะๆ มีเสื้อแบบแอล (เสื้อยืดคอกลมสีขาวแขนยาวน่ะค่ะ เหมือนในเดธโน้ตไง) ที่ฟ้าซื้อให้เมื่อปีก่อนด้วยล่ะ ไหงมาอยู่ซะเกือบในสุดแบบนี้ล่ะเนี่ย?

(เลื่อนหยิบออกมาให้อยู่ด้านหน้าๆ)

ไม่ไหวๆ อุตส่าห์ซื้อให้ เอาไปหมกได้ไงกัน? (บ่นพึมพำกับตัวเองพลางเลื่อนลิ้นชักด้านล่างออกมา...)

 

ต่อไปก็พวกเนกไทค์นะคะ...

 

อืม, เห็นเด่นๆอยู่ก็พวกสีเทา สีม่วงเข้มๆ สีกรมท่า แล้วก็สีอื่นๆปนๆกันไปน่ะค่ะ (5-10)

(เลื่อนปิดลิ้นชัก)

อ้อ, ตกสำรวจได้ไงนะ?...พี่เคนมีสูทอยู่สองสามตัวค่ะ สีดำทั้งนั้น                                                   เอาไว้ใส่ออกงานน่ะค่ะ มีทั้งแบบทางการแล้วก็ลำลอง

พี่เคนน่ะ เห็นผอมๆแบบนั้นใส่สูทขึ้นน่าดูนะคะ อย่างกับพวกโฮสต์แน่ะ (หัวเราะคิกคัก...) ฟ้าเองยังแอบใช้บริการให้ไปช่วยเฝ้าบูธโดจินฯออกบ่อยค่ะ เป็นตัวเรียกลูกค้าเชียวล่ะ            แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ค่อยใส่ใจ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะค่ะ (เพราะพอไปนั่งเฝ้า ก็เฝ้าอย่างเดียวจริงๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่ติดมือไป ไม่ได้ช่วยขายเล้ย~)

อ่า, แล้วคราวนี้ขอยกเว้นไม่สำรวจลิ้นชักต้องห้ามนะคะ (พวกชั้นในน่ะ...) เพราะขืนเอาออกมาโชว์ด้วยนี่คงโดนพี่เคนโกรธจริงๆแน่เลย (หัวเราะแห้งๆ)

เอาล่ะต่อมาก็พวกกางเกง...อยู่ตู้เล็กนี่สินะ? (ขยับมาเปิดตู้ข้างๆ)

หวา, มีแต่กางเกงแสล็คทั้งนั้นเลย (จะทางการไปไหนเนี่ย พี่ชายฉัน?) มีกางเกงยีนส์อยู่บ้างเหมือนกัน

อืม, ก็เป็นแนวเรียบๆสีเข้มๆอีกแล้ว น่าเบื่อชะมัดเลย...

พวกชุดนอนก็อยู่ตู้นี้ค่ะ...เป็นชุดนอนประเภทชุดนอนจริงๆ                                                                  (นึกออกใช่มั้ยคะ? พวกชุดนอนผ้าฝ้าย สีเทา สีน้ำเงินทึมๆ แขนยาวขายาวน่ะ) จริงๆคุณแม่เป็นคนซื้อชุดนอนแบบนี้ให้ตั้งแต่พวกเราเด็กๆน่ะค่ะ เลยจะติดนิสัยใส่ชุดแบบนี้ไปโดยปริยาย              (ฟ้าก็มีนะ แต่ลายน่ารักกว่าพี่เคนจมเลย)

ปกติพี่เคนจะเป็นคนซื้อเสื้อผ้าเองค่ะ จะมีบ้างเหมือนกันที่คุณแม่ไม่ก็ฟ้าซื้อให้                           (คุณแม่จะซื้อถ้าเจอแบบสวยๆ ส่วนฟ้าจะซื้อให้เนื่องในโอกาสพิเศษค่ะ) แต่ฟ้าก็ยังไม่เคยเห็นมีสาวไหนกล้ามาซื้อเสื้อผ้าให้พี่เคนนะ                                                                                 (ถ้ามี พี่เคนคงพามาที่บ้านนานแล้วล่ะ รายนั้นหัวโบราณจะตาย...)

