[HB - TAG] 008: In The Rain

posted on 28 Dec 2014 18:40 by aki657 in HB

 

 

 

This entry is a part of Hummingbird Coffee Shop Project.

 

 

 

 

 

[HB - TAG] 008: In The Rain

Main Characters: ธันว์ กล้ารบ

Timeline: 15 years later

 

*****************************

.

.

.

ธันว์ได้ยินเสียงฝนกระทบหน้าต่าง

 

เขาละมือจากสมุดตรงหน้า วางปากกาลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ ก่อนจะเบนสายตาออกนอกหน้าต่าง เมืองทั้งเมืองถูกห่มคลุมด้วยสีเทาจาง เหมือนมีม่านหมอกบางๆ โอบล้อมและถูกทาทับด้วยหยดน้ำนับล้านที่ร่วงหล่นจากฟ้า เขานิ่งมองภาพนั้นอยู่ครู่ ก่อนจะเริ่มต้นหยิบปากกาขึ้นในมืออีกครั้ง

 

วันนี้กล้ารบไม่อยู่บ้าน 

 

หากจะนับดูแล้ว กล้ารบไม่ได้อยู่ที่นี่มานานเกือบอาทิตย์ ฤดูฝนทำให้ต้นไม้งอกงามก็จริง แต่นั่นย่อมหมายความถึงสวนสวยที่เคยถูกจัดแต่งไว้จะเริ่มเละเทะไม่เหมือนเคย ด้วยเหตุนี้กล้ารบที่เป็นระดับหัวหน้าของบริษัทรับจัดสวนขนาดกลางแห่งหนึ่งจึงถูกเรียกตัวไปให้บริการหลังการขายในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาพเหนือ

 

ธันว์ขีดเขียนไอเดียอะไรบางอย่างลงสมุดอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะละมืออีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าห้องทำงานมืดลงกว่าเคย เสียงเปาะแปะของเม็ดฝนเหมือนกรงกั้นระหว่างตัวเขากับโลกภายนอก มือขวาที่เริ่มมีริ้วรอยจางๆ จากกาลเวลาถูกเลื่อนขึ้นนวดตรงหว่างคิ้วสักพัก ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและก้าวยาวๆ ออกไปที่ส่วนครัว

 

ห้องข้างนอกมืดสนิท

 

เขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกวูบโหวงแปลกๆ ขึ้นมาในอก ธันว์ส่ายศีรษะให้ตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะสวิตซ์ไฟ ขับไล่ความมืดให้กระเจิงหายและแทนที่ด้วยแสงสว่างนวลตา เขาเดินไปที่ครัว ต้มน้ำร้อนเพื่อชงชาจีนจากใบชาที่ได้รับมาเป็นของขวัญปีใหม่จากครอบครัวของพี่สาวแทนการดื่มกาแฟอย่างทุกที ขณะที่น้ำกำลังเดือด ก็รู้สึกเหมือนหูจะหลอนแว่วเสียงบ่นหงุงหงิงของคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ในตอนนี้ ที่สุดท้ายเขาก็เลือกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ดี ธันว์อดยิ้มให้ตัวเองไม่ได้ขณะใช้น้ำร้อนราดรดใบชาเพื่อให้ใบชาคลายตัว ก่อนจะเทน้ำทิ้ง และเติมน้ำร้อนลงไปใหม่อีกครั้ง

 

รอเพียงไม่นานทุกอย่างก็เข้าที่ เขาจัดการรินน้ำชาออกจากป้านชาลงกระบอกเก็บความร้อนประจำตัว ก่อนจะไปนั่งลงตรงโซฟา เปิดโทรทัศน์เพื่อกลบความเงียบภายในห้องให้หายไป หากดวงตาใต้กรอบแว่นกลับเหม่อไกลออกไปยังกระจกด้านนอก และปล่อยห้วงคิดให้ว่างเปล่า

 

 

ไม่สิ....

ที่จริง เขากำลังคิดถึงกล้ารบ 

 

เป็นความคิดถึงอ่อนจางผสานกับความเหงาเบาบาง ธันว์ก้มลงมองมือของตนซึ่งประคองกระบอกชาไว้ ไออุ่นจากมันไม่ช่วยให้สิ่งที่อยู่ในใจกระเจิงหายอย่างที่คิด เขาถอนหายใจ ก่อนจะวางกระบอกชาลงบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนหน้านี้ก็มีบางช่วงเวลาที่เขาและกล้ารบต่างยุ่งกับงานของตน และบ่อยครั้งที่ต่างฝ่ายต่างต้องเดินทางไกล แล้วก็มักจะเป็นกล้ารบที่เข้ามานัวเนียทำเสียงออดอ้อนก่อนจะออกเดินทาง หากเขามักเพียงแต่กอดอีกฝ่ายแน่นๆ แทนการรับรู้หรืออาจจะแถมด้วยจูบผะแผ่วบนผิวแก้มของอีกฝ่ายเป็นบางครั้งในยามที่นึกอยากเป็นฝ่ายแกล้งขึ้นมาบ้าง

 

ธันว์ยิ้มอ่อนๆ เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขามักจะเป็นฝ่ายที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่า อาจด้วยอายุ ที่ตอนนี้เหยียบย่างเข้าใกล้เลขห้าทุกที หรืออาจเป็นเพราะเขาแสดงออกเรื่องความรักไม่เก่งนัก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม การที่เขาไม่เคยบอกออกไปให้กล้ารบได้ยินดังๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกเหงาเวลาที่อีกฝ่ายอยู่ห่างกันไกล

 

บางทีอาจเป็นตัวเขาเองที่ยังไม่ประสา...

 

สุดท้ายแล้ว เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความไม่ได้เรื่องของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืน คว้ากระบอกน้ำชา กดปิดโทรทัศน์ และเข้าห้องทำงานไปสานต่อสิ่งที่คั่งค้างให้เสร็จ เพื่อที่อย่างน้อยเวลาที่กล้ารบกลับมา เขาจะได้มีเวลามากพอให้ใช้ร่วมกันกับอีกฝ่ายจนกลบเกลื่อนความเหงาที่เกิดขึ้นได้สมบูรณ์

 

.

.

.

 

เสียงเปิดประตูไม่ได้ทำให้คนที่นอนอยู่ตื่น

 

กล้ารบค่อยๆ ปิดประตูกลับอย่างระมัดระวัง วางกระเป๋าเดินทางของตัวเองลงหน้าห้องของตน ก่อนจะย่องมาที่ห้องข้างๆ ซึ่งเป็นของคนที่ถูกเลื่อนตำแหน่งเป็นบรรณาธิการบริหารเมื่อเกือบห้าปีที่แล้ว เขาค่อยๆ บิดลูกบิดประตูทีละนิด และเยี่ยมหน้าเข้าไปพบคนที่นอนหลับบนเตียงอย่างเป็นสุข

 

ภาพที่เห็นเพียงแค่นั้นก็เพียงพอให้กล้ารบยิ้มออกมา

 

ด้วยความบังเอิญหรือเพราะความขยันสุดชีวิตของเขาหรือเปล่าไม่อาจทราบได้ งานที่ทำจึงเสร็จเรียบร้อยก่อนกำหนด ทำให้เขารีบคว้าข้าวของลงกระเป๋าเผ่นกลับกรุงเทพอย่างรวดเร็ว แม้จะลดอาการซิ่งลงมากจากสมัยวัยรุ่น เพราะไม่อยากให้คนที่รออยู่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าคุณธันว์ของเขามองเห็นตัวเลขบหน้าปัดความเร็ว ก็คงไม่พ้นขมวดคิ้วและทำเสียงดุๆ ใส่เขาอยู่ดีแน่

 

ทำยังไงได้...ก็คิดถึงนี่... 