ส่วนใหญ่พี่เคนไม่ใช่คนติดยี่ห้อนะคะ จะซื้อเมื่อถึงคราวจำเป็นประเภทถึงเวลาต้องซื้อ หรือไม่ก็จะซื้อก็ต่อเมื่อเจอแบบถูกใจจริงๆ ซึ่งกรณีหลังจะพบได้น้อยมาก...                                               แต่ก็ไม่รู้ทำไม เวลาพี่เคนไปซื้อเสื้อผ้าทีไร มักจะเป็นพวกยี่ห้อดีๆทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่จะปะป้าย Sale อยู่ก็ตาม (นี่คงเป็นเหตุผลที่พี่เคนซื้อเสื้อผ้าแบบนานๆที แต่ก็ใช้คุ้มสุดๆไปเลย)

ส่วนเรื่องรองเท้า...(ปิดตู้พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด) ฟ้าเห็นแต่รองเท้าหนังสีดำอยู่สองสามคู่นะคะ (ต่างแบบกันน่ะ) ส่วนรองเท้าแตะหนีบก็สีดำเหมือนกัน

อ้อ, มีผ้าใบอยู่สองคู่ค่ะ สีขาวคู่นึง สีดำคู่นึง... ท่าทางจะขี้เกียจคิดว่ามันเข้าชุดกับอย่างอื่นรึเปล่าเลยซื้อมาแต่แบบนี้แหงๆเลยล่ะ

แล้วเวลาที่ไปสอนน่ะเหรอคะ...?

ก็เสื้อเชื้ตทั้งหลายของพี่เคนน่ะแหละค่ะ ทั้งแขนสั้นแขนยาว (ถ้าเป็นแขนยาวส่วนใหญ่ตอนพี่เคนออกจากบ้านจะพับแขนเสื้อขึ้นน่ะ ไม่รู้ตอนอยู่ในห้องจะเอาลงรึเปล่านะ อันนั้นคงต้องถามนักเรียนของพี่เคนเอาเองล่ะ) ที่เหลือก็กางเกงแสล็คแล้วก็รองเท้าหนังสีดำ สะพายเป้สีดำ หรือไม่ก็กระเป๋าของ Dapper ที่คล้ายๆกระเป๋าโน้ตบุ๊คน่ะค่ะ เอาไว้ใส่พวกตำราหรือสมุดที่ต้องเอาไปใช้ที่โรงเรียน จริงๆแล้วฟ้าก็เห็นพี่เคนใช้กระเป๋าแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ ไม่เห็นจะยอมเปลี่ยนสักที...

สันนิษฐานได้สองประการ...ไม่ขี้เกียจเปลี่ยนก็งกนั่นแหละค่ะ (^^;)

.

.

.

 

ยัยฟ้า...

อ้าว, ไหงกลับมาเร็วจังคะ?เด็กสาวหันกลับไปหาเจ้าของห้องที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงประตู

นี่จะเย็นแล้ว เรียกว่าเร็วได้ยังไง? ชายหนุ่มย้อน แล้วนี่มาทำอะไรห้องพี่?

แหม, ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เด็กสาวส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก อ้าว, พี่เจก็มาด้วยเหรอคะ?

นึกว่าจะไม่ทักซะแล้วสิ ร่างสูงลูบศีรษะเด็กสาวอย่างเอ็นดู พี่มาส่งเคนมันน่ะ

ส่งแล้วก็รีบๆกลับไปเลยไป... เคนวางกระเป๋าเป้สีดำลงบนเตียงก่อนจะดึงมือหนานั่นออกจากศีรษะของน้องสาวตน แล้วก็อย่ามาลวนลามน้องสาวฉัน...

พี่เคนไปไล่อย่างงั้นได้ไงเล่า พี่เจอุตส่าห์มาส่งทั้งที ฟ้าหันไปว่าพี่ชายตัวเองก่อนจะหันกลับไปทางชายหนุ่มอีกคน วันนี้ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ ไม่ได้แวะมานานแล้ว คุณแม่คงดีใจ

ฮ่ะ ฮ่ะ... เจไม่ได้เอ่ยตอบทันที แต่หันไปทางเคนที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่แทน น้องนายชวนแน่ะ ว่าไงล่ะ?

ตามใจสิ...แล้วก็ยัยฟ้า ชวนแล้วก็ไปช่วยคุณแม่ทำกับข้าวด้วย ไม่ใช่สักแต่ชวน

ค่า... เด็กสาวยิ้มกว้างก่อนจะดึงแขนเจออกนอกห้องไปพร้อมกัน ลงไปหาคุณแม่กันเถอะค่ะ พี่เจ

รีบๆไปเลยไป...ฉันจะเปลี่ยนเสื้อ เจ้าของห้องโบกมือไล่ก่อนจะปิดประตูตามหลัง ปล่อยทิ้งให้น้องสาวกับแขกผู้มาเยือนยืนกันอยู่หน้าห้องแทน

นี่ๆ พี่เจ... เด็กสาวกระตุกแขนอีกฝ่ายให้หันมามองขณะที่เดินลงบันไดมา ทะเลาะอะไรมากับพี่เคนรึเปล่า?