 

กล้ารบให้เหตุผลกับตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะทันเห็นคนที่อยู่บนเตียงพลิกตัวไปอีกทางโดยไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยสักนิด ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่ ก่อนจะเดินดุ่มเข้าห้องโดยไม่ลืมผลักปิดประตูลงอย่างเบามือ และถือวิสาสะสอดร่างตัวเองเข้าในผ้าห่มผืนเดียวกับอีกฝ่าย

 

“อือ....”

 

เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นจากคนที่หลับอยู่ ก่อนที่ธันว์จะเบือนหน้ากลับมาหาเมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนช้อนกอดร่างของเขาไว้จากด้านหลัง สัมผัสคุ้นเคยทำให้เขาไม่คิดผลักหนี แถมยังยิ้มให้ด้วยซ้ำ

 

“กลับมาแล้วเหรอ?”

 

น้ำเสียงง่วงงุนถูกส่งออกมาจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่กล้ารบก็ยิ้มกว้างรับ แถมยังกระชับอ้อมกอดที่รัดร่างของอีกฝ่ายไว้ให้แน่นขึ้นอีกต่างหาก

 

“ขี้เซาแบบนี้ ถ้าผมเป็นโจร คุณธันว์ก็แย่สิครับ”

 

“แต่ก็เป็นนายนี่นา”

 

ธันว์งึมงำตอบ ก่อนจะทิ้งศีรษะกลับลงบนหมอนใบโตเหมือนเดิม อาการที่ทำให้กล้ารบอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนขมับของผู้สูงวัยกว่า แล้วจึงเอนศีรษะตนลงบนหมอนใบเดียวกัน และซุกซบใบหน้าลงบนกลุ่มผมที่ตอนนี้เริ่มมีสีเทาแซมแทรกอยู่ประปรายโดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มนอนนิ่ง หลับตาลงซับซาบทุกวินาทีที่พวกเขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันทีละน้อย ทีละน้อย ปล่อยให้เวลาในห้องไหลไปช้าๆ อย่างอ่อนโยน

 

“นี่ กล้า”

 

เสียงงึมงำดังขึ้นอีกครั้งโดยที่เจ้าของเสียงไม่แม้แต่จะหันมา ทำให้กล้ารบเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งพลางส่งเสียงครางรับเบาๆ ในลำคอแทนการตอบรับ และเงี่ยหูฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

 

“คิดถึง”

 

คำสั้นๆ ถูกส่งออกมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอราวกับเจ้าตัวจมลงห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าคำที่ได้เอ่ย ส่งผลอะไรทิ้งไว้บ้าง

 

เพราะตอนนี้ กล้ารบกำลังลืมตาโพลงในความมืด

และยิ้ม ยิ้ม ยิ้มกว้างๆ เหมือนคนบ้า...

 

ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดของตน รับรู้ไออุ่นจากแผ่นหลังของอีกฝ่าย นึกดีใจที่วันนั้น เมื่อราวสิบห้าปีก่อน เขาตัดสินใจเชื่อสิ่งที่ตัวเองรู้สึก และเอ่ยประโยคนั้นออกมากับคนๆ นี้ คนที่ทำให้เขารู้สึกถึงบางสิ่งในอกมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกัน เขาซุกหน้าลงบนกลุ่มผมของคนในอ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนจะพึมพำบางอย่าง แบบที่เคยพูดมาเป็นนับร้อย นับพัน นับหมื่นครั้ง ตั้งแต่พวกเขาได้มาอยู่ด้วยกัน

 

“ผมรักคุณ”

 

.

.

.

 

แล้วค่ำคืนนี้ ก็มีคนที่ฝันดีอยู่สองคน

 

.

.

.

 

END.

 

 

 

 

 

Talk:

ยังไงดีล่ะ คือ คู่นี้คงอยู่กันไปเรื่อยๆ แบบนี้มังคะ จริงๆ อยากเขียนช่วงที่ว่าทำไมกล้าถึงย้ายมาอยู่กับธันว์ได้ แต่นั่นคงต้องรอทางครูเอมเป็นคนเปิดเผยล่ะนะคะ (ฮา) ไว้ถ้าคอมมู HB นี้ ยังมีอะไรที่อัพเดทอยู่ ก็อาจแวะเวียนมาเขียนถึงคู่นี้เป็นระยะๆ นะคะ

 

ต้องขอบคุณทุกคอมเมนท์ และทุกเอนทรีที่เคยผลิตกันออกมานะคะ เป็นคอมมูเล็กๆ ที่น่ารักดี ไว้มีโอกาส มาเล่นด้วยกันอีกนะ ;)

 

 

 

 

 

 

 

 

[TMR fic] When the darkness comes {Newt’s side}

posted on 26 Oct 2014 21:11 by aki657 in FanFic

:: The Maze Runner’s Fanfiction ::

Title:                When the darkness comes {Newt’s side}

Author:            aki

Pairing:           Minho x Newt

BGM:               ‘When the darkness comes’ by COLBIE CAILLAT

Disclaimer:     from novel ‘The Maze Runner’ and IT’s BELONGS TO JAMES DASHNER.

 

Warning:         เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในภาพยนต์และหนังสือ

 

TALK:               แอบผสมระหว่างเนื้อเรื่องในหนังกับในหนังสือ ส่วนตัวในหนังสือให้อารมณ์บีบหัวใจกว่า แต่ในหนังถ่ายทอดภาพของการรอคอยของนิวท์ได้หนักแน่นดีเหลือเกิน อีกอย่างภาพฝนตกมันน่าเอามาใช้เสียเหลือเกิน เลยออกมาเป็นฟิคสั้นๆ นี้ค่ะ         

*******************************

.

.

.

ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกเต็มที...

 

นิวท์ละมือจากการทำงาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกเหลือบแลไปทางประตูวงกตเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาเองก็ไม่ได้นับ ความหวั่นไหวซ่อนลึกในอกเมื่อยังไม่เห็นทั้งหัวหน้าทุ่งและผู้ดูแลนักวิ่งกลับเข้ามาอย่างที่ควรจะเป็น หากเด็กหนุ่มกลับเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวเงยหน้าขึ้น เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของหยดน้ำที่ร่วงหล่นจากฟ้า

 

ฝน...?

 

โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง ทุกคนในทุ่งต่างพากันละงานที่ค้างคาเข้าหาที่ร่ม ฝนตกหนักขึ้น แรงขึ้น หากทั่วทั้งทุ่งกลับแทบไม่มีใครส่งเสียงพูด ดวงตาทุกคู่ฉายแววกังวล ไม่เว้นแม้แต่เด็กใหม่อย่างโทมัสที่กระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด

 

“ถ้าพวกเขาไม่กลับมาล่ะ?”

 

โทมัสเอ่ยขึ้นในที่สุด ลังเล ไม่แน่ใจ นิวท์เพียงแค่เหลือบตามองก่อนจะมองผ่านม่านฝนกลับไปยังประตูวงกตอีกครั้ง หากห้วงความคิดกลับย้อนไปถึงยามเช้าตรู่ของวัน ที่เขาเดินออกมาส่งคนทั้งสองเข้าไปในวงกตบ้าๆ นั่น

 

.

.

.

“รีบไปรีบกลับล่ะ” นิวท์ได้ยินเสียงตัวเองพูดออกไปแบบนั้น

 

“ไม่ต้องห่วง” อัลบีเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายพลางยื่นมือมาตบไหล่เขาเบาๆ “ฝากทุกคนในทุ่งด้วย รองหัวหน้า”

 

คนถูกเรียกว่ารองหัวหน้าพยักหน้าลงอย่างว่าง่ายก่อนจะเบือนสายตาไปยังผู้ดูแลนักวิ่งซึ่งกำลังตรวจตราเป้และอาวุธของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาเรียวรีอย่างคนเอเชียสบตากับเขาวูบเดียวก่อนจะถอนสายตาออกไปหาอัลบี

 

“พร้อมรึยัง?”