หืม? ก็...ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกชายหนุ่มเว้นช่วงไปหน่อยก่อนจะเอ่ยต่อ

ไปช่วยคุณแม่ทำกับข้าวกันดีกว่าเนอะ เดี๋ยวคุณชายลงมาจะโมโหหิวไปซะอีก

ค่ะ

.

.

.

หวา? ทะเลาะอะไรกันก็ไม่รู้ ฟ้าอยากรู้จริงๆเลยแฮะ แต่ก็คงซอกแซกมากไม่ได้ เพราะพี่เคนไม่ค่อยชอบให้ใครวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวเสียด้วยสิ...

ทั้งๆที่ปกติแล้วพี่เคนเป็นคนยิ้มง่ายแท้ๆ แต่วันนี้พี่เคนกลับขมวดคิ้วตลอดเลย สงสัยจะทะเลาะกับพี่เจแรงพอสมควร...พี่เจเองก็ดูเหมือนจะง้อๆพี่เคนอยู่น้า~ แต่พี่เคนก็ยังดูอารมณ์ไม่ดีอยู่ดี...

(แย่แล้วๆ ต่อมจินตนาการของฟ้ากำลังทำงานหนักเลยล่ะ >//< )

อ๊ะ, แต่ภารกิจของฟ้ายังไม่เสร็จสิ้นนี่นา (ไฟแบล็คกราวด์ (Background) ลุกพรึ่บ!) มาต่อกันเถอะค่ะ...

ปกติแล้วของใช้ของพี่เคนจะออกโทนเข้มนะคะ           อย่างพวกผ้าเช็ดตัวอะไรพวกนี้ยังออกโทนสีน้ำเงินหรือสีน้ำตาลเลยล่ะค่ะ (9,7) พวกเฟอร์นิเจอร์ในห้องอันนี้เป็นไม้โอ๊คแดงเข้าชุดกันค่ะ                                                                          (อย่างที่รู้ คุณพ่อของพวกเราเป็นมัณฑนากรก็เลยมาช่วยออกแบบให้ค่ะ)                 การแต่งห้องก็เป็นเชิงร่วมสมัยเสียมากกว่า (แนวถนัดของคุณพ่อนั่นล่ะ) โดยรวมๆก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษนัก

อ้อ, ถ้าจะพิเศษ ก็ตรงที่ห้องของพี่เคนจะทำหน้าต่างสูงค่ะ แทบจะเรียกได้ว่าติดเพดานห้องเลย เป็นกระจกใสๆ พอตอนกลางคืนก็มองเห็นดาวชัดแจ๋ว สวยมากๆเลยล่ะค่ะ... ตอนเด็กๆฟ้าเองก็ชอบมานอนดูดาวกับพี่เคนอยู่ออกบ่อยเหมือนกัน คุณพ่อก็เลยทำหน้าต่างแบบเดียวกันให้ห้องของฟ้าด้วย...

มาที่ของใช้อื่นๆ อืม, พี่เคนจะเลือกของใช้โทนขาวดำเสียมากนะคะ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่ (เหมือนเวลาเลือกหยิบจะเลือกตามสัญชาตญาณน่ะค่ะ)                                                  เชื่อได้เลยว่าถ้าไปถามสีโปรด พี่เคนต้องตอบว่า ไม่รู้ ไม่ก็ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แหงๆเลย

อีกอย่างที่พิเศษสำหรับห้องพี่เคน คือ ชั้นหนังสือค่ะ...

ขนาดแบ่งส่วนหนึ่งไปไว้ห้องหนังสือกลางแล้วนะคะ ในห้องยังมีเต็มเอี๊ยดเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังสือแนวจิตวิทยาตามที่พี่เขาเรียนมาน่ะค่ะ (ช่างแตกต่างจากห้องของฟ้า ที่มีแต่การ์ตูน ^^;) แล้วก็จะมีชั้นหนึ่งเลยสำหรับมุราคามิของพี่เคน ท่าทางพี่เคนจะชอบนักเขียนคนนี้จริงๆเลยนะคะ เห็นมีสะสมทั้งภาษาไทยแล้วก็ภาษาอังกฤษ (ภาษาญี่ปุ่นคงไม่ไหวมังคะ ไม่สามารถขนาดนั้น)...

อ๊ะ, ฟ้าได้ยินเสียงสตาร์ทรถ ท่าทางพี่เจจะกลับแล้วล่ะ...

.

.

.