 

มินโฮเอ่ยสั้นอย่างเคย ขณะที่อัลบีพยักหน้ารับ นิวท์มองคนทั้งสองความรู้สึกกังวลคืบเคลื่อนทัมถมเข้ามาในใจจนเป็นตะกอนหนักอึ้ง เขาหวาดกลัววงกต กลัวเกินกว่าจะกล้าอาสาตัวเองให้กลับเข้าไปในนั้น กลัวเกินกว่าจะปล่อยให้ใครก็ตามที่เขารักกลับเข้าไปในนั้น แต่...นิวท์เม้มริมฝีปาก...ตอนนี้คนที่เขารักกำลังจะกลับเข้าไปในวงกต...อีกครั้ง

เด็กหนุ่มหลุบตาลง กลั้นคำพูดที่จะรั้งอีกฝ่ายไว้ เขาเข้าใจ ทุกคนในทุ่งแห่งนี้ต่างมีหน้าที่ แต่ให้ตาย...บางทีเขาก็เกลียดระเบียบบ้าๆ นี่เหลือเกิน

 

“เฮ้”

 

เสียงเรียกเบาๆ ทำให้เขาเงยหน้าขึ้น ผู้ดูแลนักวิ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขา ความเงียบงันของยามเช้าในทุ่งโรยตัวลงมาล้อมรอบกาย ชั่วขณะที่เขาเกือบจะพูดอะไรออกไป หากมินโฮกลับเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

 

“จะกลับมา” ดวงตาเรียวสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของนิวท์ “แน่นอน”

 

.

.

.

 

“พวกเขาจะกลับมา...”

 

นิวท์เอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาที่ทอดไปทางประตูวงกตสบสายตาเข้ากับดวงตาหวาดไหวของผู้มาใหม่ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง ปล่อยให้ถ้อยคำดังแทรกผ่านเสียงฝน หนักแน่นเทียบเคียงกับคำพูดในความทรงจำ

 

“พวกเขาจะกลับมาแน่นอน...”

 

.

.

.

ฉันอยู่ตรงนี้...รอคอย...

I'll be here waiting

 

เฝ้าหวัง...ภาวนา...

Hoping, praying that

 

ให้แสงสว่างนี้นำทาง...นำพาให้นายกลับบ้าน

This light will guide you home

 

.

.

.

 

END.

[TMR-AU fic] Lost and Found {2}

posted on 25 Oct 2014 13:42 by aki657 in FanFic

:: The Maze Runner’s Fanfiction ::

Title:                Lost and Found 

Author:            aki

Pairing:           Minho x Newt

Type:               ถือว่า AU ก็คงได้....

 

Warning:         อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในภาพยนต์และหนังสือ

*********************************************

[2.]

.

.

.

เสียงประตูเคลื่อนปิดดังจนแทบหูหนวก...

 

มินโฮลากเท้ามาข้างหน้า ยึดท่อนแขนปวกเปียกที่พาดบ่าเขาไว้แน่น เขากรีดตะโกนแข่งกับเสียงและแรงสั่นสะเทือนของบานประตูวงกตที่กำลังปิดเข้าหากัน มองดูผู้คนในทุ่งที่ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างที่อยู่อาศัยปลอดภัยกับดินแดนมรณะที่มีโศกาวิ่งพล่าน เขารู้ดี...แค่เพียงปล่อยมือลง...ปล่อยอัลบีที่ถูกโศกาต่อยไว้ตรงนี้แล้วออกวิ่ง เพียงเท่านั้นเขาก็จะรอดปลอดภัย กลับไปใช้ชีวิตในทุ่งได้อีกคืน มีชีวิตรอดได้อีกคืน

 

แต่เขาทำไม่ได้...