พี่เจกลับไปแล้วเหรอคะ? เด็กสาวหันหน้ากลับจากจอโทรทัศน์ที่กำลังเสนอข่าวในพระราชสำนักอยู่ ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆน้องสาวตน

แล้ว...พี่เจว่าไงมั่งคะ? ฟ้าเหลือบดูปฏิกิริยาของพี่ชายตนที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นขมวดคิ้วอีกรอบ

ว่า? ว่าอะไร?

ปะ...เปล่าค่ะ ฟ้าหันหน้ากลับไปทางโทรทัศน์อีกรอบขณะที่เคนเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะขึ้นมาอ่านข่าวของวันนี้แทน

เด็กสาวเหลือบตามมองพี่ชายตนที่ตอนนี้เริ่มมีรอยยิ้มจางๆกลับมาประดับใบหน้าตามเดิมแล้ว...

...ให้ตายสิ...

ฟ้าคิดพลางอมยิ้มน้อยๆ...

...พอออกไปส่งพี่เจแล้วกลับมานั่งยิ้มแบบนี้เนี่ย....

มือเรียวของเด็กสาวเลื่อนขึ้นมาปิดปากตัวเองราวกับจะกลั้นสิ่งที่จินตนาการไว้ไม่ค่อยจะอยู่...

...มันน่าจิ้นนะ พี่เคน!...

.

.

.

{{ 3rd. Homework }}

Fin.

 

 

 

 

P.S. เขียนไปเขียนมา รังสีม่วงๆลอยรอบตัวเสียแล้ว ขอโทษนะเคน~~~

(ถึงจะพูดแบบนั้น แต่น้ำเสียงไม่ได้สลดเลย ฮ่ะ ฮ่ะ)

 

 

 

 

[Cubic School] First impression ((จบ)) ...

posted on 02 Jul 2008 23:00 by aki657  in CubicSchool

 

การบ้านที่สองตอนจบ...

ส่วนหนึ่งของ โรงเรียนลูกบาศก์

 

อยากอ่านตอนแรก...จิ้ม 'นี่'

ส่วนตอนสอง...จิ้ม 'ตรงนี้'

 

จากนี้ไป เชิญทัศนาตอนจบ...

 

 

 

 

ความประทับใจแรกต่อนักเรียนห้อง ม.4/1 ((จบ))

[[โรงเรียนลูกบาศก์วิทยา : Cubic School]]

  

*********************************************

 

ผมเงยหน้าขึ้นจากสมุดปกดำก่อนจะหันไปตามเสียงเปิดประตูตามสัญชาตญาณ...

ชายในชุดชอปสีน้ำเงินส่งยิ้มกว้างกลับมาหาผมและครูปราบก่อนจะเลื่อนประตูกระจกให้ปิดลงตามเดิม เขายกมือขึ้นเสยผมสีดำสั้นของเขาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มแนะนำตัวให้เราได้รู้จัก...

สวัสดีครับคุณครู...ผมเป็นช่างเครื่อง ชื่อรอนครับพูดจบก็ยกมือขึ้นตะเบ๊ะพอเป็นพิธีก่อนจะส่งเสียงหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี

ครับ, ผม อนิวรรต ครับ เป็นครูแนะแนว...

ผม ปุณยนันต์ ครับ สอนภาษาญี่ปุ่น...

ผมกับครูปราบแนะนำตัวพร้อมกับผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายอีกฝ่าย

หวัดดีครับครู คือ...วันนี้ผมมาเช็คแอร์น่ะครับ ว่าใช้งานได้ดีรึเปล่า?

ผมเบนสายตากลับไปยังแอร์ที่ติดไว้บนเพดานห้อง...              ในตอนนี้มันนิ่งสงบเพราะไม่มีใครใส่ใจจะไปเปิดมันตั้งแต่แรก...

ช่างรอนมองตามผมไปก่อนจะถามออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

อ้าว, แล้วทำไมคุณครูถึงไม่เปิดแอร์กันล่ะครับ?

ก็ไม่ได้ร้อนอะไรนี่ครับ... ผมตอบก่อนจะหันไปทางครูปราบเพื่อหาเสียงสนับสนุน

ลมที่พัดเข้ามาก็เย็นสบายดี...ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์หรอกครับ ครูปราบตอบรับ

อืมๆ ลดโลกร้อนได้ด้วยสินะ? ฮ่ะ ฮ่ะ... เขาหัวเราะ                         แต่ยังไงผมคงต้องลองเช็คเครื่องดูหน่อยล่ะนะครับ ถ้ามีปัญหาจะได้แก้ทัน

ครับ ตามสบาย ผมตอบก่อนจะก้มหน้าลงเขียนงานที่ค้างไว้ต่อไป...

 

.

.

.

 

039 ต้นไม้ รัตนมณีโชติ (ต้นไม้)*

สิ่งแรกที่เห็นในมือของเด็กคนนั้น คือ รูบิก แบบ 5x5x5...

ท่าทางจะอยู่ในจำพวกเด็กอัจฉริยะเสียล่ะมั้ง? (ในแฟ้มบอกว่าอายุแค่ 13 ปี อืม...) ดูเงียบๆ บางทีคงจะเป็นพวกมีโลกส่วนตัวก็เป็นได้...

อาจต้องดูเรื่องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น...

 

040 ชินกร คีริล เครสเวล (คี)

ท่าทางเหมือนเด็กอารมณ์ดี...

ตอนพักกลางวันผมเห็นเขาเลี้ยวเข้าห้องดนตรีไปกับครูมิวพลางคุยอะไรกันสักอย่างที่ผมแว่วๆว่า “Chopin”...เป็นพวกชอบดนตรีคลาสสิกรึเปล่านะ? 

 

041 กัมปนาท อินทศร (บูม)

อ้อ, เด็กที่มาพร้อมกับสัปปะรดนั่นเอง...

ท่าทางร่าเริงสดใส แล้วก็มีความมั่นใจในตัวเองใช้ได้เชียวล่ะ... บางทีอาจเป็นพวกมีพลังงานล้นเหลือก็เป็นได้...ถ้าผลักดันดีๆก็น่าจะสร้างสรรค์อะไรเยี่ยมๆออกมาได้แน่ๆ

 

042 ภัทราวุฐ จันทรโชติวงศ์ (ไม้ไผ่, ภัทร)

หน้าหวานสุดๆ...(โรงเรียนนี้มีแต่ผู้ชายหน้าหวานรึไงนะ? เจอมาหลายคนแล้วด้วย...) ดูท่าทางเงียบๆ เหมือนไม่ค่อยใส่ใจอะไร แต่ก็ไม่ใช่ประเภทเด็กมีปัญหา...

น่าจะอยู่ในประเภทสนใจแต่สิ่งที่ตัวเองสนใจมากกว่าล่ะมั้ง?

 

043 ไอริสา เดอ มาคูริค (ไอริส)

ท่าทางร่าเริงขัดกับนัยน์ตาเศร้าๆ...มีอะไรฝังใจอยู่รึเปล่านะ?

 

044 ทวิชา คัคคานันต์ (วิ, ชา)

เฮลโลคิตตี้...?

 

045 สุรเดช อักขรวิกรม (สุน)

น่าจะเป็นพวก perfectionist ด้วยล่ะมั้ง? เห็นบนโต๊ะวางอุปกรณ์การเรียนเป็นระเบียบต่างจากโต๊ะของเด็กคนอื่นๆ แถมการแต่งตัวยังเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าเสียอีก...

แล้วก็ท่าทางจะชอบแฟชั่น (รูปที่ออกมาวาดเป็นนางแบบหุ่นดี...ตามตำราเป๊ะเลยแฮะ)

 

046 แพททริเซีย ดี. ฟรานซิส (แพท,แพตตี้)

แรงใช้ได้ พกพาความมั่นใจมาเต็มร้อยเชียวล่ะ แถมยังพูดจาตรงไปตรงมาแบบไม่ต้องแปล... ก็ดี, จะได้ไม่ต้องแปลความให้มากมายนัก...

แต่จะให้ดีกว่านี้...ไม่ต้องจ้องผมขนาดนั้นก็ได้ล่ะมั้งครับ? ^^;;

 

047 ชัชวาล มหาโชติวงศ์ (สตาร์)

ท่าทางเป็นเด็กเงียบๆ... พอช่วงกลางคาบผมเพิ่งสังเกตว่าเขาจ้องมาที่ผมอยู่พักใหญ่ก่อนจะละสายตาไปทางอื่นแบบคนที่หมดความสนใจ

อืม,ตอนที่เขามองผมอยู่นี่เขาคิดอะไรอยู่กันนะ?

 

048 รวินท์ ชยานุรักษ์ (วินด์)

เด็กชายกับนกสีเหลือง...

ผมไม่ได้ว่าอะไรที่เขาเอานกตัวนั้นเข้ามาในห้องด้วย (อยากลองปล่อยอิสระดู แล้วก็ยังได้เห็นวิธีการปฏิบัติตัวที่ต่างออกไปของเด็กคนนี้อีกด้วย จะว่าไปก็คุ้มแฮะ...) ถ้าตราบใดที่ไม่มารบกวนการสอนของผมล่ะก็นะ...

 

.

.

.