 

ความคิดสะดุดลงเมื่อเขาเผลอปล่อยให้ร่างปวกเปียกของอัลบีหลุดลงกองกับพื้น มินโฮพยายามดึงร่างไร้สตินั้นให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนจะยอมแพ้ ฉุดกระชากลากขาข้างหนึ่งของผู้นำทุ่งเพื่อเข้าหาทางออก ฉวยโอกาสมีชีวิตรอด

 

ประตูเคลื่อนตัวด้วยความเร็วคงที่ หากในสายตาของเขาแล้วมันกลับขยับเร็วจนน่ากลัว มินโฮมองตรงมา เห็นนิวท์ยืนอยู่ตรงนั้น แววหวาดหวั่นฉายชัดในดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกนั้น เขาตะโกนอีกครั้ง ส่งพลังไปที่ท่อนขาให้คืบเคลื่อน หวังว่าจะพาอัลบีกลับเข้าประตูไปได้ทันเวลา

 

พาคนที่นิวท์รักกลับไปได้ทันเวลา...

 

หากประตูยังคงเคลื่อนที่จนเหลือช่องว่างเล็กจิ๋ว ทันใดนั้นเขาเห็นร่างของใครบางคนที่พุ่งผ่านช่องแคบนั้นออกมา ใครบางคนที่ฝ่าฝืนกฎ เขายอมแพ้ ทรุดฮวบลงกับพื้นทั้งที่ยังไม่ปล่อยมือจากอัลบี ความสิ้นหวังโถมทับคลุมร่างอย่างรวดเร็ว

 

แล้วประตูก็ปิดลง

.

.

.

 

มินโฮลืมตาตื่นจากฝัน

 

เขามองเห็นอุโมงค์ของเครื่องแสกนสมองอยู่เหนือศีรษะ ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางเบาใต้ร่างเมื่อเตียงของเขาขยับเคลื่อนให้ออกห่างจากอุโมงค์นั้น และเมื่อมันสิ้นสุด เขาจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง และมองเห็นร่างของใครบางคนที่ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกอย่างที่เขาเห็นมาเป็นพันครั้งในความฝันมองตรงมาที่เขาอย่างสำรวจอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากบางนั้นจะขยับเป็นรูปคำ

 

“เฮ้”

 

เขามองอีกคนที่มีรอยยิ้มบางแตะแต้มริมฝีปากอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยตอบ “เฮ้”

 

“เป็นยังไงบ้าง?”

 

“เหมือนวิ่งมาราธอนแต่ไม่ถึงเส้นชัย” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางใช้ข้อนิ้วขยี้ตาสองสามที “คุณเคยนอนบนนี้ไหม นิวท์?”

 

“นับไม่ถ้วน” เขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายกลั้วหัวเราะ “ถ้าคุณตื่นดีแล้ว เจอกันที่ห้องด้านหน้าในสิบนาทีดีไหม? ผมเตรียมกาแฟไว้ให้ เราจะได้ตอบแบบสอบถามกัน”

 

“พร้อมแพนเค้ก?” มินโฮลองต่อรอง

 

“เสียใจด้วย มิสเตอร์ลี” นิวท์ทำเสียงขรึมก่อนจะยิ้มซุกซน “แต่ถ้าคุณช่วยให้ผมเสร็จงานเร็ว เราคงไปหาแพนเค้กอร่อยๆ ที่คาเฟ่แถวนี้เป็นมื้อเช้าพร้อมๆ กันได้”

 

คำตอบนั้นทำให้มินโฮขยับยิ้ม เขามองตามนิวท์ที่เดินหันหลังออกจากห้องทดลองไปพลางสะกดกลั้นความรู้สึกอยากดึงรั้งอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ กอดเก็บไว้ไม่ห่างตัวเอาไว้ ชายหนุ่มก้มลงมองฝ่ามือตัวเองอยู่ครู่ ก่อนจะกำรวบนิ้วเข้ามาให้แน่น จนรู้สึกถึงรอยเล็บที่จิกเข้าสู่ผิวเนื้อ แม้จะยังรู้สึกวูบโหวงในอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้ตัวเอง

 

ในที่สุดก็เจอนาย...นิวท์ 

 

.

.

.