 

ผมปิดเดธโน้ต(?)ในมือลงพร้อมๆกับตอนที่ช่างรอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หลังจากลงไปวุ่นวายกับขาโต๊ะโยกๆอยู่พักใหญ่...จริงๆโต๊ะตัวนั้นก็ไม่มีครูคนไหนใช้เป็นโต๊ะประจำ แต่ว่าคนเป็นช่างอย่างเขาคงเห็นแล้วก็อดไม่ได้ล่ะมั้ง?...

ไว้พรุ่งนี้ผมจะเอาเครื่องมือมาซ่อมแล้วกันนะครับครู...

ขอบคุณครับ

ผมที่อยู่ใกล้ๆเอ่ยตอบก่อนจะยกมือขึ้นรับไหว้แทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายยกมือขึ้นไหว้เป็นเชิงบอกลา... และทางครูปราบเองก็ต้องรีบรับไหว้เช่นเดียวกัน (แต่ดูท่าเขาจะออกอาการ เหวอกว่าผมด้วยซ้ำ...) ก่อนที่ช่างรอนจะผลุบหายไปจากห้องอย่างรวดเร็ว...

ตลกดีนะครับ... ครูสอนภาษาญี่ปุ่นของโรงเรียนหันมายิ้มแห้งๆให้ผมบ้าง

นั่นสินะครับ ผมตอบรับพลางส่งเสียงหัวเราะเบาๆ

เราสองคนพูดคุยเรื่องจิปาถะกันอีกเล็กน้อยก่อนที่ครูกฤตจะเดินเข้ามา... หญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องพักครูชวนคุยถึงบรรดานักเรียนและการสอนครั้งแรกในวันนี้ของพวกเราก่อนจะวกไปถึงเรื่อง เมนูอาหารเที่ยงของวันพรุ่งนี้ที่พวกเราตัดสินใจว่าจะไปลองชิมอาหารรสเด็ดที่ร้านในโรงอาหารของโรงเรียนพร้อมกัน

ไว้ชวนครูสายฟ้า ครูรันตร์ แล้วก็ ครูมิว ด้วยดีไหมคะ?

ไหนๆ ใครเรียกผมรึเปล่าครับ? เสียงของครูรันตร์ที่หอบเอาเอกสารบางอย่างติดมือเข้ามายังห้องพักครูเดินตรงมาหาพวกเรา พลางส่งยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดี

ว่าจะชวนไปทานข้าวด้วยกันพรุ่งนี้น่ะค่ะ...

ตกลงครับ... เสียงตอบดังขึ้นแทบจะทันที...หากเสียงนั้นกลับเป็นของครูสายฟ้าที่เดินเข้ามาแทน ครูกฤตจะเลี้ยงเหรอครับ?

อเมริกันแชร์ต่างหากค่ะ หญิงสาวค้อนขวับเข้าเสียวงใหญ่ ก่อนที่พวกเราจะเริ่มต้นหัวเราะกันอีกครั้ง... 

 

.

.

.

 

ผ้าม่านขยับไหวปลิวสะบัดตามแรงลมอ่อนๆจากหน้าต่างที่เปิดอ้า...

สายลมอ่อนพัดผ่านส่งให้ได้ยินถึงเสียงของทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก...

ผมหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสอ่อนโยนของสายลมพลางเท้าแขนกับกรอบหน้าต่างอยู่ชั่วขณะก่อนจะลืมตาขึ้น ทอดสายตาออกไปยังท้องฟ้าสีสดใสพร้อมกับหมู่เมฆสีขาวเบื้องนอก ที่ดูท่าว่าอีกไม่นาน หมู่เมฆนั้นคงต้องถูกย้อมด้วยสีแสดแดงของดวงอาทิตย์ยามเย็นเป็นแน่...

พอเมื่อลองมองไปเบื้องล่างก็พอที่จะมองเห็นครูมิวบนม้านั่งยาวกับโลกส่วนตัวแห่งเสียงดนตรีของเขา...

ผมคลี่ยิ้มจางมาประดับใบหน้าตามความเคยชิน...

...บางที ผมอาจจะกำลังเปิดโลกใบใหม่ให้ตัวเองก็ได้...

...ใครจะรู้?...

 

.

.

.

 

{{ 2nd. Homework }}

Fin.

[Cubic School] First impression ((ต่อ)) ...

posted on 01 Jul 2008 17:57 by aki657  in CubicSchool

 

 

 

ตอนต่อของการบ้านที่สอง ณ โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ

ตอนแรก? จิ้ม 'นี่' เลยฮะ

 

 

 

 

 

 

ความประทับใจแรกต่อนักเรียนห้อง ม.4/1 ((ต่อ))

[[โรงเรียนลูกบาศก์วิทยา : Cubic School]]

 

 

*********************************************

 

 

ผมละสายตาขึ้นจากสมุดปกดำตรงหน้าก่อนจะใช้ปลายนิ้วดันกรอบแว่นด้วยความเคยชิน...

ปลายนิ้วที่เลื่อนผ่านอากาศว่างเปล่าส่งผลให้อีกวินาทีถัดมา ตัวผมถึงได้ตระหนักว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไป... ผมยิ้มขำกับความเปิ่นของตัวเองจนเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ...

...ให้ตายสิ...

ความเคยชินที่สะสมมานานนับหลายปีทำให้การกระทำฝังแน่นจนกลายเป็นนิสัย เพราะแม้ว่าผมจะเลิกใส่แว่นมาร่วมสี่ปีแล้ว แต่บางครั้ง ยามใช้ความคิด ผมก็มักจะลืมตัวดันกรอบแว่นขึ้นทุกที...

ครูปราบเงยหน้าขึ้นจากหนังสือของเขามองตรงมาที่ผม... สีหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจเพียงชั่วขณะก่อนที่จะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว...

ไม่มีอะไรหรอกครับ...

ผมตอบความสงสัยของเขาพร้อมด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยทีท่าสบายๆ...

แค่นึกขำตัวเองน่ะ...

เห? ครูปราบเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆเมื่อได้ยินผมต่อความ

อะไรบางอย่างที่เราทำด้วยความคุ้นชิน... ผมว่าพลางหมุนปากกาในมือไปมา บางทีมันก็ยังคงอยู่เป็นนิสัย แม้ว่าเราจะไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องทำมันแล้วก็ตาม

...................

บางทีผมอาจจะใช้นิสัยส่วนตัวบางอย่างอยู่ก็ได้...นะ? ผมเงยหน้าขึ้นพลางส่งเสียงหัวเราะแห้งๆให้กับอีกฝ่าย...

ครูปราบนั่งนิ่งไปสักครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ

ผมคิดว่าผมเข้าใจนะครับ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ                                                                            เอ่อ, แต่บางทีมันอาจเป็นการตีความของผมไปเอง...

ฮ่ะ ฮ่ะ ไม่เป็นไรหรอกครับ... ผมตอบรับ ผมเองก็พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องเสียด้วยสิ

เราสองคนหัวเราะกันเบาๆ...ทำให้บรรยากาศห้องพักครูแห่งนี้ดูผ่อนคลายลงไปอีกเล็กน้อย...                   ผมยิ้มให้กับตนเอง ก่อนจะเริ่มต้นเขียนข้อความที่ค้างไว้ในสมุดต่อไป...

 

.

.

.

 

021 ติชิลา ธาราประเสริฐ (มินท์)

ท่าทางเป็นเด็กร่าเริง ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในห้องผมก็เห็นเธอส่งยิ้มมาให้ (ยิ้มที่ไม่เหมือนของขนุน กับ ฟ้า/เทียน น่ะนะ) รูปวาดน่ารักดี...ดูท่าเจ้าตัวจะเป็นพวกง่ายๆ สบายๆ ล่ะมั้ง 

 

 

022 รมัณยา วรวาทิน (ระ)

ตอนแรกผมคิดว่าเธอดูเหม่อๆ แต่พอสังเกตดีๆก็พบว่ามีหูฟัง mp3 เสียบอยู่ ท่าทางจะชอบดนตรี แล้วบางทีอาจเป็นพวกมีโลกส่วนตัวสูงก็ได้...(แต่ทางที่ดีก็อย่าเอามาฟังในชั่วโมงเรียนเลยจะดีกว่านะครับ)

 

 

023 ศนธิยา วรัญยากรณ์ (อินทรี)

ดูห้าวมาก ดูเท่ แล้วก็หน้าตาดีจนผมนึกว่าเป็นผู้ชายจริงๆไปเสียอีก (ถ้าไม่ติดตรงชุดนักเรียนที่เธอใส่อยู่)...รูปหุ่นยนต์ที่วาดแสดงถึงความต้องการความเข้มแข็ง อาจมีแนวคิดแบบผู้ชายอยู่มากพอสมควร...

 

 

024 ลลนา ตั้ง (ลี่ลี่)

ท่าทางเรียบร้อยเหมือนพวกคุณหนู แต่ก็ไม่ใช่ประเภทเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...

 

 

025 กรินทร์ เรเยส (ริน / เย้เย)

ท่าทางเซอร์ๆเหมือนพวกศิลปิน วาดรูปได้สวยมากจนน่าหาทุนสนับสนุนตอนเรียนต่อระดับปริญญา (แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าตัวสนใจจะเรียนด้านนี้รึเปล่า?)

 

 

026 ประสบโชค วิริยะกุล (ลัค)

เด็กชายผู้มากับไม้กลอง...