 

“อันที่จริงการสนิทสนมกับอาสาสมัครวิจัยอาจไม่ถูกต้องนัก”

 

เขาได้ยินนิวท์เอ่ยขณะใช้ปลายนิ้วลูบคางอย่างครุ่นคิด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกทอดออกไปไกลยังสนามหญ้าด้านนอก ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ แถมเป็นวันหยุด ทำให้คาเฟ่มีคนน้อยกว่าที่คาด เขาสองคนนั่งเคียงกันบนเคาน์เตอร์ติดกระจกร้าน ทำให้มินโฮเห็นภาพสะท้อนของอีกฝ่ายชัดเจนแม้ไม่เบือนหน้ากลับไปมอง

 

“แต่คุณเป็นเพื่อนทอมมี่ ผมเลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร หากเราจะเป็นเพื่อนกันได้”

 

“คุณสนิทกับโทมัส?” มินโฮไม่ตอบหากเป็นฝ่ายโยนคำถามกลับไปแทน นิวท์หยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

 

“อย่างที่คุณรู้ ผมเพิ่งย้ายมาที่นี่ ไม่มีเพื่อนมากนัก และทอมมี่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนน้องชายซนๆ...ไม่รู้สิ ผมรู้สึกคุ้นเคยกับเขา” เจ้าของสำเนียงอังกฤษยกกาแฟในแก้วกระดาษขึ้นจิบ ทิ้งเวลาให้อีกฝ่ายครุ่นคิด

 

“ผมเข้าใจ” มินโฮเอ่ยพลางใช้ส้อมจัดการแพนเค้กชะตาขาดตรงหน้า “คล้ายกับ...เคยรู้จักกันมาก่อน”

 

“ใช่เลย” นิวท์ตอบรับพร้อมรอยยิ้มบาง “ผมว่าเป็นเรื่องแปลกที่รู้สึกแบบนั้น แต่บางทีมันก็คล้าย...สังหรณ์?”

 

มินโฮไม่ตอบ เขารู้ดีว่านิวท์ไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับวงกต เกี่ยวกับตัวเขา ชายหนุ่มรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบตากันในห้องทดลอง ถึงจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มอย่างที่เขาเห็นในความฝันมาตลอด แต่แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีความคุ้นเคย คิดถึง สัญญาณ หรืออะไรก็ตาม

 

ไม่มีอะไรเลย... 

 

ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออกเกิดขึ้นในอกเมื่อตระหนักว่าเป็นเพียงเขาฝ่ายเดียวที่ตามหาอีกฝ่ายมาตลอด ถึงจะเป็นเพียงความฝัน แต่ความกลวงเปล่าก็ถลันเข้ามายึดครองพื้นที่ในใจ ให้ความรู้สึกสมจริงเสียยิ่งกว่าความเป็นจริงเสียอีก

 

เขายังคงไม่เข้าใจความฝัน...

ไม่เข้าใจความรู้สึกโหยหาทันทีที่เขาได้เห็นใบหน้าอีกฝ่าย

ไม่เข้าใจความรู้สึกวูบไหวเพียงแค่ได้สบสายตาเข้ากับดวงตาคู่นั้น

ไม่เข้าใจความรู้สึกหวาดหวั่น...คล้ายจะสูญเสียอีกฝ่ายไปอีกครั้ง

 

สูญเสียนิวท์ไปอีกครั้ง...

 

มินโฮยกกาแฟเข้มขขึ้นจิบ พยายามเรียบเรียงความคิดให้เข้ารูปเข้ารอย บางที...เขาคิด...บางทีเขาอาจจะหลงทางในวงกตนานเกินไป ที่นี่...ที่โลกใบนี้ไม่มีวงกต ไม่มีทุ่ง ไม่มีนักวิ่ง ไม่มีอะไรอย่างในความฝันของเขา และนั่นคงไม่ผิดอะไรหากเขาจะถางเส้นทางให้ออกกว้าง ทอดสู่ทางออกของเขาเอง

 

เผื่อว่าเขาจะหลุดจากความฝันบ้าๆ นั่นได้เสียที

 

.

.

.

 

TBC.