ท่าทางจะหลงใหลในสิ่งที่เป็นจังหวะเสียจริงๆ ขนาดออกมาวาดรูปยังคงเคาะเป็นจังหวะมาด้วย ตอนที่เขาอธิบายรูปผมคงไม่ต้องไปหัดแปลรหัสจากการเคาะจังหวะของเขาหรอกนะ?

 

 

027 อุทิศฐาน อู่วิรุฬย์ (กิ๊ฟ)*

น่าจะเป็นประเภทเลือกที่จะเงียบมากกว่าออกมาแสดงความเห็น...ตอนผมถามก็ไม่ค่อยยอมสบตา เป็นแบบเดียวกับฟองคลื่นรึเปล่านะ? ไว้ต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อยเสียแล้ว...

 

 

028 ต้นน้ำ พรรังสรรค์ (น้ำ)

หน้าตาน่ารัก ติดจะหวานด้วยซ้ำไป ตัวก็เล็ก แต่เวลาพูดกับเพื่อน ผมกลับได้ยินแต่คำลงท้ายประเภท วะ!/เว้ย!” ตลอดเลยแฮะ ท่าทางเจ้าตัวคงไม่ชอบหน้าตาหวานๆของตัวเองสักเท่าไหร่ล่ะมั้ง?

 

 

029 เหมือนฝัน ปัณฑารีย์ (ฟ้า) 

ดูเป็นเด็กเงียบๆแล้วก็เรียบร้อย แต่ก็ไม่น่าจะใช่ประเภทเด็กขี้อาย อืม, น่าจะเป็นพวกเรียบง่ายเสียมากกว่า

 

 

030 ปรเมศ ภูเตศวร (ภู)

เป็นประเภทเป็นตัวของตัวเองสูงสินะ? แถมยังพกความมั่นใจมาแบบเต็มเปี่ยมเสียด้วย...

 

031 ภูมิ วสันตนิรันดร์ (ภูมิ)

ตัวเปียกมาเชียว...

เป็นเด็กที่ตัวใหญ่คล้ายๆกับพวกนักกีฬาเลยแฮะ อืม, ดูซื่อๆ...แล้วก็ใจดี?

 

 

032 กรวิทย์ ไกลปืนเที่ยง (ปอ)

นามสกุลโดดเด่นดีจริง...หน้าก็สวย สีผมก็แปลกดี (ยัยฟ้ามาเห็นคงชอบ ฮ่ะ ฮ่ะ) ถึงหน้าตาจะดูยิ้มๆ แต่ทำไมผมรู้สึกว่าเจ้าหมอนี่ ถึงเวลาก็ร้ายใช่ย่อยนะ? ทั้งๆที่รูปที่วาดก็ดูธรรมดาแท้ๆ...

 

 

033 จิตรกร เจริญวัฒนศิลป์ (ตั้งโอ๋)

หน้าง่วงๆนิ่งๆ เดาอารมณ์ไม่ค่อยจะถูก แต่ก็ไม่ได้ดูมีอะไรเลวร้ายสักเท่าไหร่...เป็นพวกเรียบๆง่ายๆเสียมากกว่า

 

 

034 กนต์ธร นราโชติ (ธร, เปลว)

หน้าตาน่ารักดี แต่เพราะอะไรถึงชอบทำหน้ามุ่ยๆนักก็ไม่รู้...ที่แปลกอีกอย่างคงเป็นเพราะชุดนักเรียน                          ม. ต้นของเขา (รสนิยมเจ้าตัวงั้นเหรอ?)...

ว่าแต่เพราอะไรเขาถึงจ้องผมอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนั้นนะ?

 

 

035 นิมมาน ศาสตราวัฒน์ (กีกี้)***

เจอเด็กน่าสนใจเข้าอีกคนเสียแล้ว...จากการวาดรูป มันบอกได้ว่าเป็นพวกสองบุคลิก (ยังไงคงต้องเอาแบบทดสอบไปลองสอบวัดดูอีกที เพื่อความแน่ใจ)

 

 

036 ปรินทร์ทิพย์ สิริอนันต์กาล (ปลา)

ดูเรียบร้อย แล้วก็เป็นเด็กดี...

ดูๆไปเธอเหมือนคนเป็นครูมากกว่าตัวผมเสียอีกล่ะมั้ง?...

 

 

037 พู่กัน จิตประเสิรฐ (พู่)

วาดภาพแอบสแทรกอีกคนแล้ว...

 

 

038 ณิชาภา โชติรัตติกาล (โคลเวอร์)

ท่าทางร่าเริงดีแฮะ...เหมือนพวกตัวการ์ตูนญี่ปุ่น...

 

 

.

.

.